Seminarr.png

ชะลอประมูลดิวตี้ฟรี...AOT ราคายังไปต่อ

March 21, 2019

ประมูลดิวตี้ฟรีถูกติงไม่ฟรีจริง ห่วงจะกลายเป็นเรื่องผูกขาด ขนาดนายกฯ ออกโรงส่งผ่านคมนาคมทบทวน สุดท้าย AOT แถลงประกาศเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด ด้านนักวิเคราะห์ ย้ำแม้การประมูลจะถูกชะลอออกไปแต่หุ้น AOT ยังมีช่องว่างให้ซื้อได้ ตั้งเป้าหมาย 75 บาท

กรณีการเปิดประมูล พื้นที่เชิงพาณิชย์ และพื้นที่ร้านค้าปลอดอากร หรือ ดิวตี้ฟรี ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ ที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) หรือ ทอท.เลือกใช้รูปแบบเปิดประมูล แบบสัญญาเดียว และรวบสัญญาดิวตี้ฟรีท่าอากาศยานทั้ง 4 แห่ง ที่จ่อเปิดขายซองวันที่ 19 มีนาคม 2562 เป็นอันเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด หลังจากเมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งสัญญาณห่วงใยกับกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก

 

โดยรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้รับฟังข้อห่วงใยจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการผูกขาด จึงอยากให้คณะกรรมการ ทอท. และผู้บริหาร ทอท. พิจารณาทบทวนแนวทางการประมูลดังกล่าว โดยคำนึงถึงข้อท้วงติงของสังคมและประโยชน์ที่ ทอท. และประเทศชาติจะได้รับอย่างรอบด้าน โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมไปติดตามกำกับดูแลและร่วมหาแนวทางที่ดีที่สุดกับ ทอท.โดยเร่งด่วน

 

ทั้งนี้ รัฐมนตรีคมนาคมระบุว่า นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.จะต้องกลับไปหารือกับบอร์ด ทอท. เพื่อให้พิจารณารูปแบบการประมูล 2 โครงการใหม่ โดยนำข้อห่วงใยของทุกภาคส่วนไปประกอบการพิจารณาด้วย นอกจากนี้ ทอท.ต้องไปหารือกับกระทรวงการคลังว่าจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 หรือไม่ หากไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ดังกล่าว

 

รัฐมนตรีคมนาคมกล่าวว่า กระทรวงการคลังจะต้องพิจารณาว่า ทอท.ต้องทำตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการกลาง 4 ฝ่าย หรือไม่ “ถ้าไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 62 ก็ต้องตั้งคณะกรรมการกลาง เพื่อจัดทำกลไกการให้เอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินให้เกิดความโปร่งใส โดยจะต้องสรุปผลเสนอให้ ครม.พิจารณาภายใน 30 วัน”

แม้ว่าก่อนหน้านี้ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ยืนยันว่า ก่อนที่จะเปิดประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้ามาดำเนินการในร้านค้าปลอดอากร ใน 4 สนามบิน และร้านค้าเชิงพาณิชย์ ในสนามบินสุวรรณภูมิที่มีขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม 2562 นั้น ทอท.ได้ศึกษาอย่างรอบด้านแล้ว ซึ่งทั้ง 2 โครงการ ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมลงทุนปี 2562 และได้ดำเนินการตามมติ ครม. ที่ต้องตั้งคณะกรรมการกลางอย่างครบถ้วนแล้ว

 

แต่เมื่อรัฐบาลแสดงความห่วงใยล่าสุดลงมา ทำให้ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.ต้องเปิดแถลงข่าวในวันจันทร์ที่ 18 มีนาคม 2562 ประกาศเลื่อนการขายซองดิวตี้ฟรี 19 มีนาคมนี้ ออกไปก่อน

 

“ทอท.เลื่อนขายซองออกไปอย่างไม่มีกำหนด รอให้อีกฝั่งที่ไม่เห็นด้วยแย้งมาก่อน ส่วนเรื่องข้อกังวลของรมว.คมนาคมย้ำว่าทำรอบคอบทั้งหมดแล้ว ดิวตี้ฟรี ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุน ปี 2562 และ ทอท.มีการจัดตั้งคณะกรรมการกลางเข้ามาตรวจสอบกระบวนการประมูลแล้ว”

สำหรับการประมูลดิวตี้ฟรีนี้ มีผลต่อราคาหุ้น AOT ในตลาดหุ้นด้วย โดยก่อนวันขายซองประมูล 19 มีนา นั้นบริษัทหลักทรัพย์เอเชียเวลท์ ได้วิเคราะห์ และให้ความเห็นว่านักลงทุนสามารถซื้อหุ้น AOT โดยหวังประเด็นการประมูลดิวตี้ฟรีได้ว่าจะส่งผลต่อราคาหุ้น 4-5 บาท และมีเป้าหมายไปถึง 70 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้มองว่า สัมปทานรอบนี้ AOT จะได้รับ “ค่าตอบแทนขั้นต่ำ” สูงกว่าสัญญาเดิมที่ทำกับ King Power อย่างน้อย 15% โดยการประมูลทั้งโครงการ นี้ตามกำหนดเดิมคาดว่าจะรู้ผลในวันที่ 10 พฤษภาคม 2562

 

"สัดส่วนรายได้จากสัมปทานร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 28% ของรายได้ทั้งหมด ในขณะที่รายได้ค่าเช่าร้านค้าเชิงพาณิชย์คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 4% ของรายได้

 

ทั้งหมด ภายใต้สมมติฐานค่าตอบแทนขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 15-20%

 

อย่างไรก็ตาม การเลื่อนขายซองประมูลออกไปอย่างไม่มีกำหนดตามที่ ผอ.ทอท.กล่าว แม้สร้างความกังวลบ้าง แต่หุ้น AOT ในกระดานก็ยังสามารถยืนในแดนบวกได้ ขณะที่ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง ให้ความเห็นว่า หุ้น AOT จะยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจซื้อเก็งกำไรได้อยู่เช่นเดิม โดยมีการวางกรอบราคาเป้าหมายไว้ที่ 75 บาท

 

“วันที่ 18 มีนาคม AOT ประกาศชะลอการประมูลสัมปทาน หลังจากกระทรวงคมนาคมขอให้ ทอท.ทบทวนแผนการประมูล โดยจะชะลอขั้นตอนการประมูลออกไป 2 สัปดาห์ หากไม่มีปัญหาหรือข้อกังวลใหม่ AOT จะดำเนินการประมูลต่อไป แต่ผลการประมูลน่าจะล่าช้าจากเดิมที่คาดว่าจะทราบผลภายในเดือนพฤษภาคมไปเป็นเดือนกันยายน 2562 ซึ่งถือว่าเป็นเวลาที่อยู่ในกรอบ

 

จึงคงคำแนะนำซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 75 บาท โดยมีปัจจัยบวกระยะสั้น ได้แก่ การประกาศดำเนินการประมูลร้านค้าปลอดอากรต่อ และผลประกอบการไตรมาสต่อไป (2QFY19) ซึ่งเราคาดว่ากำไรหลักจะทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของไทย ความเสี่ยงในมุมมองของเรา ได้แก่ การชะลอตัวของผู้โดยสารระหว่างประเทศและความล่าช้าในการขยายโครงการ

 

ทั้งนี้ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง มองว่า ยังคงจะมีการประมูลแบบ สัญญาเดียว รายเดียว แบบเดิม แม้ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ขอให้ AOT ทบทวนแผนการทำสัญญาสัมปทานร้านค้าปลอดอากร ณ สนามบิน 4 แห่ง (สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ตและหาดใหญ่) เนื่องจากปัญหาการผูกขาด นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ ชี้แจงเหตุผลของการให้สัมปทานสัญญาเดียว รายเดียวว่า หากแยกประมูล สนามบินเล็กทั้งสามแห่ง (คิดเป็นเพียง 16% ของรายรับสัมปทานทั้งหมด) อาจไม่ได้รับความสนใจจากผู้ประมูลที่มีศักยภาพเพราะมีขนาดเล็กและไม่มีอำนาจต่อรอง ในขณะเดียวกันการสัมปทานรายเดียวมีความเหมาะสมกับ AOT เทียบกับการแบ่งตามสัมปทานผลิตภัณฑ์ เนื่องจากผู้ประกอบการร้านปลอดภาษีอาจมีปัญหาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของผู้โดยสาร (passenger flow)

 

“ในประเด็นที่เกี่ยวกับการผูกขาด AOT จะเปิดการประมูลสำหรับเคาน์เตอร์รับสินค้าปลอดภาษี ซึ่งผู้ชนะจะต้องจัดเตรียมเคาน์เตอร์รับสินค้าสำหรับผู้ประกอบการปลอดภาษีรายอื่น ๆ ประเด็นนี้น่าจะขจัดความกังวลในเรื่องการผูกขาด ขั้นตอนต่อไป AOT จะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ หากไม่มีปัญหาใหม่เกิดขึ้น AOT จะดำเนินการประมูลต่อในสองสัปดาห์ข้างหน้า การประมูลล่าช้าเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในกรอบเวลา การประมูลที่ล่าช้าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์ของเรา เนื่องจากเราจะทราบผลการประมูลก่อนสิ้นสุดสัญญาปัจจุบันในเดือนกันยายน 2563 ดังนั้น เราแนะนำให้ซื้อหุ้นในเวลาที่ราคาหุ้นอ่อนตัว”

Share on Facebook
Share on Twitter
Like this post
Please reload

1.5 x 3.jpg
Please reload

For advertising please call: 02-2534691