Seminarr.png

มองแค่ Technical Rebound เท่านั้น

January 10, 2019

ยังไม่ดีขึ้น !

 

ต้องเรียนว่าการเปิดตัวขึ้นมาของตลาดหุ้นโลกในปี 2562 ยังคงไม่ได้สะท้อนภาพที่ดีขึ้นกว่าในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมามากนัก สะท้อนออกมาจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี MSCI ACWI ของตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงปรับตัวลงต่ออีก 0.47% เพราะแม้ว่าตลาดหุ้นยุโรป และไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.32% และ 0.75% แต่ตลาดหุ้นสำคัญอื่นๆ อย่างสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และ Asia ex Japan ยังคงปรับตัวลดลง 1.64%, 0.86%, 0.50% และ 1.79% ตามลำดับ

ทั้งนี้ การที่ตลาดหุ้นโลกในต้นปี 2562 ยังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึง Sentiment ของตลาด ที่ยังคงอยู่ในภาวะ “Risk Off” อย่างชัดเจน โดยได้รับประเด็นกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลภาคการผลิตที่ซบเซาของสหรัฐ ซึ่งยิ่งเป็นข้อบ่งชี้ถึงเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 54.1 ในเดือน ธ.ค. 2561 ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 57.9 และลดลงจากระดับ 59.3 ในเดือน พ.ย. 2561 ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) สำหรับภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.8 ในเดือน ธ.ค.2561 จากระดับ 55.3 ในเดือน พ.ย. 2561

 

นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐยังได้รับประเด็นกดดันจากการที่บริษัทแอปเปิล อิงค์ ปรับลดคาดการณ์รายได้ในปี 2562 ลง เนื่องจากยอดขาย iPhone ที่ชะลอตัวลงในประเทศจีน

ทั้งนี้ในสัปดาห์แรกของปี 2562 ที่ผ่านมาประเด็นเศรษฐกิจไม่ได้กระทบเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐเท่านั้น ตลาดหุ้นจีนก็เป็นอีกตลาดหุ้นที่ถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาซบเซาเช่นเดียวกัน โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือน ธ.ค. 2561 อยู่ที่ระดับ 49.4 ลดลงจากระดับ 50.0 ในเดือน พ.ย.2561 และลดลงมากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 49.9

 

เมื่อพิจารณาภาพรวมของตลาดหุ้นโลกประกอบกับดัชนีที่สะท้อนความผันผวนของนักลงทุนในตลาดหุ้นอย่าง ดัชนี VIX Index จะพบว่าปัจจุบันดัชนี VIX Index ของสหรัฐ, ยุโรป และฮ่องกงยังคงเคลื่อนไหวอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 25 วัน (SMA 25) สะท้อนให้เห็นถึงความกลัวของนักลงทุนที่อยู่ในระดับสูง สอดคล้องกับผลสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนสหรัฐจาก AAII ที่ระบุว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา สัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ากำลังกลับเป็นขาลง หรือ Bearish ที่แม้ว่าจะลดลง 7.5% มาอยู่ที่ 42.8% แต่ยังคงสูงกว่าสัดส่วนนักลงทุนที่เชื่อว่าตลาดหุ้นสหรัฐในระยะ 6 เดือนข้างหน้ายังคงเป็นขาขึ้น หรือ Bullish ที่เพิ่มขึ้น 1.5% มาอยู่ที่ 33.0%

 

ความเสี่ยงการเมืองกดดันให้ฝรั่งขาย : ในส่วนของทิศทางของตลาดหุ้นไทยนั้น แม้ว่าเชิงของ Valuation เมื่อพิจารณาจากระดับ PE Ratio ของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันที่ระดับ 14.3 เท่า จะยังคงต่ำค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ระดับ 17.0 เท่า หรือมี Discount ราว 15.8% และระดับ PE Spread ระหว่างPE Ratio ของตลาดหุ้นไทย และดัชนี MSCI Asia ex. Japan อยู่ที่ระดับ 3.2 เท่า ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีราว 3.2%

 

ประกอบกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดี โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ย.2561 ยังคงเติบโตได้ดี โดย Private Consumption ขยายตัว 4.4% YoY และ Private Investment ขยายตัว 3.1% YoY ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น 4.5% YoY เป็น 3.178 ล้านคนจากเดือนก่อน แต่ความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น จากความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นการเลือกตั้ง จะส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยยังคงถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติต่อไป

สอดคล้องกับในทางเทคนิคที่ดัชนี Accumulated Foreign Fund Flow ของตลาดหุ้นไทยยังคงมีสัญญาณ Sell Signal อย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ในเชิงแนวโน้มทางเทคนิคของ SET ในระยะสั้น “นายหมูบิน” ยังคงยืนยันว่าตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ Fib Node 0.618 บริเวณ 1,700 จุดได้ ยังคงไม่มีสัญญาณซื้อ และการดีดตัวขึ้นช่วงสั้นให้มองเป็นแค่การ Technical Rebound ไว้ก่อน ในทางตรงกันข้ามถ้า SET ทำจุดต่ำใหม่ หรือ Lower Low ต่ำกว่า 1,580 จุด ที่บริเวณ Fib Node 1.618 หรือ 1,490 จุดจะทำหน้าที่เป็นแนวรับต่อไป

 

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) : ใช้โอกาสที่ SET ดีดตัวขึ้นไม่ผ่าน 1,670 (+/-5) จุด เป็นโอกาสในการ “ขายทำกำไร” ในลักษณะ “Short-Against” ไปรอ “เข้าซื้อสะสม” ในหุ้น PTTGC, PTTEP, BCP, EGCO,TISCO, SCC, HMPRO, AOT และ ADVANC อีกครั้ง สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่ระดับ 75% ของพอร์ต”

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wealthhuntersclub และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ในรายการ ”เซียนเศรษฐกิจ” ทาง FM 101 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00-12.00 น.เช่นเดิมครับ

ภาพประกอบ : การวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในทางเทคนิครายวัน (Daily)

Source: Wealth Hunters Club

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Like this post
Please reload

1.5 x 3.jpg
Please reload

For advertising please call: 02-2534691