Seminarr.png

สมาคมแบงก์รับไม่ยุ่งเงินดิจิทัล....บล็อกทุกช่องทางซื้อขาย

February 19, 2018

ประธานสมาคมแบงก์ไทยรับไม้แบงก์ชาติ ไม่ยุ่งเกี่ยวซื้อขายคริปโตเคอเรนซีเอง พร้อมบล็อกทุกช่องทางของคนซื้อ-คนขาย ใช้บัตรเครดิตซื้อก็ไม่ได้ ห่วงคนไม่รู้จริงไปลงทุนเสี่ยงสูง แถมกู้หนี้ยืมสินไปลงทุนอาจลากไปส่งผลกระทบระบบเศรษฐกิจ

 

นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหนังสือเวียนถึงธนาคารพาณิชย์ เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้ทำธุรกรรม หรือมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) จำนวน 5 ข้อ ซึ่งประกอบด้วย 1. การเข้าไปลงทุนซื้อขายในคริปโตเคอเรนซีเพื่อผลประโยชน์ของสถาบันการเงิน หรือผลประโยชน์ของลูกค้า 2. การให้บริการรับแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซีผ่านช่องทางให้บริการของสถาบันการเงิน

3.การสร้างแพลตฟอร์ม (platform) เพื่อเป็นสื่อกลางให้ลูกค้าเข้าไปทำธุรกรรมเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี่ระหว่างกัน 4.การให้ลูกค้าใช้บัตรเครดิตในการซื้อคริปโตเคอเรนซีระหว่างกัน 5.การสนับสนุนหรือให้คำปรึกษากับลูกค้าเกี่ยวกับการลงทุนหรือแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี ในส่วนของสมาชิกสมาคมธนาคารไทยได้รับทราบ และมีจุดยืนร่วมกันที่จะไม่สนับสนุนการลงทุนในคริปโตเคอเรนซี เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือในการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับผู้ที่ไม่รู้ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ไม่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนจึงไม่สามารถหามูลค่าที่เหมาะสมสำหรับเงินสกุลนั้นๆ ได้

 

“เงินตามกฎหมายไทยมีมูลค่ารองรับอยู่ว่าแต่ละบาทมีมูลค่าเท่าไหร่ ส่วนคริปโตเคอเรนซียังไม่สามารถตีความว่าเป็นเงิน หลายประเทศรวมทั้งไทยก็ยังไม่มีกฎหมายรองรับ เงินตามกฎหมายในปัจจุบันมีแค่เหรียญกษาปณ์กับธนบัตรเท่านั้น กรณีของคริปโตเคอเรนซี ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ไม่รู้เป็นเรื่องสำคัญ และหากปล่อยไปในระยะยาวจะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงต้องระวังว่าอะไรที่มันดีเกินไป ไม่เป็นไปตามกลไก ไม่สมดุล ก็ให้คิดไว้ก่อนว่า มันไม่ใช่เรื่องจริง เป็นหลุมเป็นบ่อที่ขุดไว้ล่ออยู่หรือเปล่า และยิ่งมีการกู้หนี้ยืมสินเพื่อเข้าไปลงทุน หากเกิดอะไรขึ้น ก็จะไม่เป็นผลดีต่อทั้งระบบ” นายปรีดี กล่าวและเผยต่อไปว่า

 

ถ้าธนาคารพาณิชย์พบว่าจะมีการเปิดบัญชี หรือใช้บัตรเครดิต เพื่อการทำธุรกรรมเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีจะมีการบล็อกไม่ให้ทำธุรกรรมดังกล่าว โดยในเบื้องต้นคงต้องเริ่มจากฝั่งผู้รับที่มีการจดทะเบียนในชื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลก่อน เนื่องจากในด้านของผู้จ่ายส่วนใหญ่เป็นบัญชีบุคคลที่ธนาคารไม่สามารถระบุวัตถุประสงค์ได้ ขณะที่ทางด้านบัตรเครดิตก็เช่นกัน

 

“การใช้บัตรเครดิตที่ผ่านมาไม่ได้ห้ามเรื่องการใช้บัตรในการลงทุนที่เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี แต่หลังจากนี้จะห้ามไม่ให้ทำ โดยผู้ให้บริการระบบชำระเงินมีลิสต์รายชื่อผู้รับที่มีการพิสูจน์ว่าเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีแจ้งกับสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตไว้แล้ว”

 

นายปรีดี กล่าวอีกว่า สำหรับการขอความร่วมมือของ ธปท.มองว่าไม่ได้สวนทางกับการพิจารณาเรื่องการระดมทุน ICO ของฝั่งตลาดทุน หรือคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขณะที่ต่อไปถ้ามีแนวทางที่ชัดเจน ทางฝั่งสถาบันการเงินก็ต้องมาพิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้ภายใต้การขอความร่วมมือของ ธปท. น่าจะรวมไปถึงบริษัทลูกของสถาบันการเงินที่ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซีเช่นเดียวกับสถาบันการเงินที่เป็นบริษัทแม่

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Like this post
Please reload

1.5 x 3.jpg
Please reload

For advertising please call: 02-2534691