Seminarr.png

"อภิรมย์" นำ ธ.ก.ส.สู่ยุค 4.0 l แบ่ง 3 กลุ่มลูกค้าดูแลเชิงรุก

May 11, 2017

“อภิรมย์ สุขประเสริฐ” ผู้จัดการ ธ.ก.ส.คนใหม่ สานต่อนโยบายลดเส้นกั้นเมือง-ชนบท พร้อมเดินหน้าสู่ยุค 4.0 ยันดูแลลูกค้าเชิงรุกจัดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม เพื่อให้บริการได้ตรงจุด ยกระดับสถาบันการเงินชุมชนให้บริการทางการเงินอีก 900 แห่ง พัฒนาเทคโนโลยีและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร หวังยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้นต่อเนื่อง ด้านผลงานปีบัญชี 59 กำไรสุทธิ 9.5 พันล้านบาท

 

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานของธนาคารในปีบัญชี 2560 (1 เมษายน 2560-31 มีนาคม 2561) ธนาคารจะสานต่อนโยบายเพื่อลบเส้นกั้นพรมแดนของการให้บริการทางการเงินระหว่างเมืองและภาคชนบท และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรลูกค้า และพร้อมนำ ธ.ก.ส. ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 6 โดยมุ่งมั่นเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการเป็นสถาบันการเงินเพื่อภาคการเกษตรที่มีความมั่นคงและยกระดับองค์กรเพื่อเป็น ธ.ก.ส. 4.0

 

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. จะให้ความสำคัญลูกค้าเป็นจุดศูนย์ (Customer Centric) ในเชิงรุก โดยได้จำแนกกลุ่มลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่มเพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย

 

1. กลุ่มเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยและมีหนี้นอกระบบที่เกิดจากเหตุสุจริตจำเป็น หรือกลุ่ม SMALL โดยจะให้การช่วยเหลือสินเชื่อแก้ไขหนี้นอกระบบและสินเชื่อฉุกเฉินเพื่อป้องกันหนี้นอกระบบ บรรเทาความเดือดร้อนในครัวเรือน รวมทั้งพัฒนาความรู้ทางการเงินและอาชีพที่เหมาะสม ซึ่งจะมีการทำงานร่วมกับเครือข่ายการเงินชุมชนและคณะอนุกรรมการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ระดับจังหวัด พร้อมส่งเสริมวินัยในการออมเพื่อให้มีเงินใช้ยังชีพอย่างพอเพียงในช่วงสูงวัย

 

2. กลุ่มลูกค้าเกษตรกรทั่วไป หรือ SMART จะสนับสนุนทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่ ทำการเกษตรทดแทนผู้สูงอายุ ปรับโครงสร้างการผลิตเชื่อมโยงกับหัวขบวน SMAEs ท่องเที่ยวชุมชน และยุทธศาสตร์จังหวัด ส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนการผลิต เกษตรอินทรีย์ รวมทั้งนำองค์ความรู้ นวัตกรรมเทคโนโลยีการเกษตรที่ทันสมัยสู่ลูกค้า โดยดูแลและให้คำปรึกษาต่อเนื่อง เน้นการทำงานร่วมกับหัวหน้ากลุ่ม องค์กรชุมชนและเครือข่ายความร่วมมือประชารัฐ

 

3.กลุ่มผู้ประกอบการภาคการเกษตร หรือ SMAEs จะมีการค้นหาลูกค้า SMAEs ใหม่ที่มีศักยภาพ ส่งเสริมผู้ประกอบการภาคเกษตรให้มีความเข้มแข็งเป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การแปรรูป สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการผลิตสินค้าเกษตร

 

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. มีนโยบายขยายเครือข่ายทางการเงินเพื่ออำนวยความสะดวก ลดค่าใช้จ่าย และเวลาในการเข้าถึงบริการทางการเงินของลูกค้า โดยร่วมมือกับกองทุนหมู่บ้านและสถาบันการเงินชุมชนที่มีศักยภาพ ธ.ก.ส.จะสนับสนุนด้านการพัฒนาระบบงานและเทคโนโลยี รวมถึงบุคลากรของเครือข่ายให้สามารถเป็นศูนย์กลางให้บริการทางการเงินแก่สมาชิกในชุมชน โดยมีเป้าหมาย 900 แห่ง ขณะเดียวกันยังได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการเข้าถึงบริการของธนาคารแก่ลูกค้าประชาชนทั่วไป เช่น Mobile Phone Banking บัตรเดบิต บัตรเงินสด และระบบสนับสนุนการจัดการทางการเงินสำหรับลูกค้าองค์กรและผู้ประกอบการ ควบคู่กับการให้ความรู้แก่เกษตรกรทั้งด้านการใช้และการป้องกันความเสี่ยงในการใช้งาน (Digital literacy) โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นหลัก

 

นายอภิรมย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับในปีบัญชี 2559 (1 เมษายน 2559-30 มีนาคม 2560) ธ.ก.ส. ได้สนับสนุนโครงการของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากและเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่าน 9 มาตรการ 38 โครงการ มีเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือแล้วเป็นเงิน 341,150.75 ล้านบาท ส่งเสริมผู้ประกอบการภาคการเกษตร (SMAEs) โดยสนับสนุนทั้งสินเชื่อแก่ SME เกษตร จำนวน 32,670 ราย เป็นเงินกว่า 48,508 ล้านบาท และการให้ความรู้ความเข้าใจทางการเงิน (Financial Literacy) ตามหลัก “3 รู้” คือ รู้ชีวิต รู้การออม และรู้ก่อนกู้ ได้ส่งเสริมการออมผ่านเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตและกองทุนการออมแห่งชาติ รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการป้องกันความเสี่ยงในโครงการประกันภัยพืชผลทางการเกษตร ที่มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 1.52 ล้านราย พื้นที่ประกันภัย 27.18 ล้านไร่ ได้รับค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 639.69 ล้านบาท ส่วนเกษตรลูกค้าที่ไม่มีปัญหาการชำระหนี้ ธ.ก.ส. ได้จัดทำโครงการชำระดีมีคืน โดยเกษตรกรได้รับการคืนดอกเบี้ย 30% ของจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระ ปัจจุบันคืนดอกเบี้ยให้แล้ว 850,000 ราย เป็นเงิน 2,020 ล้านบาท

 

ส่วนผลการดำเนินงานในปีบัญชี 2559 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 1,617,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 110,241 ล้านบาท หรือ 7.31% สินเชื่อรวม 1,277,044 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 72,625 ล้านบาท หรือ 6.03% เงินฝาก 1,406,490 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 95,547 ล้านบาท มีส่วนของเจ้าของ 126,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.01% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) 4.03% และมีกำไรสุทธิ 9,496 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ในปีบัญชี 2560 ธ.ก.ส. ตั้งเป้าเติบโตด้านสินเชื่อ 7% ไม่รวมสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาล เงินฝากขยายตัว 4% และควบคุม NPL ให้อยู่ในระดับไม่เกิน4% สำหรับผลดำเนินการทางการเงินจะรักษาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมโดยมุ่งเป็นสถาบันการเงินที่เป็นศูนย์กลางของการบริหารจัดการการเงินของภาคเกษตรและชนบทไทย (Rural Universal Bank) ต่อไป

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Like this post
Please reload

1.5 x 3.jpg
Please reload

For advertising please call: 02-2534691