Seminarr.png

TIPLIFE เลื่อนเข้า SET ไร้กำหนด...ปรับแบ็กออฟฟิศ-รื้อนโยบายใหม่

February 14, 2017

น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์ “ทิพยประกันชีวิต” TIPLIFE ตั้งแต่ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ยังคงเป้าหมายสูงสุดในการเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ด้วยภาวะธุรกิจภาพรวมในปัจจุบันที่มีปัจจัยแวดล้อมหลากหลาย ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ รวมทั้งความผันผวนด้านต่างๆ ทำให้บริษัทตัดสินใจชะลอแผนการเข้าตลาดไปก่อน

 

นายนพพร บุญลาโภ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันชีวิต กล่าวว่าปี 2559 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่เป็นทั้งความผันผวนและความท้าทายของบริษัทอย่างมาก ภายใต้ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ทั้งภาวะธุรกิจ ตลาดเงิน ตลาดทุนและภาวะเศรษฐกิจรอบด้าน ทำให้บริษัทต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวังมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยตกต่ำต่อเนื่องมานาน 2-3 ปี กระทั่งมากระเตื้องขึ้นในช่วงปลายปี หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งทำให้การลงทุนของบริษัทพลิกกลับมาเป็นเชิงบวกอย่างเห็นได้ชัด

 

ผลประกอบการในปีที่ผ่านมา มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 5.9 พันล้านบาท เติบโต 13.5% ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเบี้ยประกันสินเชื่อจากธนาคารออมสิน (MRTA) ประมาณ 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เบี้ยประกันปีต่อไป 1,300 ล้านบาท คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์เฉลี่ย 80% กำไรจากการลงทุน 640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% กำไรก่อนหักภาษี 767 ล้านบาท เป็นผลจากอัตราดอกเบี้ยปรับขึ้น ส่งผลดีต่อพอร์ตโฟลิโอโดยรวมที่มีกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

 

เฉพาะอย่างยิ่งพอร์ตในส่วนของพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์และกองรีทต่างๆ สร้างผลตอบแทนรวมกันสูงถึง 20% ซึ่ง 2 พอร์ตนี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของพอร์ตโฟลิโอรวมที่สามารถสร้างผลตอบแทนรวมได้เฉลี่ย 4.8%

สำหรับแผนงานและเป้าหมายของปี 2560 คาดการณ์เบี้ยประกันรับรวมที่ 7,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% แบ่งเป็นเบี้ยประกันประเภทสามัญ 2,000 ล้านบาท อีก 5,000 ล้านบาทเป็นเบี้ยแอสชัวรันส์จากธนาคารออมสิน โดยในจำนวนนี้ 1,000 ล้านบาท จะเป็นเบี้ยประเภทสามัญที่ทางธนาคารออมสินจะเริ่มทำตลาดในปีนี้ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตสะสมทรัพย์แบบ 10/6 นอกเหนือจากเบี้ย MRTA เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแผนงานใหม่ที่ท้าทายมากในปีนี้

 

จุดเด่นของแผนงานในปีนี้ จะมีการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนชัดเจน 2 ด้าน คือ จะมุ่งเน้นขายเบี้ยประกันสามัญผ่านช่องทางขายแบงก์แอสชัวรันส์ จากเดิมที่ไม่มีมาก่อนและจะเน้นทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก โดยจะชูจุดเด่นที่ไม่ได้มุ่งเน้นการนำเสนอขาย ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเบื่อและไม่น่าสนใจ แต่จะเป็นในรูปแบบสื่อให้ผู้บริโภคเห็นภาพของการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน หรือนักวางแผนทางการเงินมากกว่า เพื่อจะตอบโจทย์การทำประกันชีวิตในปัจจุบันได้ตรงจุด

 

นายนพพร กล่าวยอมรับว่าผลจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องปรับระบบแบ็กออฟฟิศรองรับการให้บริการลูกค้ามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะยอดขายควรต้องสัมพันธ์กับบริการที่ดี ตอบโจทย์และตรงลูกค้า เช่นเดียวกับการให้ความสำคัญกับคู่ค้าและพันธมิตรที่สำคัญ ซึ่งจะต้องก้าวเดินไปด้วยกัน

 

ขณะเดียวกันมองว่าธุรกิจประกันชีวิตไทยภาพรวมในปีนี้ ยังมีทิศทางสดใส ไม่ได้แย่ไปกว่าธุรกิจอุตสาหกรรมอื่นๆ แม้ว่าในปีที่ผ่านมา ทั้งระบบจะเติบโตได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เป็นส่วนใหญ่ แต่ประเมินว่าปีนี้จะเริ่มกลับเข้าสู่ทิศทางสดใส จากแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจที่จะกระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ

 

สำหรับการลงทุนใน สปป.ลาวที่ร่วมลงทุนกับ บมจ.ทิพยประกันภัยนั้น ล่าสุด เปิดดำเนินการไปแล้ว โดยมีรายได้เบี้ยประกันเข้ามาแล้วส่วนหนึ่ง แต่ตลาดภาพรวมยังค่อนข้างเล็ก ต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดประกันชีวิตในลาว ยังมีลู่ทางและอนาคตสดใส เช่นเดียวกับตลาดประกันชีวิตในประเทศอื่นๆในอาเซียน ซึ่งต้องประเมินศักยภาพและความพร้อมของแต่ละแห่ง

 

ส่วนแผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น เดิมวางแผนไว้ว่าจะเป็นอย่างเร็วในปี 2559 แต่เพราะสถานการณ์ปัจจุบัน บวกกับความเข้มข้นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ปรับเปลี่ยนไปมากขึ้น ทำให้บริษัทตัดสินใจชะลอแผนออกไปก่อน เพื่อปรับระบบภายในให้มีเสถียรภาพและลงตัวมากขึ้น เพื่อจะพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น.

 

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Like this post
Please reload

1.5 x 3.jpg
Please reload

For advertising please call: 02-2534691