Seminarr.png

แย่สุดๆ ‘ข้าวไทย’ ส่งออกหดตัวแรง

September 18, 2016

ผลผลิตข้าวล้นตลาดโลก ยอดส่งออกข้าวไทยถดถอย เดือนก.ค.แย่สุดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ส่วนข้าวบรรจุถุงถูกลง 15-20% แจงลดกว่านี้ไม่ได้ เพราะแม้ราคาข้าวจะถูกลง แต่ต้นทุนค่าดำเนินการ ค่าขนส่ง ค่าช่องทางจำหน่าย โดยเฉพาะโมเดิร์นเทรดไม่ได้ลดลงตามไปด้วย

 

นายสมเกียรติ มรรคยาธร เลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตข้าวสารบรรจุถุงภายใต้แบรนด์ ข้าวมาบุญครอง กล่าวในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ที่จัดโดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงการร่วมกันบริหารจัดการข้าวเปลือกที่กำลังจะออกมาใหม่กว่า 20 ล้านตันในช่วงปลายปี 2559 นี้ว่า เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขร่วมกันในหลายๆภาคส่วน ซึ่งปีนี้ผลผลิตข้าวเปลือกที่จะออกมา ค่อนข้างมากเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ปลูก เพราะสภาพอากาศต่างๆค่อนข้างจะเป็นใจ โดยข้าวนาปีฤดูกาลใหม่ที่จะเก็บเกี่ยวปลายปีนี้น่าจะมีกว่า 20 ล้านตัน และจะออกมากระจุกตัวช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะมีทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว และข้าวขาวบางส่วน

 

ส่วนตลาดส่งออกใน 7 เดือนแรกของปีนี้นั้น นายสมเกียรติกล่าวว่าด้านปริมาณยังบวกเล็กน้อยที่ประมาณ 4-5% แต่สัญญาณการส่งออกเดือนกรกฎาคมไม่ค่อยดีนัก โดยตัวเลขส่งออกเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 5 แสนตัน ซึ่งโดยปกติหลังจากจบโครงการรับจำนำไปเมื่อปี 2557 ยังไม่เคยส่งออกได้น้อยเท่านี้ ทั้งนี้ เป็นเพราะความต้องการของตลาดโลก ลดลงไปค่อนข้างมาก ในขณะที่ผลผลิตข้าวทั่วโลกค่อนข้างดี อีกทั้งเศรษฐกิจของคู่ค้าไทยอย่างแอฟริกาที่เป็นตลาดหลักในการซื้อข้าวจากไทยก็มีเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดี จึงมีการนำเข้าข้าวที่มีราคาถูกกว่าประเทศไทยเช่นจากเวียดนาม ทำให้ยอดการส่งออกข้าวของไทยในเดือนกรกฎาคมลดลงไปมาก แต่ที่ตัวเลขส่งออกในเดือนสิงหาคมเริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว

 

“จากที่เราไปขายข้าวให้ฟิลิปปินส์ประมาณ 1 แสนตัน น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นบ้าง แต่ปีนี้ถือว่ายอดการสั่งซื้อมาค่อนข้างล่าช้าหากเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว การซื้อรัฐต่อรัฐของปีที่แล้วน่าจะดีกว่าช่วงนี้ และทางด้านของอินโดนีเซียปีที่แล้วก็มีการสั่งซื้อจากไทยในช่วงนี้ แต่ปีนี้ยังเงียบๆ”

 

นายสมเกียรติกล่าวต่อด้วยว่า เงินบาทค่าเงินของที่แข็งค่าเกินไปเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งในการส่งออกข้าว เมื่อเงินบาทแข็งค่าแต่ค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งออกข้าวเช่นเดียวกัน ไม่ได้แข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาข้าวจากไทยแพงกว่าราคาข้าวของเพื่อนบ้าน โดยปีนี้เงินบาทแข็งค่าเงินแข็งค่าขึ้นค่อนข้างมากจากที่ต้นปีอยู่ที่กว่า 35 บาทต่อดอลลาร์ และขณะนี้อยู่ที่กว่า 34 บาทต่อดอลลาร์ หรือแข็งค่าประมาณ 3-4% ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับธุรกิจข้าว...

 

ส่วนที่มีข่าวว่าผู้ส่งออกมีการฮั้วกันกดราคาประมูลข้าวรัฐ ทำให้ทางการเรียกไปประชุม และปรามว่าอาจจะต้องใช้วิธีกำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำนั้น นายสมเกียรติกล่าวว่า สถานการณ์ไม่ได้รุนแรงขนาดนั้น และการกำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำ เป็นวิธีการหนึ่งซึ่งบางประเทศใช้ โดยเป็นประเทศที่ขายข้าวในราคาถูกอย่างเช่นเวียดนาม เพราะต้นทุนต่ำ แต่สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศที่ขายข้าวคุณภาพดีในราคาสูง ดังนั้น การกำหนดราคาส่งออกขั้นต่ำจะทำให้ต่างประเทศแปลกใจได้

 

“วิธีการนี้จะใช้ได้หรือไม่ ก็ไม่แน่ใจ แต่เรื่องนี้ ต้องเป็นไปตามกลไกราคา เพราะช่วงเวลานี้ทุกคนจะมองว่าซัพพลายในตลาดค่อนข้างมีจำนวนมาก และการขายเหมือนเป็นการขายล่วงหน้า ซึ่งราคาขายล่วงหน้าจะกระทบกับราคาปัจจุบัน สำหรับคนที่ไม่อยู่ในธุรกิจและมองไปว่าราคาล่วงหน้ามากระทบกับราคาปัจจุบัน แล้วราคาปัจจุบันก็เลยกลายเป็นราคานี้ไป ทั้งนี้ ตลาดราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้าของประเทศไทยมันไม่มีประสิทธิภาพ คิดว่าคงยังไม่มีใครเข้าไปพัฒนาหรือปรับปรุงให้มันชัดเจน”

 

นอกจากนี้นายสมเกียรติยังกล่าวถึงตลาดข้าวบรรจุถุงด้วยว่า จากสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกที่ลดต่ำลง จะทำให้ราคาข้าวถุงลดลงตามสภาพของราคาวัตถุดิบที่ลดลงไปประมาณ 15-20% ส่วนกรณีที่โรงสีบอกว่าข้าวบรรจุถุงที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตยังคงมีราคาที่สูงอยู่ และผู้ประกอบการข้าวบรรจุถุงยังไปกดซื้อข้าวกับโรงสีในราคาที่ถูกนั้น ถือว่าเป็นความเข้าใจที่มีส่วนถูกต้องบ้าง และมีที่คลาดเคลื่อนบ้าง เพราะราคาข้าวสารบรรจุถุงปีนี้ลดลงไป 15-20%

 

“คือเวลาที่เราบอกว่าราคาข้าวเปลือกสูงประมาณ 1 หมื่นบาทต่อตัน แต่ลงไปสัก 20% คือลงเหลือ 8 พันบาท ซึ่งเวลาเราขายข้าวสารบรรจุถุง ต้นทุนจะลดลงไปราว 10% ดังนั้น ความรู้สึกที่ลดลงที่เป็นเปอร์เซ็นต์อาจจะแตกต่างกัน ขณะที่ช่องทางการจำหน่ายของเรา ค่อนข้างจะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งก็มีการแจ้งมาว่าไม่สามารถลดลงได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องการส่งเสริมการขาย ค่าโลจิสติกส์ ค่าใช้จ่ายด้านข้อมูล ฯลฯ เหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้ลดลง ดังนั้น พอค่าวัตถุดิบลงแล้วทุกอย่างจะต้องลง คงไม่ใช่ เพราะวัตถุดิบเป็นส่วนประกอบของต้นทุนที่เป็นต้นทุนโครงสร้างราคาน่าจะอยู่ประมาณ 75-80% เพราะฉะนั้นอีก 20-25% มันลงไม่ได้ แต่ก็อยากบอกว่าปัจจุบันราคาข้าวบรรจุถุงลงไปเยอะมาก และเป็นสินค้าที่มีการส่งเสริมการขายมากที่สุดในโมเดิร์นเทรด และปัจจุบันการกำหนดราคาขายปลีกไม่ได้อยู่ที่เจ้าของสินค้า ส่วนหนึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายที่บวกเพิ่มขึ้นไปอีกสำหรับช่องทางจำหน่ายที่เขาบวกด้วยตัวเอง ซึ่งเขาก็มีค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับราคาข้าวเลย ทำให้ดูว่าโครงสร้างลดได้ไม่เท่ากับมีความรู้สึกว่าราคาวัตถุดิบมันลดลง เพราะถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกัน”

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Like this post
Please reload

1.5 x 3.jpg
Please reload

For advertising please call: 02-2534691