Travel Bubble ทำได้ แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพื่อทดสอบความพร้อม...ที่สำคัญการ์ดต้องไม่ตก !!


Interview : คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์

สมาชิกวุฒิสภาไทย

และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา


ภูเก็ตโมเดล-Travel Bubble ทำได้ แต่ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อทดสอบความพร้อมทั้งแง่การควบคุม ป้องกัน การรับมือ ของทุกฝ่ายทุกขั้นตอน ที่สำคัญคือการ์ดต้องไม่ตก ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างรายได้จากการท่องเที่ยวกับค่ายกการ์ดว่าคุ้มกันหรือไม่ ต้องตั้งมาตรฐานว่าเมื่อเปิดเมืองแล้วจะรับความเสี่ยงได้แค่ไหน ถ้าความเสี่ยงเกินจากนั้นต้องปิดเมืองเลยหรือไม่ ย้ำ...อีกทางออกสำคัญของการแก้ปัญหาธุรกิจท่องเที่ยวคือสินเชื่อปลอดต้น ปลอดดอก นานอย่างน้อย 2 ปีครึ่ง เพื่อเป็นน้ำเลี้ยงประคองธุรกิจและการจ้างงาน โดยทั้งเจ้าของ-ลูกจ้างต้องใช้เวลาที่ธุรกิจซบเซาพัฒนาทักษะ-ศักยภาพ พร้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิมในวันที่สถานการณ์คลี่คลายดีขึ้น

ตอนนี้ทำอะไรอยู่ เห็นมีกิจกรรมไปเก็บขยะ

ไปที่ตลาดหัวตะเข้ นัดกันไปร่วมกับเยาวชนเยอะพอสมควร รวมกันเก็บขยะในคลองเพราะเป็นคลองที่ยาวมาก คลองประเวศเส้นปากคลองพระโขนง หัวคลองพระโขนง ไปเชื่อมกับบางกะเจ้าตรงแม่น้ำเจ้าพระยา และปลายของคลองอีกด้านนึงสุดที่แม่น้ำบางปะกง ก็เป็นน้ำที่ผ่านชุมชนมหาศาล ขยะเลยเยอะ ขณะเดียวกันตรงสี่แยกของคลองมีแนวตั้งปรับลงมาจากเขื่อนป่าสักที่น้ำไหลผ่านนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่มีนบุรีเข้ามาถึงลงทะเล เราไปเริ่มจุดนั้นแล้วเก็บขยะลงมาหลายๆ รอบแล้ว นี่ก็เป็นอีกรอบนึง

ตอนนี้มีทอล์กออฟเดอะทาวน์ในเรื่องธุรกิจ คือควรมีภูเก็ตโมเดล และ Travel Bubble ที่หลายประเทศขยับกันอยู่ เพื่อช่วยผ่อนหนักเป็นเบาให้กับเศรษฐกิจไปถึงชาวบ้าน มีมุมมองเรื่องนี้อย่างไร

เป็นมุมมองที่เข้าใจทุกฝ่าย แต่ผมว่าอยู่อย่างนี้สบายดีแล้ว การเปิดประเทศเป็นเรื่องที่ต้องระวังว่าถ้าเกิดระบาดอีกจะเป็นอย่างไร เข้าใจได้สำหรับคนอยากจะเปิด คือขณะนี้ไม่ได้ขอเปิดสุ่มสี่สุ่มห้า ขอเลือกเป็นเกาะแล้วกัน มุมมองนี้เป็นเกาะที่ไกลออกไปอย่างสมุยซึ่งเขาหวังพึ่งท่องเที่ยวอย่างมาก คนที่มาสมุยก็อาจจะไปเกาะอื่นๆ เที่ยวข้างนอกได้ และถ้าข้ามเกาะเข้าแผ่นดินก็ใช้เวลานาน การสกัดกั้นหรือการดูแลทำได้ง่าย เนื่องจากรัฐบาลกำลังเริ่มจากภูเก็ตก่อน ก็พอเข้าใจว่าอย่างน้อยว่าเป็นเกาะ แต่ด้วยความที่เป็นเกาะที่อยู่ใกล้แผ่นดินมาก ออกจากภูเก็ตไปก็มีเกาะเล็กๆ ข้างๆ ภูเก็ตเยอะ ถามว่าเรือออกแล้วจะเลี้ยวไปพังงาไหม นี่เป็นตัวอย่าง

กระบวนการเหล่านี้ผมเคยให้สัมภาษณ์ในเวทีอื่นว่าเห็นพร้อมในทิศทาง แต่ต้องมีแผนที่แข็งแรงมาก และต้องเป็นแผนที่ยอมรับจากคนพื้นที่ เพราะนักท่องเที่ยวมาจากข้างนอก เขารู้เรื่องไม่รู้บ้าง ถ้าบอกเขารู้เรื่องก็ปฏิบัติตาม แต่เป็นไปได้ว่าถ้าเขาเข้ามาแล้วและเขารู้จักคนนั้นคนนี้ มีการพาเขาออกไปเที่ยวที่อื่นจะติดตามกันได้แค่ไหน อีกเรื่องคือวินัยชาวต่างประเทศที่เข้ามา วินัยคนไทยเช่นคนขับเรือ แม่บ้านทำความสะอาดของโรงแรม พอนักท่องเที่ยวเข้ามาควรกำหนดว่าต้องอยู่ในเฉพาะโรงแรม แล้วคนทำความสะอาด คนสวนที่ดูแลโรงแรม เขาต้องกลับบ้านไหม ถ้าเขากลับบ้าน เขาอยู่ไหน ถ้าอยู่ในภูเก็ตก็แล้วไป ถ้าเกิดต้องข้ามไปพังงาจะว่าอย่างไร แผนพวกนี้ต้องเป็นแผนลงรายละเอียดยิบ เพราะต้องไม่ลืมว่านักท่องเที่ยวไม่ได้เข้ามารอบเดียว แต่มาหลายรอบ แล้วทำต่อเนื่อง เพราะตอนนี้การบินไทยประกาศแล้วว่าเตรียมเที่ยวบินประมาณ 6 เที่ยวบินจาก 6 เมือง คำถามคือเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วแม่บ้านที่ดูแลกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกแล้ว พอกลุ่มที่ 4 กลุ่มที่ 5 ตามเข้ามาใน 2 สัปดาห์ถัดมา แม่บ้านต้องเปลี่ยนคนไหม เพราะคนแรกอยู่ยาวตลอด ก็ไม่แน่ใจ แล้วแม่บ้านที่ออกเวรไปต้องกักตัวอีกกี่วัน นี่เป็นตัวอย่าง

ที่พูดนี่ไม่ได้บอกไม่ให้ทำ แต่ผมอยากจะบอกว่ารายละเอียดมันเยอะ การทำครั้งนี้ไม่ได้หวังว่าจะมีกำไรมาเลี้ยงประเทศ เพราะเข้ามาได้อย่างมากหลักพัน อาจจะเก็บสะสมได้เป็นหลักหมื่น แต่ปกติอย่างเกาะภูเก็ตเขารับกันหลักแสน เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจว่าถ้าจะทำต้องไม่ทำเพราะอยากจะได้เงิน เงินเป็นผลพลอยได้ แต่เรื่องหลักเป็นการทดสอบระบบว่ามีจุดรั่วไหม ถ้ามีจุดรั่วจะอุดได้เร็วแค่ไหน เป็นไปไม่ได้ที่จะปิดประเทศไปตลอดกาล แต่การจะค่อยๆ คลายออกต้องไปคลายในพื้นที่ที่ควบคุมได้ยากอย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ เพราะเป็นแผ่นดินใหญ่ อาจจะมีจุดรั่วได้ง่าย อย่างจะเปิดเกาะก็ถูกแล้วและเป็นพื้นที่คนท้องถิ่นส่วนใหญ่เห็นด้วย ต้องเข้าใจว่ามีการเห็นต่างของคนในพื้นที่แน่นอน คำถามคือจะไปดูแลให้เขาสบายใจได้อย่างไร เพราะคนที่อยากจะเปิดได้ผลประโยชน์โดยตรง คุณเลยรับความเสี่ยงนั้นเอง แต่ฉันต้องเสี่ยงไปกับเธอด้วยหรือ อย่างนี้ต้องควรปรึกษาหารือกัน

ผมให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เสมอคือ การสนทนาระหว่างกัน ต่างฝ่ายมีข้อจำกัดอะไร แล้วดูแลข้อจำกัดกันไป อย่าให้กลายเป็นว่าเสียงข้างมากลากไป เสียงข้างน้อยคงไม่ยอม แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าการกดตัวเลขให้เป็นศูนย์ตลอดเวลาหรือตัวเลขต่ำ จะทำให้คนตกงานมาก ใครจะรับผิดชอบ อันนี้เห็นด้วย การสนทนาอย่างจริงจังว่าจะค่อยๆ เปิดเป็นจุดๆ แล้วทดสอบให้แน่ใจว่าน้ำไม่มีรั่ว เหมือนเราทำท่อประปาในบ้าน ตอนต่อท่อใหม่ๆ ต้องปิดวาล์วน้ำนอกบ้าน แต่แบบนี้ต่อท่อเสร็จแล้ว คิดว่าลุยได้ระบบรองรับแล้ว พาคนไทยกลับบ้านมาไม่มีอะไรหลุดรั่ว แต่ไม่ได้บอกว่าต้องเปิดทุกก๊อก จะขอลองเปิดเฉพาะก๊อกที่สนามหญ้าก่อน แต่ยังไม่ได้เข้าบ้าน เปิดวาล์วน้ำนอกบ้าน แล้วเปิดก๊อกที่สนามว่าดูมีน้ำรั่วตรงไหน ถ้าเป็นแบบนี้คนก็ดูแบบใจจดใจจ่อ เข้าใจวิธีการ แต่ถ้าฉันจะเปิดเพราะอยากรดน้ำต้นไม้ ถ้าเปิดน้ำออกมาแล้วน้ำพุ่งเข้ามาในบ้านจะทำอย่างไร ความหมายเดียวกัน

คิดว่าต้องให้กำลังใจทุกฝ่าย แต่อยากให้แต่ละฝ่ายไปทำแผนพูดคุยกัน เพราะราชการทำคนเดียวไม่ได้ ฝ่ายแพทย์ทำคนเดียวก็เอาไม่อยู่ เพราะคนเรือ เด็กเสิร์ฟ เขาไม่ใช่คนราชการ บางคนอาจจะไม่ใช่คนไทยด้วย อาจจะเป็นแรงงานต่างด้าว แล้วจะคุยกับเขารู้เรื่องไหม ต้องทดสอบว่ามีจุดรั่วไหม ลองดูสักนิด พอเข้าใจกันได้ แต่พอเปิดแล้วการ์ดต้องสูงเท่านั้น ไม่ใช่ผ่าน 3 อาทิตย์คนเริ่มไม่สนใจ เวลานี้คนไทยไปไหนมาไหนเริ่มไม่เว้นระยะห่างแล้ว หน้ากากยังใส่อยู่ แต่ระยะห่างไม่ค่อยสนใจแล้ว แต่ถ้าเปิดคลายล็อกตรงนั้นต้องทำให้เห็นเลยว่าการควบคุมระยะห่างยังแม่น การใส่หน้ากากยังแม่นอยู่ ขณะเดียวกันทำให้คนพื้นที่ข้างเคียงอย่าง พังงา ตรัง กระบี่ ต้องเตรียมรับมือด้วย แม้ว่าเขาไม่ได้รับนักท่องเที่ยว แต่เขาก็เคร่งครัดขึ้นมาเลย อย่างนั้นดี และอย่าลืมว่าถ้าผ่านขั้นตอนภูเก็ตได้ เมืองอื่นๆ ที่พึ่งพารายได้ท่องเที่ยวเขาก็จะขอบ้างได้ไหม ต้องแสดงวินัยจากบัดนี้เลยว่าท่านเตรียมระบบสื่อสาร คู่มือมากพอหรือยัง

ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องทดสอบกันไปอีกพอสมควรเพราะโควิดยังอยู่กับเราไปอีกนาน ต่างประเทศยังติดวันละ 200,000 คน คนที่บินเข้ามาขนาดอ้างว่ากักตัวต้นทางแล้ว พอถึงบ้านเราพบว่าติด แปลว่าความเสี่ยงยังสูงอยู่ แต่ไม่ถึงขนาดว่าถ้ากลัวก็ล็อกไปเลย ปิดวาล์วใหญ่นอกบ้าน เราไม่รู้เลยว่าน้ำในบ้านรั่วไหม ถ้าปิดอย่างนั้นก็ไม่มีทางรู้ ถ้าอยากจะรู้ก็ลองเปิดวาล์ว แต่กำหนดว่าไม่เปิดก๊อกในบ้าน เปิดก๊อกที่สนามหญ้าก่อน แต่ไม่ต้องหมุนสุด เปิดพอให้รู้ว่ามีแรงดันน้ำเข้ามา มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เอาแค่แพทย์ บุคลากรพยาบาล ถ้าน้ำหยดมาแค่ 3-4 หยด ฉันจัดการได้ ผ้าขนหนูซับนิดเดียวเสร็จ แต่ห้ามหยดเกินวันละ 8 หยด อย่างนี้ไม่ได้ ก็บอกมา แบบนี้คนก็จะรับฟังข่าวสารด้วยความรู้สึกว่าการ์ดสูงทุกฝ่าย ไม่มีการมองข้าม มองเห็นความสำคัญของทุกคน แม้กระทั่งแรงงานต่างด้าวเล็กๆ 2-3 คนก็เป็นประเด็นได้ เขาแค่ข้ามไปซื้อขนมมากินฝั่งนี้เพราะราคาถูกกว่า ก็คิดว่าไม่เป็นไรเลยวิ่งออกไปแล้วจะพลาดได้

ต้องคุมเรื่องพวกนี้ให้แน่ใจว่า 1. แผนมี 2. คนมี คนที่รับผิดชอบต้องไม่ใช่แค่มีชื่อมีตำแหน่ง ต้องมีชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรศัพท์ ไม่ใช่บอกเรื่องนี้เป็นของนายอำเภอ นายอำเภอบอกอันนี้มอบให้ผู้ช่วยปลัด ผู้ช่วยปลัดมีกี่คน ต้องรู้กันเลยว่าจุดนี้ พื้นที่นี้คนนี้รับผิดชอบเรื่องอะไร เบอร์โทรศัพท์ขึ้นพร้อม เห็นอะไรผิดปกติโทร.ถามว่ารู้เรื่องยัง แบบนี้ถึงเรียกว่าการ์ดสูง

กระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศก่อนดีไหม

ดี แต่การกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศด้วยไซซ์ปกติปีละประมาณ 1 ล้านล้านบาท ปีนี้ไม่มีทางถึง เพราะคนไทยต้องเก็บหอมรอมริบเพราะต้องอยู่กับโควิดไปสักพักใหญ่ อยากจะประหยัด เก็บเงิน วิธีการจะพาเที่ยวไทยเวลานี้ไม่มีเครื่องบินเยอะเท่าสมัยก่อน ส่วนใหญ่คนไปด้วยรถยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมงจากเมืองหลักทั้งหลายถึงมีคนออกไปเที่ยว แต่ถ้าไม่ได้อยู่ใน 3 ชั่วโมงจากเมืองก็จะไม่ค่อยได้ลูกค้า ตัวเมืองหลักที่เคยอาศัยชาวต่างชาติถ้ารอนักท่องเที่ยวไทยก็มาแค่คืนศุกร์และเสาร์ ให้เขาเปิดโรงแรมรอวันศุกร์กับเสาร์ แล้ววันธรรมดาให้ลูกจ้างทำอะไรดี อันนี้ก็เป็นปัญหา ถามว่าอันนี้ดีไหม ดีแล้ว ประชากร 60-70 ล้าน ก็ต้องใช้ตลาดในประเทศเลี้ยงดูกันไปแบบเบาๆ แต่หมายความว่าคนหิวมา 7-8 เดือนแล้วได้ขนมจีบคนละลูก ได้เคี้ยวได้กลืน แต่หมดแล้ว ของคนไทยมีปริมาณที่เที่ยวได้ทีละนิดทีละหน่อย แล้วจะแน่นในบางพื้นที่ แต่ในระยะยาวจะไม่พอกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คิดว่าการเปิดเมืองอย่าหวังแค่จะได้รายได้มากมาย ให้ดูว่าการ์ดสูงพอหรือไม่แล้ว รายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการยกการ์ดไหม ไม่แน่ว่าพอเปิดได้สักพักนึง พอได้เงินมา บอกไม่ค่อยคุ้ม ก็ปิดอีก ไม่ระบาดแต่ได้เงินแค่นี้ก็ไม่พอ เวลานี้โรงแรมในเมืองใหญ่ที่ปิดตัวไปแล้วแต่ไม่ถาวร 60-70% ถ้ามีการเปิด 12-15% คำถามคือพอไหม เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ได้ออกไปเที่ยวทั่ว เขามาก็ต้องอยู่เฉพาะในโรงแรม เพราะฉะนั้นคนอื่นไม่ค่อยได้อะไรเท่าไหร่ นอกจากคนที่ขายในโรงแรม

ถ้าคิดในแง่ร้ายว่าเกิดโป๊ะแตกจะยิ่งซ้ำเติม

นิยามคำว่าโป๊ะแตกคือแค่ไหน ถ้าบอกน้ำหยด 3 หยดเรียกว่าโป๊ะแตก อันนั้นเจอแน่ แต่ถ้าทางการแพทย์ของพื้นที่นั้นถ้าบอกวันนึงหยดไม่เกิน 15 หยดฉันซับได้หมด ไม่ต้องห่วง แต่ถ้าหยดเกิน 15 หยดแบบนี้ต้องหยดไม่เกิน 2 เดือน ถ้าหยด 15 หยดทุกวันตลอด 2 เดือน ในปลายเดือนที่ 2 จะไม่ไหว ต้องมีตัวเลขให้รู้ว่าสามารถบริหารอย่างไร

ผู้ประกอบการพูดว่าถ้าไม่เปิดเมืองภายในปลายปี จะมีคนตกงานในธุรกิจท่องเที่ยวอีกเยอะมาก

ถูกต้อง พูดถูกเลย ท่องเที่ยวไทยจ้างคนไทย 4 ล้านคนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่วนอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว คือไม่ได้เจอนักท่องเที่ยวโดยตรงแต่ขับรถขนกล้วยไปส่งตามโรงแรม พวกนี้อีกประมาณ 4 ล้านคน แต่ถามว่าจะตกงาน 8 ล้านไหม ถ้าหากปิดนานๆ อาจจะถึง

ผมจึงหันมาสนใจเรื่องสินเชื่อระยะยาว สินเชื่อที่ไม่ต้องผ่อนเดี๋ยวนี้ สินเชื่อที่ปลอดทั้งต้นและดอก ไม่ใช่บอกไม่เก็บดอกแต่ดอกยังโตไปเรื่อยๆ แค่ขอพักไว้ก่อน ฉันต้องการให้เธอมีถังออกซิเจนดำน้ำไปยาวๆ จนถึงวันที่เธอทำมาหากินได้เป็นปกติถึงค่อยมาผ่อนส่ง เหมือนเวลาที่เราผ่อนคอนโดฯ ผ่อนบ้าน คนนึงผ่อน 15-20 ปี แต่กรณีนี้ไม่ต้องถึงขนาดนั้น อย่างไรแค่ 3 ปีก็น่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น คิดว่ากระบวนการเดินทางในเอเชียจะเร็วกว่าอเมริกาและยุโรปมาก ขณะนี้ในเอเชียเขาเรียนรู้การระบาดระลอก 2 และ 3 แล้ว เขาเรียนรู้ว่าเปิดปิดแค่ไหนอย่างไร เรากำลังเรียนรู้ดีขึ้น ผมยังไม่พูดถึงวัคซีน แต่เมื่อเราเรียนรู้แล้ว วัฒนธรรมการสวมหน้ากากของเราดีกว่าที่อื่น ถ้าเรารักษาวัฒนธรรมนี้ได้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ การรับนักเดินทางจากข้างนอกเข้ามาแม้ไม่มากแต่เพียงพอทำให้ไม่ตกงานเยอะแยะ เรื่องตกงานต้องยอมรับว่าทั่วโลกตกงานเยอะแน่นอน คำถามคืออย่างนี้เรียกว่าโป๊ะแตกไหม ต้องยอมรับว่าทั่วโลกมีการตกงาน เราจะเตรียมรับการตกงานอย่างไร

ในกรณีที่ผมไปค้นดูประเทศไอซ์แลนด์ที่พึ่งพาด้านการท่องเที่ยวมากกว่าไทย เขาเขียนกติกาของรัฐบาลว่าให้ผู้ประกอบการทุกรายเข้าถึงเงินกู้ 10% ของทุนจดทะเบียนทุกราย เพื่อนำเงิน 10% นั้นไปดูแลธุรกิจ ดูแลพนักงาน รู้แล้วว่าไม่มีลูกค้า แต่เอาเงินนั้นมาผ่อนจ่ายให้ลูกจ้างจะได้ไม่มีคนตกงานเยอะ แต่โครงการเขาอยู่แค่ 30 เดือน แปลว่า 2 ปีเศษ เพราะฉะนั้นผมจึงกล้าพูดในสังคมไทยว่าไม่ได้บอกให้กู้ตามอัธยาศัย จะกู้สูงต่ำไม่รู้ แต่ให้เป็นช่วงปลอดดอกได้ไหม แล้วไปเก็บดอกตอนปลาย ยังไม่ต้องรีบส่งคืนช่วงแรก อันนี้จะช่วยผ่อนเบาภาระของคำว่าคนตกงานลงไป

ประเภทที่ 2 คือ คนที่ระหว่างกู้ไปแล้วมีเงินจ่ายลูกจ้าง อย่าปล่อยให้ลูกจ้างอยู่ว่างๆ ต้องบังคับว่ายังจ้างอยู่ต่อไปได้แต่เธอต้องไปฝึกภาษา ใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็น ต้องทำบัญชี เรียนรู้ออนไลน์ ฝึกเรียนรู้ พอปัญหาจบแล้วอยู่กับเถ้าแก่โดยเป็นนักรบชั้นดี อย่างนี้ถึงจะไม่เสียของ หรือถ้าเป็นเถ้าแก่เองก็จับเถ้าแก่นั่งวีลแชร์เพราะลูกค้าในอนาคตของท่านเป็นผู้สูงอายุทั้งนั้น โลกกำลังก้าวไปสู่ยุคผู้สูงวัยแล้ว คนเดินทางจะมีทั้งคนแก่ เด็ก จับเถ้าแก่นั่งเก้าอี้แล้วเข็นจากลานจอดรถไปจนถึงห้องนอน ดูว่าเข้าได้จริงไหม หลายแห่งออกแบบเสร็จแล้วเข้าไปหมุนตัวไม่ได้เพราะประตูขวางอยู่ จับเถ้าแก่ลองเองเลย แบบนี้เป็นเงื่อนไขของเถ้าแก่ที่จะได้เงินกู้ไป เงินกู้เถ้าแก่ยังไม่ต้องคืนทั้งดอกเบี้ยเงินต้นจนกว่า 2 ปีครึ่งผ่านไป ในระหว่างที่เถ้าแก่ได้เงินไปจะต้องเอาไปเทปูนเล็กๆ น้อยๆ ใส่ป้ายต่างๆ ให้เกิดการพัฒนา ใน 2 ปีครึ่งข้างหน้าเรารู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ลูกค้ากลับมาเหมือนปี 2019 แต่ตอนนี้อย่าว่างถึงขนาดว่างงาน ต้องมีงานทำ ถึงไม่มีลูกค้าแต่งานของเธอคือการพัฒนาตนเอง องค์กร ระบบ และ สิ่งปลูกสร้าง ถ้าเธอยังเสนอตรงไหนที่เงาของตึกทาบไปถึงจะไปทำต่อด้วย อย่างนี้จะเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา มันจะเปลี่ยนจากธนาคารแนวเพื่อการพาณิชย์ คือฉันส่งเงินให้เธอไปแล้วส่งดอก ฉันไม่สนว่าเธอทำอะไรบ้างแค่เธอส่งดอกได้ก็พอ แต่ถ้าเราเปลี่ยนคอนเซปต์เป็นธนาคารเพื่อการพัฒนามันจะสร้างงาน

มีการพูดเรื่องสินเชื่อพิเศษกันมานานตั้งแต่มีปัญหาใหม่ๆ ว่าควรที่จะอัดฉีดเงินให้ธุรกิจอยู่รอด เลี้ยงตัวได้ แต่พอเข้าไปช่วยจริง กลับติดเงื่อนไขมากมาย อย่างธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนจะเข้าไม่ถึงแหล่งสินเชื่อ

ต้องตั้งเงื่อนไขใหม่ เช่นเมื่อก่อนบอกให้จดทะเบียน ถ้าอย่างนั้นฉันให้เธอ 10% ของเงินที่เธอกำลังจะกู้ แต่ 10% เธอเอาไปทำให้เกิดการจดทะเบียนให้เรียบร้อยแล้วมาต่ออีก 10% ถัดไป สร้างเงื่อนไขเป็นขั้นบันได แกอยากจะเจ๊งไหมหรืออยากจะสู้ ถ้าอยากจะสู้ต่อเอา 10% ไปจดทะเบียน 10% นี้เอาไปปรับปรุงหลักการต่อไปนี้ ให้ข้าวที่ละช้อน เมื่อก่อนธนาคารเพื่อการพาณิชย์จะให้เป็นงวด งวดนี้จะไปทำอะไรบ้างหรือไม่ทำก็ไม่รู้ หนักกว่านั้นเป็นโอดีจะเบิกเมื่อไหร่ก็ได้เบิกแล้วหายไปเลย มันจะยุ่งกลายเป็นหนี้เสีย แต่ถ้าตั้งเป็นเงื่อนไขแทนที่จะส่งดอกก็ส่งงาน ถามว่าปกติเคยทำไหมก็ไม่ทำกัน ปกติหลักการแบบนี้เป็นหลักการของกองทุนชุมชน เธอจะกู้หนี้ได้จะต้องมีคนมารับรอง แต่ถ้าเป็นระบบธนาคารพาณิชย์ไม่ดูที่พฤติกรรมแบบนี้ เป็นกันทั่วโลก คำถามคือ ระบบวิธีการแบบธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิมใช้ได้กับบางตลาด แต่ใช้กับตลาดส่วนใหญ่ไม่ได้ เพราะมันตกงานทั้งนั้น ไม่ใช่ความผิดของเขาด้วย แต่เราต้องการเห็นพฤติกรรมของเขาให้ดีขึ้น ก้าวไปสู่ความยั่งยืนมากขึ้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สามารถทำให้ตัวเขาไม่ไปพึ่งพาแต่ตลาดใดตลาดหนึ่ง จริงๆ เป็นภาษาที่นักบริหารด้านการเงินเขารู้ดี แต่ไม่เคยเอาเงื่อนไขนี้ไปกำหนดลูกค้า อยู่ดีๆ ให้เขาทำในสิ่งที่ไม่คุ้น ถ้าเขาเห็นด้วย ก็หาลูกน้องที่ทำของพวกนี้เป็น ก็ไม่ได้เยอะ เพราะส่วนใหญ่ว่ากันตามสินเชื่อตามหลักประกัน คุณมีหลักประกันมาเท่าไหร่ผมให้เท่านี้ แปลว่าคุณเบี้ยวผมยึดหลักประกันก็คุ้มแล้ว เขาสนใจเรื่องคำนวณมูลค่าหลักประกัน ประเมินราคาทรัพย์สิน ไม่ใช่เรื่องง่าย จะโทษใครก็ไม่ได้ ต้องให้กำลังใจเคลียร์กันว่ากล้าๆ ทำ ทุกฝ่ายต้องช่วยกันระบบนี้ถึงจะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง

15 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691