บมจ. เงินติดล้อ ย้ำแบรนด์ผู้นำด้านการเงินเพื่อรายย่อย ชูจุดแข็ง 2 ธุรกิจหลัก

‘บมจ. เงินติดล้อ’ ย้ำแบรนด์ผู้นำด้านการเงินเพื่อรายย่อย

ชูจุดแข็ง 2 ธุรกิจหลัก ผ่านช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับ การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์มาใช้ เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) (เงินติดล้อ หรือ บริษัทฯ) ตอกย้ำแบรนด์ผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1[*] ในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย เมื่อคำนวณจากยอดสินเชื่อคงค้าง ภายใต้แนวคิดมุ่งสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส และการดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันภัย ที่โดดเด่นด้วยการมีนายหน้ามืออาชีพที่มีใบอนุญาตพร้อมให้คำปรึกษาด้านประกันภัยแก่ลูกค้ามากกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย จากบริษัทประกันวินาศภัยพันธมิตรชั้นนำ 16 ราย นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกแผนการผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ด้วยเงินสดได้จริง ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาสูงสุด 6 งวด คุ้มครองทันทีที่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่งวดแรก ส่งผลให้เงินติดล้อเติบโตอย่างรวดเร็ว ติด 1 ใน 5 บริษัทนายหน้าประกันวินาศภัยที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยให้แก่ลูกค้ารายย่อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย[†] นอกจากนี้ ยังพัฒนาเทคโนโลยีด้านบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันและอนาคตได้ ทั้งหมดนี้เงินติดล้อดำเนินควบคู่ไปพร้อมกับการส่งเสริมความรู้ด้านการเงินขั้นพื้นฐานให้กับชุมชนต่าง ๆ ภายใต้ “โครงการนำความรู้สู่ชุมชนเพื่อชีวิตหมุนต่อได้” เพื่อการเติบโตของทั้งองค์กรและสังคมไทยที่จะเดินเคียงข้างร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำเพื่อลูกค้ารายย่อยซึ่งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมผ่านการบุกเบิกและนำแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ของลูกค้าผ่านช่องทางการจำหน่ายหลากหลาย (Omni-channel) โดยแบ่งการให้บริการออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันครบวงจร และธุรกิจนายหน้าประกันภัย ภายใต้แบรนด์ “เงินติดล้อ” โดยดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเพื่อสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลักของธนาคารได้อย่างเพียงพอหรือทันที (Under-Banked) จากเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ หลอมรวมเข้ากับทีมงานพนักงานที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจสินเชื่อมากกว่า 30 ปี เงินติดล้อจึงเป็นผู้นำในตลาดธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย พร้อมทั้งเป็นผู้ริเริ่มสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการ อาทิ สินเชื่อมอเตอร์ไซค์ 10 นาที สินเชื่อรถเก๋งกระบะ อนุมัติไวภายใน 1 ชม. รับเงินสดทันทีที่สาขา นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์บัตรกดเงินสดหมุนเวียน โดยลูกค้าสามารถกดเงินสดจากวงเงินสินเชื่อได้ด้วยตนเองที่ตู้ ATM ของธนาคารพาณิชย์ชั้นนำทั่วประเทศ ตลอด 24 ชม. ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ในปี 2562 เงินติดล้อสามารถสร้างการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ด้วยการมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย เมื่อคำนวณจากยอดสินเชื่อคงค้างในปี 2562 ที่ผ่านมา


ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย เงินติดล้อดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนเข้าถึงความคุ้มครองจากผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้เพิ่มขึ้น โดดเด่นด้วยการมีเจ้าหน้าที่นายหน้าประกันภัยมืออาชีพที่มีใบอนุญาตพร้อมให้คำปรึกษาด้านประกันภัยแก่ลูกค้า ซึ่งประจำอยู่ทุกสาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีบริษัทประกันวินาศภัยพันธมิตรชั้นนำ 16 ราย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกรับเงื่อนไขที่ดีได้ง่ายๆ เพียงแค่ติดต่อกับเงินติดล้อเพียงที่เดียว โดยเงินติดล้อเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ดังนี้ (1) ประกันภัยรถยนต์ทุกประเภท แบ่งจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยด้วยเงินสดได้จริง ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาสูงสุด 6 งวด รับความคุ้มครองทันทีที่ชำระค่าเบี้ยประกันภัยตั้งแต่งวดแรก (2) ต่อ พ.ร.บ. รอรับได้ทันที ไม่มีค่าบริการเพิ่ม (3) ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (4) ประกันโรคมะเร็ง (5) ประกันโควิด เป็นต้น จากการดำเนินธุรกิจมาเพียงไม่กี่ปี เงินติดล้อนำความตั้งใจผสานเข้ากับความรู้และประสบการณ์จากธุรกิจการให้บริการทางการเงิน นำไปสู่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้เงินติดล้อเป็นบริษัทนายหน้าประกันภัยที่มีอัตราการเติบโตด้านค่าเบี้ยประกันภัยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จนกระทั่งติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศไทยในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยให้แก่รายย่อยในปี 2562 ที่ผ่านมา


ในส่วนของช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย (Omni-channel) เงินติดล้อมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความรวดเร็วและไม่ยุ่งยากให้แก่กลุ่มลูกค้าผ่านเครือข่ายสาขามากกว่า 1,000 แห่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 74 จังหวัดทั่วประเทศ และเสริมโดยเครือข่ายการส่งต่อลูกค้าที่กว้างขวางผ่านตัวแทน การขายผ่านทางโทรศัพท์ ตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกมือสอง และสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยา รวมทั้งยังมี Call center 24 ชม. และช่องทางออนไลน์ของบริษัท ซึ่งรวมถึงการติดต่อผ่านเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นเงินติดล้อ เฟซบุ๊ก และแพลตฟอร์มธุรกิจของแอปพลิเคชันไลน์ (Line Business Connect) ในชื่อ Tid Lor Connect ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลและสิทธิต่างๆ ของตนเองเพียงแค่สมัครเป็นเพื่อนกับไลน์ “@TidLor” ทั้งหมดนี้ นับเป็นการลดช่องว่างเพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านการเงินให้กับประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย (Long-tail Segment) ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ใช้แรงงานและพนักงานบริษัทที่มีรายได้และเงินหมุนเวียนที่ไม่แน่นอนและมีข้อมูลประวัติทางการเงินที่จำกัด นอกจากนี้ เงินติดล้อยังได้พัฒนารูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานความเชี่ยวชาญทางด้านการบริการทางการเงินเข้ากับเทคโนโลยีทีสร้างขึ้นโดยเฉพาะและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีด้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในทุกขั้นตอนการดำเนินงาน เช่น การสร้างแบบจำลองให้คะแนนระบบภูมิสารสนเทศ (Geographic Information System) ในการประเมินตำแหน่งที่ตั้งสาขา โปรแกรมถามตอบอัตโนมัติ (Chatbot) กระบวนการทำงานอัตโนมัติโดยหุ่นยนต์ การออกแบบระบบอนุมัติสินเชื่อจากข้อมูลคะแนนเครดิตของลูกค้า เป็นต้น


นอกจากการดำเนินธุรกิจแล้ว เงินติดล้อ ให้ความสำคัญกับการจัดทำโครงการเพื่อสังคมในรูปแบบ Creating Share Value (CSV) ผ่านการสร้างโอกาสทางความรู้ด้านการเงินให้กับผู้คนในสังคม โดยในปี 2555 ได้ริเริ่มโครงการให้ความรู้ทางการเงินแก่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ก่อนจะขยายโครงการไปสู่ชุมชน ภายใต้ “โครงการนำความรู้สู่ชุมชนเพื่อชีวิตหมุนต่อได้” (Financial Education) โดยมุ่งให้ความรู้เบื้องต้นทางการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การออม การคำนวณอัตราดอกเบี้ย การจัดการด้านการเงินเพื่อการประกอบอาชีพ การใช้เทคโนโลยีธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงประโยชน์จากความคุ้มครองด้านประกันภัยและ พ.ร.บ. ให้แก่กลุ่มผู้มีรายน้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พนักงานบริษัทเอกชน และผู้คนในชุมชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้พนักงานเงินติดล้อยกมืออาสาเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของการสร้างโอกาสทางการเงินให้แก่ลูกค้าอีกด้วย จวบจนปัจจุบัน “โครงการนำความรู้สู่ชุมชนเพื่อชีวิตหมุนต่อได้” มีผู้เข้ารับการอบรมไปแล้วทั้งสิ้นมากกว่า 3,902 คน[‡] และยังคงดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสทางความรู้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน


นายปิยะศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้เงินติดล้อก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจที่แข็งแกร่งได้ในปัจจุบัน คือ การสร้างค่านิยมของชาวเงินติดล้อมากกว่า 5,000 คน ทั่วประเทศ เพื่อหล่อหลอมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กร โดยในปี 2560 เงินติดล้อริเริ่มสร้างวัฒนธรรมองค์กรในแบบชาวเงินติดล้อ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการบ่มเพาะคนที่คิดและมีพฤติกรรมสอดคล้องกับเจตนารมณ์ขององค์กร นอกจากนี้ยังสร้างบรรยากาศในการทำงานเพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง ความร่วมมือร่วมใจ ผ่านกระบวนการทำงานด้วยวิธีการใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งเหล่านี้เองสะท้อนให้เห็นว่าเงินติดล้อจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในธุรกิจยุค Digital และก้าวเดินในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันและนายหน้าประกันภัย ควบคู่กับการสร้างโอกาส เพื่อส่งเสริมชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบอาชีพอิสระให้ดีขึ้น และมีชีวิตหมุนต่อได้อย่างยั่งยืน


ทั้งนี้ เงินติดล้อ ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อขออนุมัติการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 1,043,542,800 หุ้น (รวมหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัทฯ หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ และหุ้นสำหรับการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยเงินติดล้อ มีแผนนำเงินที่จะได้จากการระดมทุนไปใช้สำหรับการขยายธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานและปรับโครงสร้างเงินทุนในอนาคต เพื่อให้สามารถเดินหน้าสร้างโอกาสทางการเงินให้กับสังคมได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

5 views0 comments

Recent Posts

See All

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น คิดเป็นประมาณ 6.3% เตรียมขึ้น XD 12 มี.ค.นี้ ถือเป็นหุ้นที่จ่ายผลตอบแทนดีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับ บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ หรือ TPIPP

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท พร้อมแรงหนุนจากยอดขายออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO เผยผลประกอบการปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้ และกำไรสุทธิจำนวน 61,748.99 ล้าน

'ส. ขอนแก่นฟู้ดส์' ประกาศงบปี 2563 ทำรายได้รวม 2,793.9 ล้านบาท

‘ส. ขอนแก่นฟู้ดส์’ ประกาศงบปี 2563 ทำรายได้รวม 2,793.9 ล้านบาท บอร์ดไฟเขียวประกาศจ่ายปันผล 0.20 บาทต่อหุ้น รุกสร้างยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ‘ส. ขอนแก่นฟู้ดส์’ หรือ SORKON รายงานผลดำเนินงานในปี 2563 ทำ

For advertising please call: 02-2534691