TSM

มอง 'ทองคำ' ขาขึ้นถึงปีหน้า!


Interview : ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ

มอง 'ทองคำ' ขาขึ้นถึงปีหน้า! หลังเลือกตั้งให้ลาภนักลงทุน ได้แรงหนุนอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ


บทเรียนราคาทองคำจากประวัติศาสตร์การเลือกตั้งปธน.อเมริกา ชี้ชัดว่าช่วงหลังเลือกตั้ง ระหว่างการนับคะแนน จะมีแรงเทขายทองคำออกมามาก ราคาทองจะเป็นขาลง ให้ถือเป็นจังหวะเข้าซื้อ แต่ช่วงหลังนับคะแนนทองคำมักเป็นขาขึ้นให้ถือเป็นจังหวะทยอยขายทำกำไร อีกทั้งประวัติศาสตร์ยังซ้ำรอยทุกครั้งว่าปีถัดมาของการเลือกตั้งจะเป็นปีทองของทองคำเสมอ ประกอบกับนโยบายของทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตที่หาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าจะอัดฉีดเงินมหาศาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะยิ่งเป็นผลดี กระทุ้งราคาทองคำให้พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าแน่นอน

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นคืออะไร

ช่วง 4 ปีที่แล้วที่กำลังเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอยู่ ทุกคนก็มองเหมือนกันว่าถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ ขึ้นเป็นประธานาธิบดี ราคาทองคำน่าจะปรับตัวสูงขึ้น ด้วยการอัดฉีดเงินอะไรต่างๆ ก็ถือว่าช่วง 1-2 ปีแรกในขณะนั้นถือว่าผิดหวัง ถ้าเราย้อนไปดูสถิติในช่วงที่มีการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ราคาทองคำ ณ วันที่เริ่มมีการนับคะแนน 9 พฤศจิกายน 2016 หรือ 4 ปีที่แล้ว ขึ้นลงทำสถิติไป 19 ครั้ง ราคาตามที่สมาคมค้าทองคำ เป็นราคาเปิดวันนั้น 21,500 บาทต่อน้ำหนักทองคำหนึ่งบาท ขึ้นลง 21,550 บาท ขึ้นลงไปทั้งหมด 19 ครั้ง สุดท้ายกลับมาปิดที่ 21,500 บาท คือช่วงที่มีการต่อสู้กันในเรื่องการนับคะแนน ช่วงนั้นที่ โดนัลด์ ทรัมป์ นำ ราคาทองคำก็ปรับขึ้นๆ พอตามก็ปรับลงๆ สุดท้ายพอตลาดเฉลยแล้วว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดี ก็กลับมาอยู่ที่เดิม และหลังจากนั้นไปถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ราคาทองคำก็ร่วงมา 100 กว่าเหรียญ ถือว่าผิดคาด เพราะช่วงนั้นมีการคิดคำนวณคาดเดากันว่าถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เป็นประธานาธิบดี ราคาทองคำน่าจะขึ้น

ผลปรากฏว่าหลังจากนั้นมาลงต่อมาอีก ก็ลงมาที่แถว 1,100-1,200 เหรียญ จนกระทั่งประมาณ 2 ปีหลังราคาทองคำเริ่มตั้งตัวได้ จนมาพีคสุดอันเนื่องจากไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันที่เริ่มต้นจริงๆ มาจากเรื่องโควิด-19 ถ้าเริ่มต้นในช่วงปีแรกของการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำเมื่อสัก 2 ปีที่แล้วมาจากนโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยตรง คือเริ่มเปิดสงครามการค้ากับจีนกับยุโรปหรือว่าตลาดใหม่อย่างเช่นทางอาเซียนเองก็โดน เป็นผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า ราคาทองคำก็เริ่มปรับตัวสูงขึ้น

จากนั้นการปรับตัวสูงขึ้นมาโดยเฉพาะจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมาก ในช่วงแรกๆ ที่เขาเรียกว่าเป็นการอัดฉีดเงินเป็นบาซูกา คือยิงบาซูกาลงไป ก็เลยทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 2,007 เหรียญ ขณะนั้นราคาทองคำในไทยอยู่ที่ 30,500 บาท แต่ส่วนหนึ่งที่ทำให้ทองคำเป็นที่น่าสนใจกับนักลงทุนจะมาจากนโยบายการคลังของ โดนัลด์ ทรัมป์

ทิศทางราคาทองคำจากนี้

ถ้าเรามองและนักวิเคราะห์ที่มองกันมาว่านโยบายของ โดนัลด์ ทรัมป์ และ โจ ไบเดน มีความแตกต่างกัน ซึ่งเราเห็นได้ชัดในช่วงนี้ว่าถ้าเป็นทางเดโมแครตได้ ซึ่งเขาบอกว่าตอนนี้จะอัดฉีดเงินจำนวนมากกว่าที่รีพับลิกันเสนอไป เดโมแครตเสนอไปที่ 2.2 ล้านล้าน แต่ว่าทางรีพับลิกันเสนอไป 1.6-1.8 ล้านล้านก็ยังไม่ได้ผ่าน ถ้าเรามองที่ยอดเงินแล้วสะท้อนออกมาได้พอสมควรว่าถ้า โจ ไบเดน ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ ก็มีแนวโน้มว่าจะมีเงินอัดฉีดจำนวนมากเข้าไปในระบบ เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่มีเงินอัดฉีดมากขึ้น ส่วนตัวว่าจะเป็นผลดีต่อราคาทองคำ

รวมทั้งอาจจะมีการเจรจาการค้าอะไรใหม่ เพราะด้วยที่มีความแตกต่างกันของที่มาของ 2 ท่านเอง จาก 2 พรรค ที่มีความแตกต่างทางด้านนโยบายค่อนข้างชัดเจน ดังนั้น การเจรจาการค้าคงต้องเกิดขึ้นหลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นแล้ว เมื่อมีการเจรจาสงครามการค้าขึ้นใหม่อีกครั้งก็มีแนวโน้มน่าจะดีขึ้น คาดว่าดอลลาร์ก็น่าจะอ่อนค่าลง เมื่ออ่อนค่าลงก็น่าจะเป็นผลดีต่อราคาทองคำ เหล่านี้คือที่เราประมวลผลออกมาทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม มีเรื่องที่จะเตือนนักลงทุนช่วงที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนในทองคำ ก็คือช่วงที่ไม่มีความแน่นอน หรือแน่นอนว่าราคาทองคำมีการสวิงรุนแรง อย่างในวันเลือกตั้งส่วนตัวมีความเข้าใจว่าราคาทองคำจะมีการปรับตัวขึ้นลงมาก แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังจากประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น ก็คือหลังจากการเลือกตั้งมักจะมีแรงขายทองคำออกมา อย่างเมื่อ 4 ปีที่แล้วหลังจากที่ทราบผลแล้ว ปรากฏว่าถึงแม้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้เป็นประธานาธิบดี ทุกคนมองว่าทองคำต้องขึ้นแน่ๆ แต่ปรากฏว่าช่วงนั้นตลอดไปจนถึงสิ้นเดือน หรือหลังเลือกตั้งไปจนถึงสิ้นปี มีแรงขายทองคำออกมาตลอด จึงมองว่าต้องระมัดระวังในเรื่องการลงทุน ไม่ว่าจะช่วงที่มีการนับคะแนนกันแล้วราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ส่วนตัวว่าเป็นโอกาสที่จะทยอยขายออกไปได้บ้าง

ควรจะทิ้งระยะแค่ไหน ถึงจะกลับไปลงทุนทองคำได้อีก

คือถ้าจะเข้าซื้อ ถ้ามองจากประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาตลอดหลายครั้งที่ผ่านมา มองว่าน่าจะรอหลังเลือกตั้ง เพราะจากที่เราสังเกตดูช่วงนี้เป็นช่วงปลายปี เพราะฉะนั้นอาจจะมีการขายของกองทุนออกมาทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมาได้ ดังนั้น หลังเลือกตั้งน่าจะมีโอกาสให้เราเข้าซื้อได้ แต่ช่วงที่มีการนับคะแนนอยู่จะมีการสวิงของราคา ก็อาจเป็นโอกาสขายเก็งกำไรได้ในช่วงนั้น

คนที่เข้าไปซื้อทองคำก่อนหน้า 30,000 กว่าบาท จะมีโอกาสได้แก้ตัวหรือไม่

มีโอกาสแน่นอน เพราะจริงๆ ต้องบอกว่าประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในช่วงทุกปีที่มีการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา ปีถัดไปมักจะเป็นปีทองเสมอ อย่างเช่นช่วงก่อน โดนัลด์ ทรัมป์ ช่วงนั้นราคาทองคำก็มีการปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด ช่วงโอบามาเอง ช่วงบุชเอง ก็เรียกว่ามีการทำกำไรกับการขายทองคำได้ ได้ผลกำไรน่าสนใจพอสมควร แต่ที่ต้องระมัดระวังคืออาจจะต้องรอเวลา เข้าไปซื้อคนที่ติดอยู่ 30,000 บาท ต้องบอกว่าเมื่อ 7 ปีที่แล้ว หลายท่านที่ติดดอยอยู่แถวๆ 27,000 บาท ตอนนี้ลงอย่างสง่างามสวยงามแล้ว เพราะฉะนั้นส่วนตัวมองว่าด้วยความที่ว่าทองคำมีผลกับเรื่องเงินเฟ้อ ในทุกๆ ปีที่เกิดขึ้นเงินเฟ้อทองคำก็ปรับตัวสูงขึ้นตลอดเวลา ที่เขาบอกว่าทองคำโอกาสที่จะขึ้น ถือเอาไว้มีโอกาสจะขึ้นทำกำไร ส่วนตัวคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง อยู่ที่ว่าเราจะต้องเป็นเงินไม่ได้ไปกู้ยืมมา เป็นเงินเย็นที่เราเก็บออม อย่างนั้นส่วนตัวถือว่าโอกาสในการทำกำไร จะเป็น 30,000 บาทหรือเท่าไหร่ก็มีโอกาสเสมอ

8 views

For advertising please call: 02-2534691