ทองคำระเบิดระเบ้อทำสถิติสูงสุดรอบ 8 ปี

ทองคำปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 8 ปี ส่งท้ายปิดงวดครึ่งปี 30 มิถุนายน 2563 บริเวณ 1,785.46 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดตั้งแต่ เดือนตุลาคม 2555 ก่อนจะปิด +0.5% ที่ระดับ 1,779.44 ดอลลาร์ ในขณะที่สัญญาทองคำส่งมอบเดือนสิงหาคมปิด +1.1% ที่ระดับ 1,800.5 ดอลลาร์

ฝ่ายวิเคราะห์ทองคำ MTS แม่ทองสุก ระบุว่า ตลาดทองคำได้รับอานิสงส์จากความกังวลเกี่ยวกับยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาครั้งใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้เกิดความต้องการในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้นโดยทองคำปิดรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ที่ปิดเมื่อช่วงมีนาคม 2559

รายงานจาก MTS แม่ทองสุก ระบุว่า หัวหน้านักวิเคราะห์จาก BMO กล่าวว่า ทองคำมีโอกาสขึ้นเหนือ 1,780 ดอลลาร์ โดยเราจะเห็นได้ถึงการปิดที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด และเมื่อทองคำปรับขึ้นแตะ 1,800 ดอลลาร์ ก็อาจมีแรงเทขายกลับเข้ามา ซึ่งตลาดก็ยังมีปัจจัยบวกจากความต้องการสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ประกอบกับเดือนนี้เป็นเดือนที่ 3 ที่ราคาทองคำยังคงปรับตัวสูงขึ้น และตลาดมีการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยเศรษฐกิจจากวิกฤตไวรัส

ขณะที่นักวิเคราะห์ทางเทคนิคอาวุโสจาก Kitco กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานของราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น และตลาดทองคำยังคงตอบรับข่าวสถานการณ์ไวรัสโคโรนาจึงทำให้มีการเข้าซื้อในฐานะ Safe-Haven และธนาคารกลางมีการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากเป็นครั้งประวัติการณ์

“หลายๆ รัฐในสหรัฐที่กลับมาเปิดทำการ ขณะที่นายเจอโรม โพเวลล์ ประธานเฟด ยังมีมุมมองว่าเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนอย่างมาก ส่วนนักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก TD Securities กล่าวว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯยังคงปรับตัวลดลงอันเป็นผลจากอัตราดอกเบี้ยแท้จริงที่ทำ New Lows ขณะที่ กองทุน SPDR ถือครองทองคำที่ระดับ 1,178.9 ตัน”

สำหรับแรงกดดันในตลาดทองคำเวลานี้ คือการที่ดอลลาร์มีการปรับแข็งค่าและตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกจากความหวังจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนามากขึ้นในเวลานี้ โดยเฉพาะในสหรัฐที่ส่งผลให้รัฐแคลิฟอร์เนียต้องประกาศกลับมาปิดบาร์ และรัฐวอชิงตันก็มีการชะลอแผนกลับมาเปิดทำการทางเศรษฐกิจ

หัวหน้านักกลยุทธ์จาก AxiCorp กล่าวว่า การปราศจากการฟื้นตัวของเงินเฟ้อก็ดูจะเป็นการยากต่อการฟื้นตัวของทองคำได้เหมือนกัน เนื่องด้วยเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะหดตัวลงทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง จึงอาจทำให้ทองคำและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรแท้จริงปรับตัวลงได้ในปีนี้

ด้าน YLG มองดีมากถึงขั้นว่าทองมีลุ้นแตะ 1,920 ดออลาร์ ทำสถิติใหม่ในรอบ 9 ปี

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส (YLG) กล่าวว่าในปีนี้ตลาดทองคำถือว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าระหว่างทางจะมีการแกว่งตัวจากการเทขายทำกำไร แต่ล่าสุดสัญญาณยังเป็นบวก โดยมองว่ามีโอกาสที่จะได้เห็นราคาทองคำในตลาดโลกปรับขึ้นไปที่ระดับ 1,920 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเดิมในปี 2554 ส่วนระยะใกล้น่าจะขึ้นไปแตะ 1,800 ดอลลาร์ เนื่องจากช่วงสัปดาห์สุดท้ายเดือนมิถุนายนมีการปรับฐานแต่ปรับลดลงไปไม่มากซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี และในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาทองคำจะย่อลงไปไม่มาก

อย่างไรก็ตาม จากต้นปีที่ผ่านมาราคาทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นไปแล้ว 16.65% ราคาในประเทศปรับขึ้นไป 19.17% (ข้อมูลวันที่ 27 มิ.ย.) สาเหตุที่ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้นมากกว่าตลาดโลกเนื่องจากที่ผ่านมาได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า อย่างไรก็ตามล่าสุดค่าเงินบาทได้ปรับตัวแข็งค่า และยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันให้หลังจากนี้ราคาทองคำในประเทศจะปรับขึ้นน้อยกว่าราคาทองคำในตลาดโลก

ดังนั้นนักลงทุนสามารถปิดความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่จะส่งผลต่อเราคาทองคำในประเทศด้วยการลงทุนผ่าน TFEX โดยเฉพาะโกลด์ ออนไลน์ฟิวเจอร์ส ที่เป็นการซื้อขายด้วยดอลลาร์สหรัฐแบบเรียลไทม์ ทำให้นักลงทุนไม่ต้องมีความกังวลด้านความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงิน อีกทั้งการลงทุนผ่าน TFEX ยังใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการลงทุนในทองคำแท่ง

อย่างไรก็ดีในส่วนของนักลงทุนที่มีความคุ้นเคยในการลงทุนในรูปของเงินบาทนั้นก็สามารถลงทุนผ่านโกลด์ฟิวเจอร์สได้เช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้แม้จะเป็นการซื้อขายด้วยเงินบาทแต่สามารถเป็นทางเลือกในการทำการป้องกันความเสี่ยงสำหรับการลงทุนในทองคำและกลุ่มร้านทอง

ส่วนปัจจัยบวกของทองคำในปีนี้นั้นยังถือว่ามีอยู่มาก โดยหลักๆมาจาก 5 ปัจจัย ได้แก่

1. ความเสี่ยงจากการระบาดรอบ 2 ของ COVID-19 ที่จะกดดันเศรษฐกิจถดถอยต่อเนื่อง

2. การผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐ (เฟด) ทั้งนโยบายการทำ QE แบบไม่จำกัดวงเงิน และการส่งสัญญาณดำเนินนโยบายดอกเบี้ยระดับต่ำที่ 0-0.25% ไปจนถึงปี 2565

3. สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

4. ปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งชายแดนจีน-อินเดีย สหรัฐ-อิหร่าน คาบสมุทรเกาหลี รวมถึงประเด็นการเลือกตั้งสหรัฐ

5. กองทุนทองคำขนาดใหญ่ SPDR –ธนาคารกลางต่างๆ ถือครองทองคำเพิ่มขึ้น

1 view0 comments

For advertising please call: 02-2534691