top of page
327304.jpg

KTC ฟาดกำไรนิวไฮ 7 ปีต่อเนื่อง ปีนี้ท้าทาย-ยันไม่ให้น้อยกว่าเดิม

เคทีซี โชว์กำไรสุทธิทุบสถิติใหม่ 7 ปีซ้อน ปี 62 กวาดอีก 5.524 พันล้าน เพิ่มขึ้น 7.5% ยอดลูกหนี้บัตรเครดิตโตสูงสุดในรอบ 3 ปี หนี้เสียอยู่ในระดับต่ำ ประกาศปี 63 ยังคงเติบโตคุณภาพ เล็งยอดรูดบัตรโต 15% ยอดหนี้โต 10% ทำกำไรไม่น้อยกว่าเดิม ยัน TFRS9 ไม่กระทบ


นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2562 มีกำไรสุทธิ 5,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% เป็นผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 และมีอัตราเติบโตของยอดลูกหนี้ธุรกิจบัตรเครดิตสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งมีพอร์ตลูกหนี้รวมและยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่สูงขึ้น และมีการควบคุมคุณภาพพอร์ตลูกหนี้ที่ดีต่อเนื่อง โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย


ทั้งนี้ พอร์ตลูกหนี้การค้ารวมมีจำนวน 85,834 ล้านบาท เติบโต 9.8% ฐานสมาชิกรวม 3.4 ล้านบัญชี เติบโต 2% แบ่งเป็นธุรกิจบัตรเครดิต 2,510,914 บัตร ขยายตัว 5.2% พอร์ตลูกหนี้บัตรเครดิตรวม 56,653 ล้านบาท ขยายตัว 10.9% อัตราเติบโตของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสำหรับปี 2562 อยู่ที่ 10.6% ขณะที่หนี้ที่ไม่ให้เกิดรายได้รวม (NPL) ลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ 1.06% NPL ของบัตรเครดิตอยู่ที่ 0.93% ส่วนธุรกิจสินเชื่อบุคคลมีจำนวนทั้งสิ้น 888,342 บัญชี ลดลง 6.7% ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลรวม 28,933 ล้านบาท เติบโต 7.9% NPL ของสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 0.92%


ในปี 2562 บริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 22,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น 7.5% รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้น 7.9% รายได้ค่าธรรมเนียม (ไม่รวมค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน) เพิ่มขึ้น 4.9% และรายได้อื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากหนี้สูญได้รับคืนคิดเป็น 87.7% ของรายได้อื่นๆ


สำหรับค่าใช้จ่ายการบริหารงานเท่ากับ 7,722 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สูงขึ้น 11.5% ในการเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่ทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล และการเพิ่มโปรโมชันการตลาดเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต โดยที่ค่าใช้จ่ายด้านบุคคล ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานอื่นๆ และค่าธรรมเนียมจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 3.2% 0.5% และ 0.3% ตามลำดับ


บริษัทมีหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 12.8% จากการตั้งสำรองและตัดหนี้สูญเพื่อคัดกรองให้พอร์ตลูกหนี้มีคุณภาพ ส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินใกล้เคียงเดิมเนื่องจากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการเงินได้ดี เป็นผลให้บริษัทมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง และการมุ่งเพิ่มฐานลูกค้าให้มากขึ้นจะเป็นการสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต


นายระเฑียร กล่าวต่อไปว่า ปี 2563 จะเป็นปีที่ท้าทายและคาดว่าจะได้รับแรงกดดันจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมที่สูงมาก บริษัทจะมุ่งควบคุมคุณภาพหนี้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น รวมทั้งจะเพิ่มฐานบัตร พอร์ตลูกหนี้ ปริมาณสินเชื่อ ด้วยค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่มากขึ้นเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเป้าหมายที่คาดไว้สำหรับธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลและสินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกันภายใต้ใบอนุญาตของสินเชื่อบุคคล ได้แก่ ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรโดยรวมไม่ต่ำกว่า 15% พอร์ตลูกหนี้รวมเพิ่มขึ้นประมาณ 10% คุม NPL อย่างรัดกุมแต่อาจจะมีอัตราสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และรักษาระดับกำไรให้ไม่น้อยกว่าเดิม


ส่วนการดำเนิน 3 ธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถยนต์เป็นประกัน ธุรกิจสินเชื่อพิโก ไฟแนนซ์ และธุรกิจสินเชื่อนาโน ไฟแนนซ์ เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ แต่ยังเร็วเกินกว่าที่จะกำหนดเป้าหมายการเติบโตในอนาคตที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เคทีซีตั้งใจพัฒนาธุรกิจดังกล่าวให้เป็นฐานของบริษัทที่เข้มแข็งในอนาคต โดยจะดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังและละเอียดรอบคอบ ในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเป็นส่วนประกอบของกระบวนการทำงานที่ทันสมัยและแตกต่างจากเดิม การทดสอบและการเข้าสู่ตลาดจึงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรัด โดยเฉพาะท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความท้าทายสูง บริษัทต้องประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตให้ชัดเจนระหว่างทำการทดสอบทุกครั้ง สำหรับการบังคับใช้มาตรฐานบัญชี TFRS9 ในปี 2563 บริษัทมีความพร้อมรับมือไว้แล้ว โดยจะไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานจริง เพียงแต่จะมีการรายงานตัวเลขทางการเงินที่แตกต่างไปจากเดิม

3 views

Comments


bottom of page