ยังมองดีที่สุดแค่ Technical Rebound ก่อน


ภาพยังแย่ชัดเจน !

ตลาดหุ้นโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องตามคาด โดยที่ดัชนี MSCI ACWI เปลี่ยนแปลง -2.17% โดยที่ดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นสหรัฐ, ดัชนี STOXX 600 ตลาดหุ้นยุโรป และดัชนี TOPIX ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปลี่ยนแปลง -2.45%, -1.12% และ -1.22% ตามลำดับ แต่กลุ่มตลาดหุ้นที่ต้องยอมรับว่าเป็นเป้าหมายในการขายออกมาอย่างหนักของ Global Fund Manager ในรอบนี้ชัดเจนก็คือตลาดหุ้นเอเชีย สะท้อนออกมาจากการที่ดัชนี MSCI Asia Ex-Japan ตลาดหุ้นเอเชีย เปลี่ยนแปลง -4.25% จากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยดัชนี CSI300 ตลาดหุ้นจีน เปลี่ยนแปลง -4.85% และดัชนี SET index ตลาดหุ้นไทยเปลี่ยนแปลง -2.74% เป็นต้น

สอดคล้องกับทิศทางของค่าเงินที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ดัชนี US Dollar Index ค่าเงินสหรัฐแข็งค่า +0.17% สวนทางกับดัชนีค่าเงินเอเชียที่ดัชนี Asian Dollar Index อ่อนค่า -1.28% จากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยที่สกุลเงินหยวนมีการอ่อนค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศใน Asian Dollar Index

เหตุผลหลักๆที่ทำให้ตลาดหุ้นโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะนี้ มีอยู่ 2 ประการ

ประการแรกคือสงครามการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐฯ

ประการที่สองคือความกังวลต่อการลดค่าเงินของจีนจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งตลาดหุ้นเอเชียได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวสะท้อนออกมาจากการที่ดัชนีความกลัวของสหรัฐ หรือ VIX Index, ดัชนีความกลัวของยุโรป หรือ Stoxx VIX Index และดัชนีความกลัวของฮ่องกง หรือ HSI VIX Index เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 40.03%, 22.86% และ 23.40% ตามลำดับ ทำให้ประเมินว่าการดีดตัวกลับไปเลยของตลาดหุ้นโลก หรือกลุ่มตลาดหุ้นดังกล่าวข้างต้น ยังคงมีความเป็นไปได้น้อยในระยะสั้น และการดีดตัวขึ้นในระยะสั้นอาจเป็นเพียงแค่การ Technical Rebound เท่านั้น เนื่องจากล่าสุดดัชนี VIX Index ของสหรัฐ และ HIS VIX Index ของฮ่องกงยังคงมีอยู่ใน Momentum ของการปรับตัวขึ้น สะท้อนออกมาจากการที่ดัชนีทั้ง 2 ตัว กลับมาเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA ทุกเส้นอีกครั้ง และ Indicator สำคัญของดัชนีดังกล่าวอย่าง RSI ก็กลับมามีสัญญาณ Buy Signal เช่นกัน

ขณะในเชิงแนวโน้มทางเทคนิค แม้ว่าในระหว่างวัน หรือสัปดาห์ SET อาจจะมีโอกาสดีดตัวขึ้นมาได้บ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติหลังจากการปรับตัวลงมาเร็ว และรุนแรงในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนส่งผลให้ Indicator ในระยะสั้นรายนาทีอยู่ในภาวะ Oversold ในทุก Period แต่ “นายหมูบิน” ยังคงมองว่า SET ยังอยู่ในทิศทางของการพักตัวอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA 75 ในราย 120 นาทีได้

ยังมองไม่เห็นจุดเด่นของหุ้นไทย : ความกังวลจากสถานการณ์เลวร้ายในระยะสั้นๆของตลาดหุ้นโลก สะท้อนออกมาจากดัชนีสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนซึ่งจัดทำโดยสมาคมนักลงทุนรายย่อยแห่งสหรัฐฯ AAII ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามีนักลงทุนในสหรัฐเพียงร้อยละ 28.4 เชื่อว่าตลาดหุ้นจะมีแนวโน้มจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น (Bullish) ในอีกหกเดือนข้างหน้า ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 10% ขณะที่ร้อยละ 40.8 มองว่ามีแนวโน้มที่ตลาดหุ้นจะกลับมาเป็นช่วงขาลง (Bearish) เพิ่มขึ้น 14.4% สอดคล้องกับในเชิงของ Momentum Effect ก็จะพบว่าทิศทางดังกล่าวน่าจะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพราะเมื่อพิจารณาจาก Relative Strength Index เมื่อเทียบกับ World Equity Index ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จะพบว่ามีเพียงตลาดหุ้นยุโรป และญี่ปุ่นที่ยังคง Outperform อยู่ราว 1.07% WoW และ 0.97% WoW

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐ, เอเชีย และไทยยังคงอยู่ในสถานะ Underperform ต่อเนื่องราว 0.28% WoW, 2.13% WoW และ 0.59% WoW ตามลำดับ

โดยตลาดหุ้นไทยยังคงมีโอกาสที่จะ Underperform ต่อเนื่อง จากพื้นฐานที่ยังคงไม่สนับสนุนการดีดกลับ การขยายตัวของผลการดำเนินงานในปี 2561 ของตลาดหุ้นไทยที่ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 10.2% YoY ยังคงต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐ, ญี่ปุ่น และเอเชียที่ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 21.4%, 14.2% และ 14.7% YoY ตามลำดับ และยังคงไม่โดดเด่นเมื่อเทียบกับการขยายตัวของผลการดำเนินงานในปี 2561 ของตลาดหุ้นในกลุ่ม TIP ที่เหลืออย่างอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ที่ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 30.1% และ 11.6% YoY

นอกจากนี้ในส่วนของความสามารถในการทำกำไรที่วัดจากระดับ ROE ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของตลาดหุ้นไทยมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด Bloomberg Consensus ประเมินระดับ ROE ปี 2561 ของตลาดหุ้นไทยไว้ที่ 9.8% เท่านั้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 12.1% และต่ำกว่าระดับ ROE ของตลาดหุ้นสหรัฐ และเอเชียที่ระดับ 14.3% และ 12.1%

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) : ใช้โอกาสที่ SET ยังคงไม่กลับไปปิดเหนือ 1,650 (+/-5) จุดอีกครั้ง เป็นโอกาสในการ “เข้าซื้อสะสม” ในหุ้น PTTGC, PTTEP, BCP, EGCO,TISCO, SCC, HMPRO, AOT และ ADVANC อีกครั้ง สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่ระดับ 75% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wealthhuntersclub และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ในรายการ ”เซียนเศรษฐกิจ” ทาง FM 101 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00-12.00 น.เช่นเดิมครับ

 

ภาพประกอบ : การวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในทางเทคนิคราย 120 นาที (120 Mins)

Source: Wealth Hunters Club

134 views