กองทรัสต์ SHREIT เล็งเพิ่มสินทรัพย์ หนุนผลงานเด่น


กองทรัสต์ SHREIT โชว์ผลการดำเนินงานของสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งทั้งในแง่รายได้และกำไรสุทธิ

เตรียมเดินหน้าขยายสินทรัพย์เพิ่มเติม หนุนผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วย

‘ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า สตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้’ หรือ เอส เอช รีท (SHREIT) โชว์ศักยภาพสร้างรายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง เตรียมเดินหน้าขยายกองรีท โดยเพิ่มสินทรัพย์ธุรกิจโรงแรมในภูมิภาคอาเซียนเพื่อเพิ่มพูนผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วย

กองทรัสต์ SHREIT ซึ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยมีพอร์ตโฟลิโอประกอบด้วย โรงแรม Pullman Jakarta Central Park ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว จำนวน 317 ห้องพัก และโรงแรม Capri by Fraser และโรงแรม IBIS Saigon South ในประเทศเวียดนาม ที่เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว และ 3 ดาว โดยมีห้องพักขนาด 175 ห้องและ 140 ห้องตามลำดับ ได้รายงานผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจทั้งในแง่ของรายได้รวมและกำไรสุทธิ อันเป็นผลมาจากรายได้ค่าห้องพักที่เพิ่มขึ้นและรายได้อื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดงานแต่งงานและธุรกิจ MICE ในอินโดนีเซีย ตลอดจนอานิสงส์จากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของเวียดนาม ส่งผลให้อัตราการเติบโตสูงในกลุ่มธุรกิจแสดงสินค้าและอีเว้นท์ต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้น ณ Saigon Exhibition and Convention Centre

สำหรับผลประกอบการในปี 2560 โรงแรม Pullman Jakarta Central Park มีรายได้รวมทั้งสิ้น 222.74 พันล้านรูเปีย (คิดเป็น 508.91 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 7.8% จากปี 2559 และมีกำไรสุทธิ 95.20 พันล้านรูเปีย (คิดเป็น 218 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 19.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่โรงแรม Capri by Fraser ที่กรุงโฮจิมินท์ มีรายได้รวม 68.20 พันล้านดอง (คิดเป็น 94.48 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 8.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 39.41 พันล้านดอง (คิดเป็น 54.59 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 2.1% จากปีก่อนหน้า ส่วนโรงแรม IBIS Saigon South ในปี 2560 มีรายได้รวม 40.58 พันล้านดอง (คิดเป็น 56.21 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 15.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิจากผลประกอบการอยู่ที่ 18.21 พันล้านดอง (คิดเป็น 25.22 ล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้น 17.7% เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่ผ่านมา

นายเจมส์ เทิค เบง ลิม กรรมการบริหาร บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดการกอง SHREIT กล่าวว่า โรงแรมทั้ง 3 แห่งที่อยู่ในพอร์ตโฟลิโอนั้น สามารถสร้างรายได้ของเดือนมกราคมที่สูงสุดในประวัติการณ์ในเดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากโมเมนตั้มที่แข็งแกร่งจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีอัตราการเข้าพักและราคาห้องพักในโรงแรม Capri by Fraser และ IBIS Saigon South ที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการเติบโตอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพของโรงแรม Pullman Jakarta Central Park ที่ได้แรงหนุนจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นของคนท้องถิ่น รวมถึงรายได้อื่นๆ นอกเหนือจากรายได้จากห้องพัก ที่เติบโตเป็นเลข 2 หลัก

ทั้งนี้ องค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนสินทรัพย์ของ SHREIT นั้นมีความแตกต่างจากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองรีทอื่นๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยกอง SHREIT สามารถกระจายความเสี่ยงและให้ความยืดหยุ่นในการลงทุน โดยสร้างผลตอบแทนและมีอัตราการเติบโตสูงจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ที่เป็นเศรษฐกิจเกิดใหม่และมีอัตราการขยายตัวที่รวดเร็ว

นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัดได้กล่าวแสดงความมั่นใจถึงแนวโน้มการเติบโตของกอง SHREIT ว่า การนำกอง SHREIT เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น เป็นการเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เข้าลงทุนในสินทรัพย์ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศที่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงในภูมิภาค โดยเป็นสินทรัพย์ที่มีความหลากหลายและตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายต่างๆ

ทั้งนี้ หลังจากผลประกอบการที่น่าประทับใจในปี 2560 บริษัทฯ ยังคงมั่นใจในศักยภาพของสินทรัพย์ในเวียดนามและอินโดนีเซีย ซึ่งตอบสนองโดยตรงต่อกลุ่มลูกค้าประเภทต่างๆ เช่น นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักท่องเที่ยวภายในประเทศ ภาคธุรกิจ กลุ่ม MICE และการจัดงานแต่งงาน ที่ล้วนสร้างอัตราการเติบโตได้อย่างยั่งยืน

สำหรับกอง SHREIT มีสินทรัพย์รวมมูลค่า 165 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2560 โดยกองSHREIT ถูกจัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นกองรีทที่อิสระจากเจ้าของสินทรัพย์และบริหารในเชิงรุก โดยตั้งเป้าการเติบโตจากสินทรัพย์ปัจจุบันและการขยายสินทรัพย์จากการเข้าซื้อธุรกิจโรงแรมเพิ่มเติม และบริหารเงินทุนด้วยความรับผิดชอบ

นายปธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจในปี 2561 จะมุ่งเน้นในเรื่องการจัดทำอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) เพื่อกระจายแหล่งเงินกู้ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น และลดต้นทุนทางการเงิน ตลอดจนการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่เพิ่มเติมที่คาดว่าจะเป็นการเพิ่มผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหน่วย

“ ปี 2561 จะเป็นปีแห่งการขยับขยายและการเติบโต เนื่องจากเรามีโอกาสเพิ่มสินทรัพย์ใหม่ๆ ในกลุ่มธุรกิจโรงแรมทั้งในตลาดปัจจุบัน และในประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ เรายังได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากผู้ถือหุ้นสถาบันของเราเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตและเรามีการติดต่อประสานงานอย่างใกล้ชิดกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเพิ่มพูนสินทรัพย์ในกองรีทของเราในอนาคตอันใกล้” นายปธาน กล่าว

23 views0 comments

Recent Posts

See All

'อนันดา' เคาะผลตอบแทนหุ้นกู้ฯ 1 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 4.40% และ 2 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี

‘อนันดา’ เคาะผลตอบแทนหุ้นกู้ฯ 1 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 4.40% และ 2 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี เสนอขายระหว่างวันที่ 5-6 และ 9-10 สิงหาคม ผ่าน 6 สถาบันการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน

STECH พร้อมลั่นระฆังเทรดวันแรก 23 ก.ค.นี้

STECH พร้อมลั่นระฆังเทรดวันแรก 23 ก.ค.นี้ ชูเป็นหุ้นเติบโต มั่นใจกระแสตอบรับเยี่ยม "บมจ.สยามเทคนิคคอนกรีต" หรือ STECH พร้อมเทรดวันแรกบนกระดาน SET 23 ก.ค.นี้ มั่นใจ นักลงทุนจะให้การตอบรับ ชูศักยภาพการเ

แสนสิริเตรียมออกหุ้นกู้ นำทุนเสริมแกร่งรับแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 64

แสนสิริเตรียมออกหุ้นกู้ นำทุนเสริมแกร่งรับแผนธุรกิจครึ่งหลังปี 64 ตอบรับความต้องการนักลงทุนที่ให้ความเชื่อมั่นในหุ้นกู้ SIRI ในรอบที่ผ่านมา จากยอด Oversubscribe พุ่งไปเกือบ 4,000 ล้านบาท 10 สถาบันการเ