จับตาทองคำแท่ง...ตัวแปรเศรษฐกิจและการเงินโลกปี '61


ตลาดโภคภัณฑ์ต้นปีนี้ต้องจับตามองน้ำมันดิบ “ทองคำสีดำ” กับทองคำแท่ง ที่จะเป็นตัวแปรเศรษฐกิจและการเงินโลกตลอดปี

ขณะนี้ ราคาน้ำมันดิบเริ่มขยับตัวเป็นขาขึ้น จากล่าสุด 61 ดอลลาร์/บาร์เรล มีแนวโน้มปรับเป็น 70 ดอลลาร์/บาร์เรล ใน 3 เดือนข้างหน้า เมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวชัดเจน

ยิ่งกว่านั้นกลุ่มโอเปกพากันลดกำลังผลิตเพื่อดันราคาให้สูงขึ้น โดยมีกลุ่มขุดเจาะน้ำมันจากทรายของแคนาดากับหินเชลในสหรัฐพยายามพยุงราคาให้อยู่ที่จุดพึงพอใจ เพราะแม้การใช้พลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวที่จะสามารถผลักพลังงานจากฟอสซิล (น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) ออกจากตลาด ทว่าแนวโน้มจะเกิดขึ้นในปี 2020 เป็นต้นไป

ผู้ผลิตน้ำมันดิบและก๊าซ จึงไม่กล้าเร่งผลิตเพิ่มจนราคาตกไม่คุ้มทุน หรือผลิตน้อยก็มีรายได้น้อย ราคาที่คาดว่าจะเป็นราคาสมดุลในปีนี้ จึงคาดว่าจะอยู่ที่ 60-65 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนราคาทองคำ ขณะนี้กลับมาเป็นแหล่งหลบภัยทางการเงินเมื่อเงินดิจิทัลไต่ระดับขึ้นไปสูงจนหวั่นกันว่าจะกลายเป็นฟองสบู่แตก และตกลงมาราวพลุดับร่วงจากฟ้า

ราคาบิทคอยน์เมื่อต้นสัปดาห์กลางเดือนม.ค.ตกกระหน่ำต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยตกลงไป 15 % ภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่อันดับรอง อีเธอเลียม ลงไป 21% อันดับ 3 ริปเปิ้ล ลงไป 29%

เฉพาะบิทคอยน์นั้น ราคาช่วงกลางเดือนม.ค.อยู่ที่ 10,750 ดอลลาร์สหรัฐจากจุดขึ้นสูงสุดเมื่อเดือนธันวาคม 19,600 หรือลดลงไปถึง 40%

สาเหตุหนึ่งมาจากรัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมออกรัฐบัญญัติห้ามการซื้อขายเงินตราสกุลดิจิทัล ซึ่งทันทีที่มีการประกาศออกมา ราคาบิทคอยน์ตกรูดจากบิทละ1,5679.70 ดอลลาร์ ลงมาเหลือ 13,736.30 ดอลลาร์ภายในวันเดียว

ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือ การสั่งห้ามการโอน ย้าย แลกเปลี่ยนเงินคริปโตของธนาคารกลางจีน ยังผลให้บริษัทตัวกลางซื้อ-ขายเงินคริปโตพากันย้ายฐานออกนอกจีนกันเป็นแถวๆ...ผลที่ตามมาก็คือ ตลาดเงินคริปโตมีแต่คนขาย คนซื้อมีน้อย เงินที่ขายได้ ก็พากันไหลกลับมาตลาดทองคำและตลาดหุ้น

มาร์เก็ตแคปของบิทคอยน์ล่าสุดอยู่ที่ 220-225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดจากจุดสูงสุด 294 พันล้านดอลลาร์เมื่อ 7 ม.ค. ศกนี้

เงินไหลกลับราว 69 พันล้านดอลลาร์ ยังผลให้ราคาทองคำขยับตัวเป็นขาขึ้น เช่นเดียวกันกับตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้

ราคาทองคำซื้อขายทันที (spot gold) เมื่อ 15 ม.ค. อยู่ที่ 43.16 ดอลลาร์ต่อกรัม ขึ้นมาจากเมื่อสิ้นปีถึง 4.4 % หรือสูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง

ตัวแปรราคาทองคำอีกด้านหนึ่งคือนโยบายดอลลาร์อ่อนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อผลในการส่งสินค้าออก ทำให้ราคาผกผันกับทองคำ จนทำให้ราคาทองคำสูงขึ้น 13% เมื่อปี 2017

คาดว่าราคาทองคำช่วงเดือนนี้จะขึ้นถึงแนวต้าน 1,350-1,355 ดอลลาร์ต่อทรอยเอานซ์

การห้ามรับแลกเปลี่ยนบิทคอยน์ของธนาคารกลางหลายประเทศรวมถึงไทย ทำให้บริษัทขายสินค้าออนไลน์หลายแห่งนำโดยอีเบย์งดรับคำสั่งซื้อที่ใช้บิทคอยน์ชำระราคา

การที่ราคาบิทคอยน์พุ่งขึ้นไปถึง 20,000 ดอลลาร์นั้น สาเหตุหนึ่งก็คือการที่นักลงทุนจีนแห่กันเข้ามาลงทุนเกือบ 20 ล้านคน

จอห์น เทย์เลอร์ จูเนียร์ ประธานและผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัย Taylor Global Visionในนิวยอร์กติดตามความเคลื่อนไหวของบิทคอยน์อย่างใกล้ชิดมาตลอด และนำผลงานวิจัยของเขามาประเมินสถานการณ์

เทเลอร์ สรุปผลวิจัยว่า บิทคอยน์จะถึงจุดแตกดับ “crash” ในไม่ช้า แม้ว่าจะยังขึ้นไปไม่ถึงจุดสูงสุดก็ตาม

บิทคอยน์ราคาถดถอยไป 25% ภายใน 4 วันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว...เป็นจังหวะดีที่ทองคำเข้าไปแทนที่ แม้ว่าบรรดาบล็อกเชนทั้งหลายจะพากันปลอบขวัญกันว่าครั้งนี้มิใช่เป็นครั้งแรกที่ บิทคอยน์ตกกระหน่ำ

ขณะเดียวกันก็แนะนำให้คอยจังหวะที่ราคา BTC ดิ่งลงไปถึง 12,000ดอลลาร์ ที่เชื่อว่าจะเป็นจุดที่บิทคอยน์ตกลงไปต่ำสุด ให้ซื้อเก็บไว้เพื่อขายช่วงรีบาวด์ ทำเหมือนหุ้นไทย ที่ถูกแก๊งสี่โมงเย็นทุบ แล้วไล่เก็บเอาไว้เก็งกำไรวันถัดไป

BTC เคยลงไปถึง 12,000 ช่วงคริสต์มาส ซึ่งราคาเคยตกมากที่สุดถึง 2,000ดอลลาร์ภายในวันเดียว แต่เชื่อว่า เหตุการณ์แบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก

แต่กระนั้นก็ยังมีความผันผวนอยู่สูง จนทำให้นักลงทุนไม่ไว้วางใจ เริ่มหันมาถือทองคำไว้เป็นหลักประกันความเสี่ยง

ตัวแปรราคาทองคำอีกตัวก็คือ ค่าดอลลาร์อ่อนสุดในรอบ 3 ปี และมีแนวโน้มอ่อนนาน

ทำให้ราคาทองคำผกผันสูงขึ้นต่อเนื่องกัน 4 วันนับแต่สุดสัปดาห์ก่อนจนถึงกลางสัปดาห์ที่แล้ว 1,344 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 4 เดือน

การที่ดอลลาร์ค่าอ่อนลงด้วยความกังวลว่า เฟดจะยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมประจำเดือนนี้หรืออาจจะรวมถึงเดือนหน้าด้วย โดยเหตุผลว่านโยบายลดภาษีเงินได้ของประธานาธิบดีทรัมป์จะทำให้สหรัฐขาดดุลงบประมาณมหาศาล

กระแสเงินโลก โดยเฉพาะสหรัฐจึงไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย จนทำให้ตลาดหุ้นทำ HIGH กันไปทั่วโลก ทองคำเลยได้อานิสงส์ทางด้านนี้อีกด้าน ราคาเคลื่อนไหวเหนือ 1,340 โดยมีแนวทดสอบที่ 1,350 แนวต้านที่ 1,345-1,352 ดอลลาร์

ช่วงนี้จึงต้องจับตาดูค่าดอลลาร์กับดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์ก รวมถึงราคาบิทคอยน์...ถ้าดอลลาร์ยังอ่อนค่าลงไปลึกกว่านี้อีก ราคาบิทคอยน์ยังไถลลงไปอีก ราคาทองคำจะไต่ขึ้นมาแทน

สำหรับราคาที่บรรดาโบรกเกอร์แนะให้ซื้อ คือ 1,325-1,335 ดอลลาร์

ช่วงที่บิทคอยน์กำลังพุ่งแรงนั้น เงินจากตลาดหุ้น ทองคำโภคภัณฑ์ ตราสารหนี้ ฯลฯ ไปเข้าบิทคอยน์กันจนตลาดเหงา แต่วันนี้ บิทคอยน์ขาลง เงินทุนเหล่านั้นเริ่มไหลกลับ และเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ

เข้าตำรา เงินทองไปเที่ยว เดี๋ยวก็มา

117 views0 comments

Recent Posts

See All

QTC เตรียมย้ายกระดาน

ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ (QTC) ผู้ผลิตจัดจำหน่าย และให้บริการหม้อแปลงไฟฟ้า มีมติให้ย้ายหลักทรัพย์ QTC จากตลาดหลักทรัพย์ mai ไปเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (SET) เพื่อเพิ่มความเชื่

IIG รายได้ปี 63 ทะลุ 550 ล้าน กำไรเพิ่ม 36% พร้อมจ่ายปันผล 0.15 บาท

“IIG” โชว์ผลงานสวนกระแสปี 63 รายได้ทะลุ 550 ล้าน กำไรเพิ่ม 36% เตรียมจ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น รวม 15 ล้านบาท คาดปี 64 โตต่อเนื่อง เล็งธุรกิจใหม่เพิ่มยอด นายสมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริห

JWD ดันรายได้ปี 63 ทะลุ 3,900 ล้านบาท เติบโต 7.2% ท่ามกลาง COVID-19

JWD ดันรายได้ปี 63 ทะลุ 3,900 ล้านบาท เติบโต 7.2% ท่ามกลาง COVID-19 ชูศักยภาพบริการโลจิสติกส์ที่หลากหลายและขยายฐานธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลแก่ผู้ถือหุ้นอัตรา 0.22 บาทต่อหุ้น บมจ.

For advertising please call: 02-2534691