IMF มองเศรษฐกิจไทยแกร่ง เงินนอกทะลัก ดันตลาดฟื้น


ล่าสุดทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ มองพื้นฐานเศรษฐกิจไทยมีควมแข็งแกร่งขึ้นมาก จะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะปานกลาง และผลจากหนี้ครัวเรือนของไทยเริ่มลดลง จึงเป็นปัจจัยหนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้มากขึ้น มีการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะโตได้เฉลี่ย 3.8-4.3% ในช่วง 5 ปี ขณะเดียวกันทางสำนักคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็ออกมาปรับเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจจากเดิมที่เคยประมาณการไว้ที่ 3.5% เพิ่มเป็น 3.7% ในปี 2560 นี้ โดยมองว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมและท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวมากขึ้น เป็นปัจจัยหนุนทำให้เศรษฐกิจเติบโตสูง ในขณะที่การผลิตภาคการเกษตรก็ยังขยายตัวในเกณฑ์สูงอย่างต่อเนื่อง การลงทุนจากภาครัฐที่มีแนวโน้มสูงกว่าครึ่งปีแรก ทำให้ภาคเอกชนมีการเพิ่มการลงทุนในครึ่งปีหลังมากไปด้วย จึงประเมินว่าเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะโตสูงกว่าครึ่งปีแรก

นอกจากนี้การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 3 และคาดว่าจะอยู่ระดับสูงต่อเนื่องถึงสิ้นปี เพราะเป็นช่วงฤดูกาลที่จะมีการใช้น้ำมันมากในช่วงฤดูหนาว จะมีผลโดยตรงกับผลประกอบการของกลุ่มพลังงานในครึ่งปีหลังมาก ทำให้ภาพรวมกำไรของกลุ่มพลังงานในไตรมาส 3 และ 4 จะมีกำไรสูงกว่าครึ่งปีแรก มีผลให้หุ้นขนาดใหญ่และหุ้นกลุ่มพลังงานจะมีการฟื้นตัวได้มากก็เป็นที่รู้ๆ กันดีว่า หุ้นกลุ่มพลังงานของไทยมีมาร์เก็ตแคปใหญ่ในตลาด

เมื่อราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้น ก็จะเป็นแรงขับดันให้ดัชนีตลาดปรับสูงขึ้นแน่นอน และการที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาทยอยซื้อหุ้นลงทุนมากขึ้นนั้น แสดงออกชัดเจนมากว่าได้รับรู้ข่าวสารข้อมูลที่สำคัญกับการเติบโตของเศรษฐกิจและธุรกิจของไทยแล้ว จึงมองออกว่าการทยอยเข้าลงทุนในช่วงนี้ก่อนที่ตลาดจะมีการปรับสูงมาก จะทำให้ได้ประโยชน์และผลตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะมีการพบว่ามีเงินนอกไหลทะลักเข้าไทยมากขึ้น ทำให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยเพิ่มมากเป็นประวัติการณ์ โดยปัจจุบันมีเงินมากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว จึงทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่ต้องกังวลกับการนำเงินเข้าและออก ความเสี่ยงจะมีแค่อัตราแลกเปลี่ยนเท่านั้น เริ่มมีการประเมินว่าจากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมา ทำให้ตลาดหุ้นพลอยคึกคักมากกว่าเดิม มองตัวเลขดัชนีตลาดของการเก็งกำไรทางเทคนิคก็เริ่มเชื่อกันแล้วว่าดัชนีตลาดจะขึ้นไปทดสอบระดับ 1,700 จุดได้ในเร็วๆ นี้ ดังนั้น ใครที่ยังลังเลคงต้องรีบพิจารณาก่อนที่โอกาสการลงทุนที่ดีจะหมดไป

17 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691