เดินไปบนทางที่มีความเสี่ยงสูง


ขึ้นต่อได้! ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยอาจได้รับปัจจัยหนุนจากทิศทางของตลาดหุ้นภูมิภาคที่เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกอีกครั้ง แต่ถ้าพิจารณาในเชิงของเทคนิคจะพบว่าภาพของ SET ในระยะ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เริ่มลดความร้อนแรงของการแกว่งขึ้นมาบ้างแล้ว สังเกตง่ายๆ จากการที่ในช่วงตั้งแต่ 28 ส.ค.2560 ที่ SET ปรับตัวขึ้นวันเดียวราว 30 จุดเป็นต้นมา การแกว่งตัวขึ้นของ SET หลังจากนั้นมีเส้นค่าเฉลี่ย EMA ระยะสั้นมากในราย 5 วันเป็นจุดรับ และเด้งของ SET มาตลอด

จนกระทั้งในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งแต่ 22 ก.ย.2560 ที่ SET เริ่มมีอาการของการถอยตัวลงเพื่อพักฐานระยะสั้น พบว่า SET กลับมาใช้เส้นค่าเฉลี่ย EMA ที่ยาวขึ้นในราย 10 วันเป็นจุดรับ และเด้งแทนแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงระดับการยอมรับความเสี่ยง หรือความมั่นใจของนักลงทุนที่ลดลงอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี สำหรับการลงทุนระยะสั้นในเชิงของ Tactical นั้น จากการที่ Indicator ระยะสั้นอย่าง RSI ลงมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย EMA ของตัวมันเองแล้วเด้งกลับ ในทิศทางเดียวกับ SET ที่ลงมาทดสอบ EMA 10 วันแล้วเด้งกลับเช่นกัน ทำให้รูปแบบของสัญญาณ “แตะกันเท่ากับตัดกัน” ยังคงชัดเจน และคงต้องใช้เส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 10 วันบริเวณ 1,665 จุดเป็นจุดหมุนไปก่อน โดยตราบใดที่ SET ยังคงไม่หมุนตัวลงมาปิดต่ำกว่า 1,665 จุดอีกครั้ง คงต้องตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่า SET ยังคงอยู่บนเส้นทางของการแกว่งขึ้นไปเล่นในกรอบใหม่ 1,680-1,710 จุดอีกครั้ง

อย่างไรก็ดีสำหรับนักลงทุนในระยะที่ยาวออกไป ในเชิงของ Strategic “นายหมูบิน” ยังคงมองว่ากรณีที่ SET ยังคงไม่ปรับตัวลงมาต่ำกว่า 1,665 จุดอีกครั้ง การเข้าสะสมหุ้นเพิ่มในพอร์ตระยะกลางอยากให้รอไปก่อน เนื่องจากมองว่า SET บริเวณนี้อาจไม่ใช่พื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเข้าสะสมหุ้นไทยในระยะกลาง โดยมองว่าการที่ SET ยังคงมี Downside Risk ในกรณีที่ SET หมุนลงมาต่ำกว่า 1,665 จุดอาจถอยไปได้แถว 1,645 จุดได้ไม่ยาก และการที่ “นายหมูบิน” ยังคงมอง SET ในปีนี้ อาจไปได้ไม่ไกลกว่า 1,710 จุดไม่มากนัก หรือมี Potential Upside ไม่เยอะ เป็นเหตุผลหลักที่ “นายหมูบิน” ยังคงมองว่า SET บริเวณนี้เป็นพื้นที่ “High Risk, Low Expected Return” มากกว่าที่จะเป็น “High Risk, High Expected Return” ได้ และกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนระยะกลางน่าจะออกมาในมุมมองการ “รอขาย” มากกว่า “การเข้าไปซื้อเพิ่ม”

ยังไม่อยากมองโลกในแง่ดีเกินไป : ทั้งนี้แน่นอนว่าประเด็นที่ “นายหมูบิน” ได้เตือนเกี่ยวกับทางวิ่งต่อของ SET ที่อาจจะเหลือไม่เยอะมาก อาจจะดูขัดใจ และขัดแย้งกับมุมมองของนักวิเคราะห์ที่เริ่มทยอยออกมาบอกว่า SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อแรงๆ ไปถึง 1,800 และ 1,900 จุดกันเลยที่เดียว ทั้งนี้ “นายหมูบิน” มองว่าเหตุผลที่นักลงทุน และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เอามาใช้เป็นปัจจัยที่คิดว่าจะสนับสนุนให้ SET ไปต่อจนถึงฝั่งฝันที่ 1,900 จุดได้มีความไม่แน่นอนอยู่สูงพอสมควร ทั้งในส่วนที่มองว่าตลาดหุ้นไทยยังคงปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค หรือที่เรียกว่า Laggard ซึ่งประเด็นว่าหุ้นไทย Laggard ก็คงจริงครับเพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2560 SET ปรับตัวขึ้นมาเพียง 9% YTD เทียบกับ MSCI Asia ex Japan ที่ปรับตัวขึ้น 29% YTD

อย่างไรก็ดีจากการที่ Consensus คาดว่าการขยายตัวของกำไรของ SET จะอยู่ที่ราว 7% ในปีนี้ และ 11% ในปีหน้า ซึ่งถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับ MSCI Asia ex Japan ที่กำไรจะขยายตัวราว 23% และ 18% ในปีนี้ และปีหน้า ขณะที่ปัจจุบัน PER ของ SET อยู่ที่ 17 เท่า แพงกว่าเมื่อเทียบกับ MSCI Asia ex Japan ที่ 14 เท่าชัดเจน ทั้งๆ ที่ MSCI Asia ex Japan ปรับตัวขึ้นมาแล้ว 29% YTD ทำให้โดยส่วนตัวของ “นายหมูบิน” มองว่าการที่ตลาดหุ้นไทยในปี 2560 จะ Laggard ตลาดหุ้นภูมิภาคเป็นเรื่องสมเหตุสมผลในเชิงพื้นฐานแล้ว และประเด็นนี้ไม่น่าจะเป็นเหตุผลให้ SET กลับมาวิ่งแรงกว่า หรือ Outperform ชาวบ้านเค้าไปได้อีกนานนัก

ขณะที่ประเด็นที่มองกันว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อในตลาดหุ้นไทยอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง เพราะว่าปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นไทยต่ำมาก หรือที่เรียกว่า “Under-Own” ประเด็นนี้ต้องระวังนะครับเพราะเราเคยมีบทเรียนแล้วในช่วงปี 2013-2015 ที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทยออกมาไม่ต่ำกว่า 3.8 ล้านบาท ในช่วงนั้นนักวิเคราะห์เมืองไทย ก็คาดการณ์เป้าหมายของ SET ไว้แถว 1,800 จุดเหมือนกัน และบอกว่าต่างชาติ “Under-Own” สุดท้ายในช่วง 3 ปีนั้น SET ก็ไม่เคยไปถึงระดับ 1,800 จุด และฝรั่งก็ไม่ได้กลับมาซื้อ ทั้งๆ ที่มีคนบอกว่า “Under-Own” นี้คือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในตลาดหุ้นไทย ซึ่งผมมาเล่าให้ฟังเพื่อไม่ให้ท่านเข้าใจผิดกับคำว่า “ต่างชาติ Under-Own จะขึ้น” เหมือนที่เคยเข้าใจผิดๆ กับความสัมพันธ์ระหว่างยอด Net Long-Short ของต่างชาติในตลาด TFEX กับทิศทางของ SET ทั้งๆ ที่จริงมันแทบไม่เกี่ยวกันเลย

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) : กรณีที่ SET ยังคงปิดเหนือกว่า 1,660 (+/-5) จุดได้ แนะนำใช้เป็นโอกาส “ดีดขึ้นขาย” ในลักษณะ “Short Against” กลับมา “ถือเงินสด” หรือ “Wait and See” เพื่อรอซื้อกลับในหุ้น PTTGC, KBANK, SCB, STEC, CK, SCC, LH, SIRI, INTUCH และ ADVANC อีกครั้ง สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่ระดับ 75% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wealthhuntersclub และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆ ยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ในรายการ ”เซียนเศรษฐกิจ” ทาง FM 101 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00-12.00 น.เช่นเดิมครับ

ภาพประกอบ : การวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในทางเทคนิครายวัน (Daily)

Source: Wealth Hunters Club

33 views0 comments