“กรุงศรี” รับปีนี้รายย่อยหลุดเป้า....หันกระตุ้นคนออมเงินดีกว่า


กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ยอมรับยอดรูด ยอดบัตรใหม่ ยอดโตสินเชื่อบุคคลปีนี้โตต่ำกว่าเป้า เหตุเศรษฐกิจยังซึม แต่หนี้เสียปรับตัวดีขึ้น โค้งท้ายปีอัดงบ 35-40% ของงบทั้งปีกระตุ้น ระบุเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติกระทบลูกหนี้สินเชื่อบุคคลหาย 5% รายได้ดอกเบี้ยบัตรหด 10% ล่าสุดแหวกแนวจากส่งคนเป็นหนี้ หันมาหนุนคนออม ตั้งเป้าออมให้ได้เดือนละ 20% หวังคุณภาพชีวิตระยะยาวของคนไทยดีขึ้น

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยว่า ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ในช่วง 7 เดือน ปี 2560 ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง หากต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตช้า และผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย โดยยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรมีอัตราเติบโตเพียง 7% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 12-13% ขณะที่ตลอดทั้งปีคาดว่าจะเติบโตได้เพียง 8-9%

ส่วนสาเหตุที่การเติบโตน้อยกว่าปีก่อน เพราะส่วนหนึ่งปีที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ในปีนี้ไม่มี โดยในปีนี้ลูกค้ามียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 1.7 หมื่นบาทต่อบัตรต่อเดือน เฉพาะบัตรที่มีการใช้จ่ายเป็นประจำ (Active) ซึ่งมีประมาณ 70% ของบัตรทั้งหมด ส่วนยอดคงค้างสินเชื่อบัตรเครดิตอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% ขณะเดียวกันเป้าหมายการออกบัตรใหม่ 7-8 แสนใบ จากยอดบัตรรวม 3.7 ล้านใบ ตอนนี้ทำได้แล้วประมาณ 5 แสนใบ ก็อาจทำไม่ได้ตามเป้า ด้านสินเชื่อส่วนบุคคลมียอดคงค้าง 7.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นฤดูการจับจ่ายใช้สอย ได้มีการเตรียมงบการตลาดไว้ 35-40% ของงบการตลาดทั้งปี เพื่อจัดแคมเปญโปรโมชันกระตุ้นยอดการใช้จ่ายของลูกค้า

สำหรับทางด้านผลกระทบจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกเกณฑ์ควบคุมเพดานสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล คาดว่าจะทำให้ยอดสินเชื่อส่วนบุคคลปรับตัวลดลงราว 5% เนื่องจากจะมีผู้ที่ขอสินเชื่อครบ 3 ผู้ให้บริการสินเชื่อและเต็มวงเงินแล้วจะไม่สามารถขอสินเชื่อจากผู้ให้บริการสินเชื่อรายอื่นได้อีก ขณะที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตลง 2% คาดว่าจะส่งผลกระทบทำให้รายได้ดอกเบี้ยรวมลดลงประมาณ 10% และมีส่วนทำให้การเพิ่มบัตรใหม่ไม่เป็นไปตามเป้า

อย่างไรก็ดี การควบคุมเพดานสินเชื่อจะส่งผลให้คุณภาพสินเชื่อดีขึ้นอีก จากที่ผ่านมากรุงศรี

คอนซูมเมอร์ ได้ระมัดระวังการให้สินเชื่อตามภาวะเศรษฐกิจจนทำให้ยอดการอนุมัติสินเชื่อลดลงจาก 50% เป็น 40-45% และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของบัตรเครดิตปรับตัวลดลงจาก 1.45% ในปีก่อนเป็น 1.3% และสินเชื่อบุคคลปรับลดลงจาก 3.1% เหลือ 2.9%

นอกจากนี้ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้มีการยกเลิกช่องทาง Direct Sale เนื่องจากเป็นช่องทางที่มีต้นทุนสูงกว่าช่องทางอื่นทุกช่องทาง แต่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าทุกช่องทาง ซึ่งต่อไปจะหันมาให้ความสำคัญกับช่องทางดิจิทัลที่ต้นทุนต่ำ หากมีแนวโน้มที่ลูกค้าให้การตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายฐากร กล่าวต่อไปว่า ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจยังเติบโตช้า และกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ไม่ได้กระตุ้นให้ผู้บริโภคเพิ่มภาระหนี้มากนัก หากกลับยังต้องการชักชวนให้ผู้บริโภคหันมาออมเงินมากขึ้น ด้วยการออก “โครงการ ฉลาดคิด ฉลาดใช้ โดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เป็นโครงการที่บริษัทริเริ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เห็นความสำคัญของการวางแผนทางการเงิน และมีวินัยทางการเงินที่ดี โดยประกอบด้วยกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารการเงินส่วนบุคคลผ่านทางสื่อออนไลน์สำหรับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มวัยเริ่มทำงาน และกิจกรรมประกวดสื่อให้ความรู้ทางการเงินสำหรับนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในกลุ่มเยาวชนที่จะเติบโตเป็นวัยทำงานในอนาคต จะได้สามารถสื่อสารความเข้าใจได้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยกัน และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินที่เหมาะสม ลดปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาว

ทั้งนี้ จากสถิติของ ธปท. ชี้ให้เห็นว่า อัตราส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ของไทย ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา มีอัตราเฉลี่ยสูงถึงเกือบ 80% ซึ่งนับว่าสูงมาก จนอาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว ขณะที่ข้อมูลของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ชี้ให้เห็นว่า คนไทยมีหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยครึ่งหนึ่งของวัยเริ่มทำงานจะมีหนี้ และเมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนหนี้ที่ผิดนัดชำระ พบว่า กลุ่มคนวัยเริ่มทำงานเป็นกลุ่มที่มีหนี้เสียสูงที่สุด โดย 1 ใน 5 ของคนกลุ่มนี้มีหนี้เสีย ที่น่าวิตกไปกว่านั้น คือ ข้อมูลชี้ให้เห็นว่า แม้จะก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ แต่ปริมาณหนี้ก็ไม่ได้ลดลงมากนัก แสดงให้เห็นว่าคนวัยทำงานจำนวนมาก หากไม่รู้จักวิธีวางแผนการใช้จ่ายและเก็บออมให้สัมพันธ์กับรายรับ ขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ก็จะก่อให้เกิดปัญหาใช้เงินเกินตัว ส่งผลให้พื้นฐานเศรษฐกิจของไทยอ่อนแอ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเร่งส่งเสริมให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งนักศึกษา และวัยเริ่มทำงาน มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารการเงินส่วนบุคคล และมีวินัยทางการเงินที่ดี จึงริเริ่มโครงการฉลาดคิด ฉลาดใช้ขึ้น”

สำหรับโครงการ ฉลาดคิด ฉลาดใช้ โดยกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เป็นแคมเปญการสื่อสารผ่านทางสื่อออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชูแนวคิด “ฉลาดคิด ฉลาดใช้ ออมให้ได้ 20%” เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มคนวัยเริ่มทำงาน รู้จักวางแผนทางการเงิน โดยการวางแผนงบการใช้จ่ายอย่างง่ายๆ เริ่มต้นด้วยการหักเงินรายรับที่ได้มา 20% มาเป็นเงินออมก่อนเพื่อสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ส่วนที่เหลือให้ประเมินรายจ่ายในแต่ละเดือน และกันงบสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นไว้ก่อน ส่วนที่เหลือจึงเอาไว้ใช้จ่ายเพื่อความสุขส่วนตัว เป็นการฝึกจัดสรรการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับรายรับอย่างเป็นระบบ เพื่ออนาคตทางการเงินที่มั่นคง สามารถติดตามเกร็ดความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการบริหารการเงินส่วนบุคคลได้ทางสื่อออนไลน์ต่าง ๆ และเว็บไซต์ www.krungsri.com/krungsri-consumer/moneymatters

“ต้องยอมรับว่า ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่นั้นมีค่าครองชีพสูง เมื่อเทียบกับอัตราเงินเดือนเริ่มต้นของคนวัยทำงาน หากไม่วางแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสม รู้จักแยกแยะระหว่างความจำเป็นกับความต้องการ อาจเกิดปัญหาใช้เงินเกินตัวจนทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสิน วิธีง่าย ๆ ในการบริหารเงินที่เราอยากแนะนำ คือ แบ่งสัดส่วนเงินสำหรับใช้จ่าย ด้วยการกันเงินออมออกมาก่อน 20% โดย 10% แรกสำหรับไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย ส่วนอีก 10% สำหรับความฝันในอนาคต เช่น เป็นเงินทุนสำหรับเรียนต่อ หรือเปิดกิจการของตนเอง ส่วนการแบ่งงบสำหรับใช้จ่ายในเรื่องจำเป็น และใช้จ่ายเพื่อความสุขส่วนตัวนั้น ก็จะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า ด้วยรายได้ในปัจจุบันของแต่ละคน จะเหลือเงินใช้จ่ายได้เท่าไร หากคิดจะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ เช่น ซื้อบ้าน หรือรถยนต์ จะสามารถรับภาระหนี้ได้หรือไม่” นายฐากร กล่าวและเผยต่อไปว่า

นอกจากโครงการให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินสำหรับบุคคลทั่วไปผ่านทางสื่อออนไลน์แล้ว กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ยังได้จัดกิจกรรม “ฉลาดคิด ฉลาดใช้ - U Contest” กิจกรรมประกวดสื่อให้ความรู้ทางการเงินสำหรับนิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัย เพื่อสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สื่อด้วยเนื้อหาที่ดึงดูดใจ เพื่อนำไปใช้รณรงค์การสร้างวินัยทางการเงินที่ดีในกลุ่มนิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป ชิงทุนการศึกษาให้ผู้ชนะในลำดับที่ 1, 2 และ 3 เป็นจำนวน 100,000 บาท, 50,000 บาท และ 30,000 บาท ตามลำดับ เปิดรับสมัครตั้งแต่ 15 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2560 รายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครเข้าร่วมโครงการ ติดตามได้จาก https://www.krungsri.com/bank/th/krungsri-consumer/money-matters-ucontest.html หรือ Facebook : ฉลาดคิด ฉลาดใช้

21 views0 comments