หุ้นน่าลุ้น


แสนสิริ (SIRI)

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ชะลอตัวในครึ่งปีแรก หลังจากโครงการระบบรางขนาดใหญ่ของรัฐล่าช้า แต่หลังจากรัฐบาลมาเร่งดำเนินการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในครึ่งหลังของปีไปแล้ว จนเกิดความชัดเจนว่าจะมีการประมูลรับเหมาก่อสร้างในปัจจุบัน ทำให้บรรดาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ออกมาตอบรับข่าวอย่างคึกคัก อย่างแสนสิริ หรือ SIRI ก็ออกมาประกาศปรับเป้าหมายยอดขายปีนี้ใหม่ทันที พร้อมเดินหน้าเปิดอีก 16 โครงการในครึ่งหลังของปีนี้ โดยปรับเพิ่มยอดขายปี 2560 นี้จากเดิมที่ตั้งไว้ 3.6 หมื่นล้านบาท มาเป็น 4 หมื่นล้านบาท เท่ากับปรับเพิ่มอีกกว่า 11% ทำให้สามารถคาดหวังผลกำไรในครึ่งหลังของปีมากกว่าครึ่งปีแรกมาก ดังนั้น เมื่อมาดูผลกำไรในครึ่งปีแรกที่ SIRI ทำได้แค่ 1,316.26 ล้านบาท จึงคาดว่าตลอดปี 2560 จะทำกำไรได้ถึง 3.2 พันล้านบาทได้ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นจะได้ที่ 0.224 บาท เพียงใช้ค่าพีอี 11 เท่าประเมินราคาหุ้นจะได้ราคาที่ 2.46 บาท แต่พบว่าการซื้อขายในตลาดอยู่ที่ 2.20 บาทเท่านั้น จึงยังมี upside ได้อีก 12% โดยยังจะได้เงินปันผลตอบแทนอีกประมาณ 3.5% ด้วย ทำให้ SIRI ยังเป็นหุ้นที่เลือกลงทุนได้ดี มีความคุ้มค่ากับการลงทุน

พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC)

ความผันผวนของราคาน้ำมันมีผลกระทบทั้งธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี แต่ธุรกิจปิโตรเคมีกลับได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก โดยเฉพาะเมื่อมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ทำให้ผลิตภัณฑ์ทางด้านปิโตรเคมีกลับสร้างมูลค่าเพิ่มได้ดีกว่า จึงมีผลให้ธุรกิจกลับมามีกำไรที่ดีกว่าเดิมได้มาก และการที่ราคาน้ำมันปัจจุบันอยู่ต่ำกว่าราคาในอดีตมาก ก็มีผลให้ต้นทุนการผลิตในด้านปิโตรเคมีพลอยต่ำลงมากไปด้วย ดังนั้น เมื่อมาดูผลประกอบการของ PTTGC จะพบว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจสามารถทำกำไรได้สูงขึ้นอย่างต่อเนือง จากปี 2557 ที่มีกำไรแค่ 1.5 หมื่นล้านบาท มาปี 2559 กำไรเพิ่มมาอยู่ระดับ 2.56 หมื่นล้านบาทแล้ว และมาปี 2560 นี้ พบว่าครึ่งปีแรกก็ทำกำไรได้ 19,784.9 ล้านบาท มาครึ่งปีหลังบรรยากาศโดยรวมดีขึ้นมาก จึงคาดว่าจะทำให้ PTTGC ในปี 2560 นี้ มีกำไรในระดับ 4.3 หมื่นล้านบาทได้ กำไรต่อหุ้นจะได้ที่ 9.54 บาทเพียงมาประเมินราคาหุ้นด้วยค่าพีอี 10 เท่า ยังได้ราคาที่ 95.40 บาท แต่ราคาในตลาดอยู่แค่ 77 บาท จึงมี upside ได้อีกมากถึง 23.9% โดยังจะได้เงินปันผลอีกประมาณ 6% ด้วย น่าลงทุน

ทุนธนชาต (TCAP)

ธุรกิจธนาคารยังคงถูกกดดันจาก NPL ที่ยังเพิ่มมากขึ้น แต่ที่ผ่านมา NPL ที่สร้างปัญหาใหญ่อยู่กับธนาคารขนาดใหญ่ เพราะการที่ลูกหนี้ขนาดใหญ่ของธนาคารเป็น NPL ทำให้ต้องมีการตั้งสำรองหนี้เสียจำนวนมากกว่าปกติ จึงมีผลให้ธนาคารมีกำไรตกต่ำลงอย่างชัดเจน แต่เมื่อดูธนาคารขนาดเล็กกลับไม่ได้รับผลกระทบจาก NPL มากเหมือนธนาคารขนาดใหญ่ จึงไม่มีผลกระทบกับกำไรมากนัก ดูอย่าง TCAP พบว่าหลายปีที่ผ่านมายังคงทำกำไรเพิ่มทุกปี จากปี 2557 ที่มีกำไร 5,120 ล้านบาท มาถึงปี 2559 กำไรเพิ่มมาอยู่ระดับ 6,012.72 ล้านบาทแล้ว มาปี 2560 นี้ ครึ่งปีแรกก็ทำกำไรได้แล้ว 3,277.25 ล้านบาท ยังคงทำกำไรเพิ่มได้ต่อเนื่อง จึงคาดว่าปี 2560 นี้ คงจะมีกำไรระดับ 6,600 ล้านบาทได้ กำไรต่อหุ้นจะเพิ่มเป็น 5.47 บาท เมื่อมาประเมินราคาด้วยค่าพีอีแค่ 10 เท่า ยังได้ราคาที่ 54.70 บาท แต่ราคาในตลาดอยู่ที่ 47 บาท จึงมี upside ได้อีก 16.38% และที่น่าสนใจคือราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าหุ้นตามบัญชีอีกด้วย เพราะมูลค่าหุ้นอยู่ที่ 50.77 บาท แสดงว่าราคาหุ้นยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็น จึงลงทุนได้

35 views0 comments