KBANK ขอโตอย่างระมัดระวัง...ความเสี่ยงซ่อนตัวกลางศก.ฟื้น


กสิกรไทย แจงเศรษฐกิจครึ่งปีหลังโตดีขึ้น หากยังต้องระวังความเสี่ยงลูกค้ารายใหญ่ ตั้งเป้าสินเชื่อโตทั้งปีแค่ 4-6% รายได้โต 3% จากครึ่งปีแรกโต 8% ทั้งสองตัว พร้อมคุมหนี้เสียไม่เกิน 2% เผยครึ่งปีแรกได้อานิสงส์จากกลุ่มพลังงาน เกษตรแปรรูป อสังหาริมทรัพย์ ที่มีการลงทุนเพิ่ม

นายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 คาดว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวจากปัจจัยสนับสนุนด้านเงินลงทุนจากภาครัฐที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ที่เชื่อมต่อไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียน อย่าง สปป. ลาว กัมพูชา เวียดนาม รวมถึงเงินลงทุนขนาดใหญ่จากจีน ภายใต้โครงการ One Belt One Road โครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะเริ่มสายแรกของประเทศจากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ตลอดจนการเดินหน้าอนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในรัฐบาลปัจจุบันก่อนการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ การส่งออกที่ขยายตัวได้ดีเกินกว่าที่คาด ผลจากเศรษฐกิจโลกที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลถึงเศรษฐกิจในประเทศไทยที่น่าจะขยายตามไปด้วย จึงเชื่อมั่นว่าสิ้นปี 2560 การเติบโตของสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่จะขยายตัวได้และปิดตัวเลขได้ตามเป้าหมายที่ 4-6% และรายได้รวมคาดจะเติบโตไม่น้อยกว่า 3% แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกทั้งทางด้านสินเชื่อและรายได้ขยายตัวได้เท่ากันที่ 8% เนื่องจากธนาคารมองว่าเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังเติบโตได้ดีขึ้นหากยังมีความเสี่ยง จึงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง โดยมั่นใจว่าจะควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ในปีนี้ที่ระดับไม่เกิน 2% ต่ำกว่าเป้าหมายภาพรวม NPL ของธนาคารที่ตั้งเป้าไม่เกิน 3.2%

“ครึ่งปีแรกคุณภาพสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังต้องระมัดระวัง กลุ่มที่น่าเป็นห่วง เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่ยังไม่มีฐานะการเงินรองรับ เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภท ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ลดความเสี่ยงของสินเชื่อด้วยการกระจายออกไปในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมให้สินเชื่อเฉลี่ยไม่เกินกลุ่มอุตสาหกรรมละ 12% ของพอร์ตสินเชื่อรายใหญ่โดยรวม เพื่อลดผลกระทบกรณีอุตสาหกรรมใดเกิดความอ่อนไหว ขณะเดียวกันการให้สินเชื่อแต่ละรายในระดับ 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป จะไม่ปล่อยสินเชื่อคนเดียว แต่จะร่วมกับสถาบันการเงินอื่นปล่อยในลักษณะซินดิเคตโลน เพื่อลดความเสี่ยง” นายสุวัฒน์ กล่าวและเผยต่อไปว่า

สำหรับผลการดำเนินงานของสายงานธุรกิจลูกค้าบรรษัทที่ดูแลลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ณ 30 มิถุนายน 2560 เติบโตตามเป้าหมายเป็นที่น่าพอใจ มียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 553,665 ล้านบาท เติบโต 8% จาก 511,700 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของรายได้รวมช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 12,221 ล้านบาท โตได้ 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 คิดเป็นรายได้จากดอกเบี้ย 4,959 ล้านบาท และรายได้ค่าธรรมเนียม 5,982 ล้านบาท

ส่วนอุตสาหกรรมที่โดดเด่นในครึ่งปีแรกได้แก่ อุตสาหกรรมพลังงาน เกษตรแปรรูป และ อสังห าริมทรัพย์ เนื่องจากประเทศไทยมีความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น นำมาซึ่งการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ โดยมีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนที่สูงขึ้น กลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมก็ขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มอาหารแปรรูป ด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ผ่านการระดมทุนรูปแบบต่างๆ อาทิ REIT และหุ้นกู้

10 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691