MTLS ไวกว่าปรอท! ปรับตัวพร้อมรับมือสถานการณ์ "การเงิน-ดอกเบี้ย"


“เมืองไทยลิสซิ่ง MTLS” ปรับหมากรับมือสถานการณ์ “การเงิน-ดอกเบี้ย” ภายใต้การขับเคลื่อนธปท.-กลต.ทันการณ์ แปลงแหล่งเงินเป็นระยะยาว เดินหน้าปล่อยกู้เพิ่มลูกค้าตามแผนวางไว้ 50% ประธานชูชาติเผยมาตรการช่วยลูกค้าเจอน้ำท่วมทั้งรีสตัคเจอร์หนี้ จนถึงยกเว้นการผ่อนชำระ คาดน้ำท่วมไม่กระทบลูกค้ามาก

นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด หรือ MTLS กล่าวผ่านรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” จัดโดยทีมข่าวหนังสือพิมพ์ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นว่าน้ำที่ท่วมทางภาคอีสาน เป็นเพียงบางพื้นที่ ที่กระทบจะเป็นจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดสกลนครโดนน้ำท่วมในตัวเมืองเสียส่วนใหญ่ นอกนั้นจะเป็นการท่วมประปราย ส่วนที่โดนน้ำท่วมหนักหน่อยจะอยู่ที่จังหวัดสกลนคร ขณะที่ MTLS โดนผลกระทบจากน้ำท่วมคราวนี้ไป 3 สาขาในตัวเมือง

“เรามีมาตรการช่วยเหลือลูกค้า โดยที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่น้ำได้ลดลงแล้ว กำลังสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น และสำรวจลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย แต่ว่าลูกค้าอาจจะยังสำรวจไม่ได้ เนื่องจากเป็นไร่นาที่น้ำยังไม่ลดลง โดยหลักการตอนนี้ได้ให้นโยบายไปว่า 1. ถ้าลูกค้าไม่สามารถผ่อนได้ เนื่องจากประสบปัญหาน้ำท่วม คือหากผ่อนมาบ้างแล้วครึ่งหนึ่ง จะรีสตัคเจอร์ใหม่ก็ทำได้เลย และ 2. หากไม่สามารถส่งผ่อนได้เนื่องจากไม่มีรายได้เข้ามา ในส่วนค่าปรับเราจะทำการยกเว้นให้ไม่คิด” นายชูชาติกล่าว

“จากการสำรวจเบื้องต้นลูกค้าส่วนใหญ่ประสบปัญหาไม่มาก ด้วยเหตุผลที่ว่าน้ำท่วมแค่บางพื้นที่ ที่ชัดเจนคือจังหวัดสกลนครในตัวเมือง โดยตัวจังหวัดก็ไม่ใช่เกษตรกร ขณะที่ส่วนรอบที่โดนน้ำท่วม ขณะนี้กำลังทำการสำรวจว่าส่วนไหนบ้าง ดังนั้น ตัวเลขมากหรือน้อยถ้าเทียบกับทั้งประเทศหรือทั้งภูมิภาค คงจะประสบปัญหาน้อย คือมีแค่สกลนครจุดเดียว และแค่บางอำเภอเท่านั้น ถือว่าพบน้อยมากแทบจะไม่กระทบเลย”

นายชูชาติได้กล่าวถึงแบงก์ชาติ ที่ออกมาตรการคุมบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และยังสั่งให้ลดดอกเบี้ยกับลูกค้าจาก 20% เหลือ 18% ว่า เนื่องจาก MTLS ไม่ได้ทำบัตรสินเชื่อ ดังนั้น ผลกระทบโดยตรงไม่มีอยู่แล้ว ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่เคยได้รับวงเงินเมื่อก่อน 5 เท่า ตอนนี้เหลือที่ 1.5 เท่า ตรงนี้จะเป็นกลุ่มหนึ่งถ้าเขาปลอดการชำระหนี้ เขาไม่มีเหตุผลที่ว่าจะไม่สามารถชำระได้ ตรงนี้กลายเป็นโอกาสที่เขาจะมาขอกู้สินเชื่อกับ MTLS ได้ และถือเป็นโอกาสของเรา

“ถ้าเข้ามาในส่วนสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของแบงก์ชาติ จะให้คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 28% เพราะเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน แต่เราคิดไม่ถึง และคิดดอกเบี้ยเต็มที่ก็แค่ 26% คือเราสามารถแบ่งเบาภาระให้ได้” นายชูชาติกล่าวและพูดถึงหลักทรัพย์ในการกู้ ที่ผ่านมา MTLS ปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น รถยนต์ จักรยานยนต์ โฉนดที่ดิน ตรงนี้คือธุรกิจหลักของเรา ขณะที่อีกกลุ่มที่ MTLS ได้รับอนุญาตจากแบงก์ชาติคือสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันหรือสินเชื่อส่วนบุคคล ในส่วนนี้เมื่อไม่มีหลักประกันเราจะขอดูประวัติทางการเงิน ถ้าหลักฐานทางการเงินของลูกค้าดี และมีเครดิตบูโรที่สามารถเช็กได้ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

ส่วนเรื่องที่กลต.มีการเข้มเรื่องการออกหุ้นกู้, ตั๋วบีอี โดยคนที่จะลงทุนในตั๋วบีอี ต่อไปจะให้เป็นสถาบันเท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมาเกิดอะไรไม่ค่อยดี มาตรการดังกล่าวนี้ นายชูชาติเปิดเผยว่า MTLS อาศัยปล่อยสินเชื่อ ที่มาของเงินเกิดจากทุนจดทะเบียน และกำไรสะสมส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งกู้มาจากสาธารณะและออกหุ้นกู้เองไม่เคยมีปัญหา ส่วนการกู้มีแหล่งที่มา 2 ทาง คือเงินกู้ระยะสั้น และเงินกู้ระยะยาว โดยเงินกู้ระยะยาว กู้มาจากสถาบันการเงิน ส่วนเงินกู้ระยะสั้นกู้จากการออกตั๋วบีอี

“ดังนั้นวิธีแก้ของเราคือต้องล็อกเงินกู้ระยะยาวมากกว่าระยะสั้น “เช่นสัดส่วนระยะยาวเป็น 60-70% ส่วนระยะสั้นอาจจะ 30-40% เหตุผลก็คือระยะสั้นดอกเบี้ยจะถูกกว่าระยะยาว ก็เอามาผสมผสานกัน ขณะเดียวกัน ระยะสั้นเราคงจะออกตั๋วเฉพาะกับสถาบันการเงินที่เขาแบ็คอัพด้วยวงเงินพีเอ็นให้กับเรา ดังนั้น เราคงไม่ออกกับคนทั่วๆ ไปหรือไฮเน็ตเวิร์ค ที่ผ่านมาเป็นไฮเน็ตเวิร์ค เราก็จะไม่ทำอย่างนั้น ในส่วนที่เรามีอยู่แล้ว จะค่อยๆ แปลงเป็นเงินกู้ระยะยาว คือจากสั้นเป็นยาว และถ้าเราจะออกตั๋วบีอี ก็จะออกกับสถาบันการเงินเท่านั้น ตรงนี้คือสิ่งที่เราเตรียมการ” นายชูชาติกล่าว

“ปัจจุบัน MTLS ได้คุยกับทางสถาบันการเงินไว้แล้ว มีการกันวงเงินไว้ให้ที่จะมาเตรียมแบ็คอัพด้วยตั๋วพีเอ็นหรือเลื่อนเงินกู้ระยะยาวให้ ดังนั้นแหล่งที่มาของเงินไม่มีปัญหา เรายังมีวงเงินที่จะกู้ได้อีกเพราะดีอีเรโชเราแค่ 2.7 ยังกู้ได้ 4 เท่าไม่มีปัญหา และยังสามารถออกหุ้นกู้ได้อีก ดังนั้นการปล่อยกู้ยังเหมือนเดิมเป็นไปตามแผนสบายๆ ตั้งเป้าไว้ที่ 50% โดยไตรมาสที่ 1 ทำไว้ 70% ส่วนไตรมาสที่ 2 กำลังประกาศ มีเซอร์ไพรส์แน่ ดังนั้นใครถือหุ้น MTLS สบายใจได้ทั้งผลประกอบการ เรื่องแหล่งที่มาของเงิน หนี้สินและเอ็นพีแอลก็คุมอยู่ในเกณฑ์คือ 1.1-1.2 ไม่ต้องกังวล”

ประธานกรรมการบริหาร MTLS เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2560 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560) ของ MTLS มีรายได้รวม 1,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 762 ล้านบาท หรือ 75.97% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 1,003 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 271ล้านบาท หรือ 90.33% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 300 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดปล่อยสินเชื่อที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง หลังบริษัทฯเดินหน้าขยายสาขาทั่วประเทศไทยตามแผน เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าในระดับรากหญ้าที่ยังขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ และที่สำคัญบริษัทฯมีจุดแข็งในการปล่อยสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว และคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดในระบบ ทำให้เป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ MTLS ได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลาม

“เฉพาะไตรมาส 2 ปี 2560 มียอดปล่อยสินเชื่อใหม่กว่า 14,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 61.17% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่ 8,749 ล้านบาท ขณะที่เอ็นพีแอลอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.18% เท่านั้น เนื่องจากMTLS มีระบบบริหารจัดการ และติดตามลูกหนี้ อย่างมีประสิทธิภาพภายใน MTLSModel ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการรักษาระดับเอ็นพีแอลให้อยู่ในระดับต่ำ” นายชูชาติกล่าวและเปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ MTLS มีรายได้รวม 3,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,459 ล้านบาท หรือ 78.06% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 1,869 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 1,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 527 ล้านบาท หรือ 90.86% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 580 ล้านบาท โดยมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่กว่า 25,952 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่ 15,702 ล้านบาท

“มั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2560 จะเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในปีนี้เติบโตกว่า 50% หรือแตะที่ระดับ 50,000 ล้านบาท ตามแผนงานที่วางไว้ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 37,000 ล้านบาท ผลักดันให้รายได้และกำไรทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดย MTLS พร้อมเดินหน้าเปิดสาขาเพิ่มอีก 200 แห่ง เน้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เพื่อขยายฐานลูกค้า จากปัจจุบันอยู่ที่ 2,100 สาขา ตามยุทธศาสตร์ขยายตัวทั่วไทย อีกทั้งยังวางเป้าหมายคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไว้ที่ระดับ 1.50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.18%”

53 views0 comments