อนันดาฯ โชว์กำไร Q2 เพิ่มขึ้น 33% เป็น 279 ลบ. รายได้เติบโต 30%


บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า โชว์ศักยภาพการดำเนินงาน ประกาศความสำเร็จอีกครั้ง พร้อมเติบโตอย่างมั่นคง เผยไตรมาส 2/2560 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างกำไรสุทธิ 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 99% จากไตรมาสก่อน เผยกำไรจากผลดำเนินงานสะท้อนถึงการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพตามแผนดำเนินงานที่วางไว้ พร้อมทั้งสร้างรายได้ 3,752 ล้านบาท เติบโต 30% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเติบโตสูงถึง 62% จากไตรมาสก่อน โชว์ตัวเลขยอดขายไตรมาส 2 เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 7,352 ล้านบาท ถึง 50% จากยอดขายโครงการใหม่ และโครงการที่เปิดตัวก่อนหน้า นอกจากนี้ประกาศปรับเพิ่มเป้ายอดขายทั้งปี เป็น 31,036 ล้านบาท และเพิ่มเป้ายอดโอน เป็น 25,047 ล้านบาท จากเดิม 25,000 ล้านบาท โดยมียอดโอนที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น 58% โดยบริษัทฯ คาดว่ายอดโอนจะเติบโต จากระดับที่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ในปี 2558 เป็นเกือบ 60,000 ล้านบาท ในปี 2563

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มีภาพรวมการดำเนินธุรกิจที่น่าพอใจและประสบความสำเร็จจากตัวเลขรายได้ และกำไรสุทธิที่แข็งแกร่ง โดยผลประกอบการไตรมาส 2/2560 มีผลกำไรเพิ่มขึ้น 33% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เป็น 279 ล้านบาท มีรายได้ 3,752 ล้านบาท เติบโต 30% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งในปี 2560 เป็นช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวผลตอบแทน (Harvest Period) นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้านการเปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 5 โครงการ ในงาน Ananda Urban Pulse โดยมียอดขายสูงกว่าเป้าที่วางไว้ ทำให้บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2560 กำหนดโอนภายในช่วง 4 ปีข้างหน้า จำนวนกว่า 49,700 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นสถิติอีกครั้ง โดยเพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 29% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน

ในไตรมาส 2 นี้ บริษัทฯ เปิดขายโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ติดรถไฟฟ้าบน 5 ทำเล และโครงการแนบราบใหม่ 1 ทำเล ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 22,800 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียม มูลค่ารวมกว่า 21,900 ล้านบาท ได้แก่ ไอดีโอ คิว วิคตอรี่ ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มูลค่าโครงการกว่า 3,200 ล้านบาท โครงการแอชตัน อโศก-พระราม 9 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินพระราม 9 มูลค่าโครงการกว่า 6,400 ล้านบาท โครงการไอดีโอ สุขุมวิท 36 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทองหล่อ มูลค่าโครงการกว่า 4,300 ล้านบาท โครงการไอดีโอ พระราม 9 ตัดใหม่ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินรามคำแหง 12 มูลค่าโครงการกว่า 3,000 ล้านบาท โครงการเอลลิโอ เดล เนสท์ มูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท และโครงการยูนิโอ ทาวน์ ลำลูกกา คลอง 4 มูลค่าโครงการกว่า 900 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการแนวราบแบรนด์ใหม่ อยู่ใกล้สถานีคลอง 4

ยอดขายจากโครงการที่เปิดตัวไปก่อนหน้า ไตรมาส 2 นี้ สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 11,051 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่วางไว้ที่ 7,352 ล้านบาท ถึง 50% โดยยอดขายที่แข็งแกร่งส่วนหนึ่งมาจากความต้องการซื้อจากลูกค้าที่ดีกว่าคาด และจากการเลื่อนเปิดโครงการใหม่มูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในช่วงต้นปี ทั้งนี้ในครึ่งปีแรก บริษัทฯ สร้างยอดขายได้ 50% ของเป้ายอดขายทั้งปี และมีแผนเปิดโครงการใหม่อีก 8 โครงการ โดยผลจากความสำเร็จดังกล่าวมาจากตัวโครงการอยู่ในทำเลติดรถไฟฟ้า สะดวกสบายในการอยู่อาศัย มีการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้ในโครงการ และราคาที่เหมาะสมสามารถจับต้องได้อย่างแท้จริง

บริษัทฯ มีอัตราการขายสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในช่วง 2 สัปดาห์แรกตั้งแต่การเปิดขายโครงการใหม่จนถึงสิ้นสุดไตรมาส 2 โดยสามารถปิดการขาย 100% สำหรับโครงการไอดีโอ คิว วิคตอรี่ ซึ่งมีลูกค้ามากกว่า 4,000 ราย ที่มีความต้องการซื้อโครงการดังกล่าวที่ทั้งโครงการมีเพียง 348 ยูนิต นอกจากนี้โครงการแอชตัน อโศก-พระราม 9 มีอัตราการขายกว่า 74% โครงการไอดีโอ พระราม 9 ตัดใหม่ มีอัตราการขาย 54% โครงการไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36 มีอัตราการขาย 45% ของยูนิตที่เปิดขายในช่วงเปิดโครงการใหม่ โดยปกติบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายอัตราการขายในช่วง 3 เดือนแรกที่ระดับ 40% ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า แสดงให้เห็นว่าความต้องการที่พักอาศัยในทุกระดับราคาทุกประเภทยังคงมีอยู่มาก โดยเฉพาะโครงการที่คุ้มค่า คุณภาพดี ทำเลใกล้รถไฟฟ้า

ไตรมาส 2/2560 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 2,661 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 69% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้บริษัทฯ มีรายได้อื่นจำนวนกว่า 1,090 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากรายได้จากโครงการร่วมทุน ทำให้บริษัทฯ สร้างรายได้รวมจำนวน 3,752 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และ 62% จากไตรมาสก่อน พร้อมทั้งมีกำไรสุทธิ 279 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้ยังสร้างอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7% เพิ่มขึ้นจาก 6% ในไตรมาสก่อน

ในไตรมาสนี้บริษัทฯ สร้างรายได้ และผลกำไรที่แข็งแกร่ง ซึ่งอยู่ในช่วงที่เรียกว่า "ระยะเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวผลตอบแทน" เห็นได้จากยอดโอนที่เติบโตขึ้นสามเท่าตัว ระหว่างปี 2558 จนถึง 2561 รวมการเติบโต 58% จากปี 2559 สำหรับการโอนในปี 2560 อยู่ที่ 25,047 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่จะโอนในปี 2560 มูลค่ากว่า 16,300 ล้านบาท คิดเป็น 81% ของเป้ายอดโอนในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ซึ่งรวมส่วนแบ่งยอดโอนของอนันดา และ มิตซุย ฟูโดซัง มาจากคอนโดมิเนียม 10 โครงการที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนในปี 2560 โดยเปรียบเทียบกับคอนโดมิเนียมใหม่ 5 โครงการที่แล้วเสร็จในปี 2559

บริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยทางการเงิน และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต พร้อมยังคงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิซึ่งหักด้วยเงินสดต่อส่วนทุนอยู่ที่ 0.77 :1 เท่านั้น นอกจากนี้กระแสเงินสดของบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นสุดไตรมาสยังคงรักษาเงินสดขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 1,800 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องจากสถาบันการเงินชั้นนำ และมีทางเลือกในการจัดหาแหล่งเงินทุนที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการเงินสดของบริษัทฯตลอดทั้งปี สามารถเลือกใช้ได้ตามสถานการณ์ ทั้งนี้ในเดือนเมษายน ปี 2560 บริษัทฯ ได้ออกหุ้นกู้มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ด้วยต้นทุนหุ้นกู้ เพียง 3.95% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.40% ที่ออกหุ้นกู้เมื่อ 3 ปีก่อน” นายชานนท์ กล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นสถิติสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท เพิ่มขึ้น 50% จากอัตราการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปีก่อน จากนโยบายที่ยังคงเพิ่มเงินปันผลทุกปีให้แก่ผู้ถือหุ้น ภายหลังการระดมทุน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

7 views0 comments

Recent Posts

See All

RBF โชว์กำไรปี 63 โตต่อเนื่อง 46%...รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท

“RBF” แรงดีกำไรปี 63 โตกว่า 46% สวนกระแสภาพรวมตลาด รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท ควบคุมใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ คาดยอดขายปี 64 โต 10-12% ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์ แอนด

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น คิดเป็นประมาณ 6.3% เตรียมขึ้น XD 12 มี.ค.นี้ ถือเป็นหุ้นที่จ่ายผลตอบแทนดีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับ บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ หรือ TPIPP

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท พร้อมแรงหนุนจากยอดขายออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO เผยผลประกอบการปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้ และกำไรสุทธิจำนวน 61,748.99 ล้าน

For advertising please call: 02-2534691