Search

หลังยื่นขอฟื้นฟูกิจการ...EARTH แจงตลาด หนี้สินทะลุ 47,480 ล้าน


EARTH แจงยอดหนี้สินที่ไม่ปรากฏในงบเฉพาะกิจการอีก 26,000 ล้านบาท รวมมียอดหนี้ทั้งสิ้น 47,480.01 ล้านบาท มากกว่าสินทรัพย์ ด้าน ก.ล.ต. ไม่ผ่อนผันระยะเวลานำส่งรายงาน การตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ special audit พร้อมจะพิจารณาการทำหน้าที่ของผู้บริหาร

จากที่ คณะกรรมการ EARTH ได้ประชุมพิจารณาว่าการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจของบริษัท ทำให้การประกอบธุรกิจของบริษัทมีการชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้บริษัทอยู่ในภาวะที่มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ดังนั้น บริษัทจำเป็นต้องหาแนวทางในการปรับโครงสร้างหนี้ที่ดีที่สุด เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อพนักงานลูกค้า และคู่ค้าของบริษัท เหตุนี้ คณะกรรมการบริษัทจึงได้มีมติให้บริษัทยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมาพร้อมอนุมัติให้บริษัทเป็นผู้ทำแผนฟื้นฟูกิจการ

ทั้งนี้มีการระบุในงบการเงินไตรมาส 1/2560 ซึ่งเป็นงบการเงินฉบับล่าสุดที่นำส่งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ (เมื่อ 12 พฤษภาคม 2560) ว่าบริษัทมีสินทรัพย์รวม 35,725 ล้านบาท หนี้สินรวม 25,034 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 10,686 ล้านบาท

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งว่าจากการขอยื่นฟื้นฟูดังกล่าว ทางด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้ขอให้ EARTH ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาระสำคัญของคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากการขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลฯ ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัท ตอบคำถาม 3 ประเด็น(ภายใน 27 กรกฎาคม) ดังนี้คือ

1. ขอให้อธิบายว่าบริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินอย่างไร

2. รายละเอียดของมูลหนี้ โดยแยกเป็นแต่ละกลุ่มเจ้าหนี้

3. ในส่วนของทรัพย์สินนั้น มีการตั้งด้อยค่าทรัพย์สินหรือไม่ อย่างไร

ในส่วนนี้ ทางด้าน EARTH ได้แจ้งข้อมูลให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีการแก้ไขข้อมูลที่ยื่นตอบคำถามล่าสุด 1 สิงหาคม ที่มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของหนี้สินที่ระบุว่ามากกว่าสินทรัพย์ ไม่ใช่แค่ 25,000 ล้านบาท แต่ยังมีหนี้ที่ไม่ปรากฏในงบเฉพาะกิจการของ EARTH ไตรมาส 1/ 2560 ไม่รวมบริษัทลูกที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีกประมาณกว่า 26,000 ล้านบาท รวมเป็นหนี้ที่สูงถึงกว่า 47,480 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าสินทรัพย์ที่มี 35,725 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดที่ EARTH ตอบคำถามชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯล่าสุด ดังนี้

1. บริษัทชี้แจงว่า การที่บริษัทผิดนัดชำระหนี้บรรดาหนี้ตั๋วแลกเงินหนี้สินเชื่อเพื่อการค้าระหว่างประเทศ หนี้หุ้นกู้ และหนี้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ส่งผลให้บริษัทถูกระงับการใช้วงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินทุกแห่งที่บริษัทใช้อยู่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจของบริษัท และส่งผลให้การประกอบธุรกิจของบริษัทมีการชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คู่ค้าของบริษัทหลายรายได้เริ่มดำเนินการใช้บรรดาสิทธิเรียกร้องต่อบริษัทเพิ่มมากขึ้น

เนื่องจาก บริษัทได้รับหนังสือทวงถามจากเจ้าหนี้จำนวนหลายราย ซึ่งบริษัทได้ปฏิเสธการชำระหนี้เนื่องจากไม่สามารถชำระหนี้ตามที่เรียกร้องมาได้

อย่างไรก็ตามหากบรรดาเจ้าหนี้และคู่ค้าทั้งหลาย ดำเนินการฟ้องร้องบริษัทจะทำให้บริษัทตกอยู่ในภาวะที่มีหนี้สินเพิ่มมากกว่าทรัพย์สิน

โดยก่อนวันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้บริษัทยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทต่อศาลล้มละลายกลางนั้น บริษัทได้รับแจ้งจากคู่ค้าของบริษัทว่าได้ยื่นฟ้องบริษัทต่อศาลที่มีเขตอำนาจเป็นยอดหนี้รวมทั้งสิ้นกว่า 26,000,000,000 บาท ซึ่งบริษัทจะดำเนินการต่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 31,828,556,143 บาท และหนี้สินรวมทั้งสิ้น 47,480,010,868 บาท ส่งผลให้บริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน

2. สำหรับรายละเอียดของมูลหนี้ แยกเป็นแต่ละกลุ่มเจ้าหนี้ดังนี้

2.1 งบเฉพาะกิจการของ EARTH ไตรมาส 1/2560 ไม่รวมบริษัทลูก ประกอบด้วย เงินกู้สถาบันการเงิน 11,032.83 ล้านบาท หุ้นกู้ 5,500 ล้านบาท ตั๋วแลกเงิน 2,395 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น 938.23 ล้านบาท เงินกู้ยืมระยะสั้นจากบริษัทย่อย 1,205.25 ล้านบาท หนี้สินอื่นๆ 408.68 ล้านบาท รวม 21,480,010,868 บาท

2.2 ยอดที่ไม่ปรากฏในงบเฉพาะกิจการของ EARTH ไตรมาส 1/2560 ไม่รวมบริษัทลูก

ประมาณการหนี้สินที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 26,000 ล้านบาท

ดังนั้น จึงมียอดหนี้รวมทั้งสิ้น 47,480.01 ล้านบาท

3. ในส่วนของทรัพย์สินนั้น ไม่มีการตั้งด้อยค่าทรัพย์สินแต่อย่างใด

ด้าน ก.ล.ต. ไม่ผ่อนผัน EARTH ขยายเวลาส่งรายงาน special audit และจะพิจารณาการทำหน้าที่ของผู้บริหาร EARTH ด้วย

ทั้งนี้ ก.ล.ต. มีคำสั่งให้ EARTH จัดให้มีการตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ (special audit) เกี่ยวกับการทำรายการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าสินค้าและค่าจองสิทธิในการซื้อสินค้าโดยให้ EARTH นำส่งรายงานผล special audit ต่อก.ล.ต. ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 และ ให้เปิดเผยรายงานดังกล่าวผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อมา EARTH ได้ขอขยายระยะเวลาในการนำส่งรายงานดังกล่าว แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวมีผลกระทบต่อผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้นของ EARTH ในวงกว้าง จึงเร่งให้ EARTH นำส่งรายงานผล special audit

“การที่ EARTH ไม่ดำเนินการตามคำสั่งของ ก.ล.ต. EARTH และผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการเข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามมาตรา 58(3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 274 และมาตรา 300 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันและอาจเป็นเหตุให้กรรมการและผู้บริหารของEARTH อาจเข้าข่ายไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับบริษัท มติคณะกรรมการ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามมาตรา 89/7 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ฯ ด้วย”

รายงานข่าวจากสำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งด้วยว่า นอกจาก EARTH แล้ว ก.ล.ต.ยังได้ให้ POLAR เร่งนำส่งรายงาน special audit ซึ่งครบกำหนดส่งตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 แต่ยังไม่ส่ง ซึ่งจะทำให้ เข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามมาตรา 58(3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 274 ตลอดจนผู้ที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการอาจเข้าข่ายต้องรับผิดตามที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่ง ก.ล.ต.จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


For advertising please call: 02-2534691