กลับตัวก็ไม่ได้ เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง


ต่างชาติไม่ยอมซื้อ ! ในมุมมองของ “นายหมูบิน” มองว่าทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น 1-2 สัปดาห์ยังคงมีแนวโน้มที่แกว่งตัวในกรอบแคบต่อไป ตราบใดที่นักลงทุนต่างชาติยังคงไม่กลับเข้ามาเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างจริงจัง ซึ่งในระยะสั้นสถานการณ์ดังกล่าวยังคงเกิดขึ้นได้ยาก

แม้ว่าล่าสุดค่าเงินบาทจะยังคงทรงตัวใกล้เคียงกับระดับการแข็งค่าที่สุดในรอบ 26 เดือน ในทิศทางเดียวกับมุมมองต่อความเสี่ยงของประเทศ ที่พิจารณาจากระดับ CDS Spread อายุ 5 ปีของไทยที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 20 ก.ค.-1 ส.ค.2560 ราว 6.0% สู่ระดับ 60.7 แต่ไม่ได้หมายความว่าสินทรัพย์สกุลเงินบาทจะเป็นเป้าหมายของการไหลเข้าของเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติ เพราะถ้าไปพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่าส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากการกลับเข้ามาซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทย โดยที่ล่าสุดนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเข้ามา 4 วันติดต่อกัน (26 ก.ค.-1 ส.ค.2560) ถึง 4.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันนักลงทุนต่างชาติกลับขายสุทธิเข้ามาในตลาดหุ้นไทยราว 9.5 พันล้านบาท ทั้งนี้แม้ว่าจะไม่รวม Big Lot หุ้น BJC ราว 5 พันล้านบาทเข้ามา นักลงทุต่างชาติก็ยังขายสุทธิเข้ามาราว 4 พันล้านบาทอยู่ดี ขณะที่ล่าสุด (สิ้นสุด 1 ส.ค.2560) ยอดซื้อสุทธิสะสมของนักลงทุนต่างชาติในปี 2560 เหลือเพียง 6.4 พันล้านบาทเท่านั้นแล้ว ซึ่งในเชิงจิตวิทยาถ้าตัวเลขดังกล่าวกลับไปอยู่ในแดนลบ หรือต่างชาติขายสุทธิออกมาอีกราว 6-7 พันล้านบาท อาจทำให้ความกังวลว่านักลงทุนต่างชาติจะ Exit ออกจากตลาดหุ้นไทยจริงๆกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะที่สถานการณ์ล่าสุดในเชิง Tactical ดัชนี Accumulated Foreign Flow ยังคงมีสัญญานที่เป็นลบ หรือ Pessimism ต่อเนื่อง

ดังนั้นแม้ว่าในเชิง Tactical ตราบใดที่ SET ยังคงไม่ปรับตัวลงต่ำกว่า 1,565 จุดอีกครั้ง คงต้องตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่า SET ในระยะสั้นรายเดือน หรือ Monthly ยังคงอยู่ในทิศทางของการแกว่งตัวในกรอบ 1,565-1,610 จุด โดยที่นักลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) สามารถที่จะเลือกปรับพอร์ตการลงทุนในหุ้นเป็น 75% ตาม Tactical หรือคงไว้ที่ 50% เหมือนเดิมก็ได้ แต่สำหรับนักลงทุนระยะสั้นเน้น “ดีดขึ้นขายตามแนวต้าน” โดยมี 1,565 จุดเป็นจุดหมุน และ Cut Loss ที่ต้องมีวินัยอย่างสูงไปก่อนดีกว่า เพื่อความปลอดภัยครับ

มีเหตุผลรองรับการที่หุ้นไทยไม่ไปไหนไกล: ตลาดหุ้นไทยไม่ไปไหนไกลโดยแกว่งในกรอบ 1,565-1,585 จุด หรือขึ้นลงราว 20 จุดมาแล้ว 1 เดือนเต็มๆ ขณะที่ถ้าพิจารณาจากพิจารณาผลตอบแทนของ SET ในช่วง 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน และตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมาที่ +0.05%, +0.70%, -0.20% และ +2.17% ตามลำดับ ก็ยิ่งชัดเจนตลาดหุ้นไทยในปี 2560 แทบไม่เคลื่อนไหวไปไหน โอกาสกำไร และขนาดทุนใกล้ๆกันราว 50% คำถามคือการเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวเท่าไรนักของ SET ในช่วงที่ผ่านมาผิดปกติ หรือไม่ ? คงตอบยากในประเด็นนี้ แต่ถ้าถามว่าการเคลื่อนไหวของ SET แตกต่างจากภาพรวมของภูมิภาคหรือไม่ ? คำตอบคือมากเลยครับ เพราะถ้าเราพิจารณาจากผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2560 ที่ผ่านมาของตลาดหุ้นในกลุ่ม MSCI Asia ex Japan จะพบว่าอยู่ที่ 30% YTD มากกว่า SET เกือบ 10 เท่า ขณะที่ตลาดหุ้นในกลุ่ม Top10 ของเอเชียส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนในระดับเลข 2 หลัก ทั้งในส่วนของฮ่องกง, อินเดีย, เกาหลีใต้, สิงคโปร์ และใต้หวั่นที่ราว +23%, +22%, +20%, +16% และ +13% YTD ตามลำดับ ส่วนขณะที่ตลาดหุ้นในกลุ่ม ASEAN4 (ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และไทย) ที่แม้ว่าผลตอบแทนจะต่ำกว่านิดๆ แต่ก็ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยถึง 9% YTD

“นายหมูบิน” เชื่อว่าคงมีหลายท่านตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่ตลาดหุ้นไทยไม่ไปไหนเลยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งๆที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเกือบทั้งหมดปรับตัวขึ้น และล่าสุดค่าเงินบาทก็กลับมาแข็งค่าที่สุดในรอบ 26 เดือนแล้ว แต่นักลงทุนต่างชาติก็ยังคงไม่ยอมกลับเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างจริงจัง

ในส่วนตัวของ “นายหมูบิน” มองประเด็นนี้เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้นะครับ เพราะตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา และในอนาคตอันใกล้แทบไม่มีปัจจัยกระตุ้นใหม่ให้เห็น ตรงกันข้ามกับมีแต่ปัจจัยกดดันด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเรื่องของความสามารถในการทำกำไร ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าการขยายตัวของกำไรอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 10% หรือเลขตัวเดียวมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และถ้าพิจารณาจากการคาดการณ์ของ Consensus ก็พบว่ากำไรของ SET จะยังคงขยายตัวต่ำกว่า 10% ต่อเนื่อง ขณะที่ถ้าพิจารณาเฉพาะในส่วนของผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ที่กำลังทยอยประกาศออกมา ยิ่งลืมไปได้เลยว่า SET จะได้รับปัจจัยหนุนจาก Earnings Season เพราะล่าสุด Consensus ประเมินว่ากำไรสุทธิของ SET ในไตรมาสที่ 2 จะลดลงอีกราว 20% QoQ และ 6% YoY อย่างนี้จะเอาความน่าสนใจมากจากไหน

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังคงปิดเหนือกว่า 1,565 (+/-5) จุดได้ แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ในหุ้น PTTGC, KBANK, SCB, STEC, CK, SCC, LH, SIRI, INTUCH และ ADVANC ขณะที่กรณีตรงข้ามที่ SET กลับมาปิดต่ำกว่า 1,565 (+/-5) จุดอีกครั้ง แนะนำ กลับมา “ถือเงินสด” หรือ “Wait and See” สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “คงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่ระดับ 75% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.com/wealthhuntersclub และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ในรายการวิทยุ ”เซียนเศรษฐกิจ” คลื่น FM 101 ทุกวันอาทิตย์ใน เวลา 10.00-12.00 น.เช่นเดิมครับ

ภาพประกอบ : การวิเคราะห์ทิศทางตลาดหุ้นไทยในทางเทคนิครายวัน (Daily)

Source: Wealth Hunters Club

Picture Credit: Pixabay

38 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691