บิ๊ก Gunkul การันตี....การเงินแกร่ง-ไม่ผิดนัดตั๋ว B/E


ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย บิ๊ก GUNKUL ออกโรงยืนยันฐานะการเงินแข็งแกร่ง ไม่มีปัญหาคืนหนี้ตั๋วบี/อี อย่างแน่นอน แถมใน 1-2 ปีข้างหน้าไม่มีแผนเพิ่มทุน ชี้หุ้นร่วงสวนทางธุรกิจเป็นโอกาสสะสมของดีเข้าพอร์ต

ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ชี้แจงหลังหุ้น GUNKUL ราคาปรับลดลงมาช่วงหลังนี้ว่า เป็นการลงสวนทางกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท

ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้รับเงินกู้สนับสนุนโครงการและสินเชื่อหมุนเวียนจากธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และมีการออกตั๋วแลกเงินระยะสั้น (B/E) เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน ในการก่อสร้างโครงการกังหันลมเฟส 2 จำนวน 60 เมกะวัตต์ และ 3 จำนวน 50 เมกะวัตต์ เนื่องจากต้นทุนอัตราดอกเบี้ยของตั๋ว B/E อยู่ในระดับต่ำกว่าสินเชื่อโครงการในช่วงดำเนินการก่อสร้าง

บริษัทมีความพร้อมและได้ดำเนินการปิดโปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเรียบร้อยทั้ง 2 โครงการแล้ว โดยจะทยอยเบิกเงินเพื่อสั่งจ่ายชำระให้กับการดำเนินการโครงการและคืนเงินกู้ตั๋ว B/E ที่ครบกำหนดตามลำดับโดยไม่มีประเด็นการขาดสภาพคล่องแต่ประการใด รวมถึงบริษัทไม่มีความจำเป็นในการเพิ่มทุนในช่วง 1-2 ปีนี้ เนื่องจากการลงทุนในโครงการต่างๆ ที่ประกาศแจ้งให้นักลงทุนทราบไปก่อนหน้านี้ ได้มีการจัดสรรเงินเพื่อลงทุนไว้เรียบร้อยแล้ว

“เรายังคงเร่งดำเนินการก่อสร้างและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์สำหรับโครงการลมที่ห้วยบงในเฟส 2 จำนวน 60 เมกะวัตต์ และ 3 จำนวน 50 เมกะวัตต์ ภายในสิ้นปี 2560 และกลางปี 2561 ตามลำดับ อีกทั้งโครงการในต่างประเทศ เช่น โซลาร์ฟาร์ม 4 โครงการในประเทศญี่ปุ่นมีความคืบหน้าโครงการตามแผนงาน ส่วนโครงการพลังงานทดแทนในประเทศมาเลเซีย และเวียดนาม ต่างก็มีความคืบหน้าตามแผนการ”

นอกจากนี้ บริษัทยังเร่งเพิ่มงานในมือ (Backlog) ของโครงการภายในประเทศ ซึ่งถือว่ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากเช่นกัน โดยบริษัทยังคงเดินหน้าประมูลงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีแนวโน้มจะได้รับงานภายในไตรมาส 3/60 เช่นกัน

“ภาพรวมธุรกิจของบริษัทยังคงเติบโตต่อเนื่องและมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทมีจำนวน PPA ในมือทั้งสิ้น 489 เมกะวัตต์ และจำหน่ายไฟฟ้าแล้ว 178 เมกะวัตต์ ซึ่งถือว่ายังคงเติบโตได้ต่อเนื่องจากจำนวนเมกะวัตต์ที่จะทยอยจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงสวนทางกับรายได้และกำไรของบริษัทที่มีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการลงทุน เพื่อผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาว”

22 views0 comments