BRRGIF เคาะไอพีโอ ตั้ง 10.30 บาทขาดตัว


BRRGIF กำหนดราคาไอพีโอหน่วยลงทุนละ 10.30 บาท หลังทำ Book building คาดเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นต้นเดือนสิงหาคมนี้

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRRGIF) เปิดเผยว่า BRRGIF ซึ่งเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าชีวมวลกองแรกที่เปิดเสนอขายแก่นักลงทุนทั่วไปและจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป ได้กำหนดราคาสุดท้ายที่หน่วยละ 10.30 บาท ภายหลังจากได้รับผลตอบรับอย่างดีจากการสำรวจความต้องการซื้อ (Book Building) ของนักลงทุนสถาบัน โดยมีช่วงราคาเสนอขายที่ 9.90 – 10.40 บาท สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของโรงไฟฟ้า

“สาเหตุที่นักลงทุนสนใจจองซื้อกองทุน BRRGIF จากจุดเด่นของกองทุนที่มีความมั่นคงของกระแสรายได้ที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก จากการเข้าลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิฯ ของโรงไฟฟ้าของ บุรีรัมย์พลังงาน (BEC) และ บุรีรัมย์เพาเวอร์ (BPC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BRR โดยมีสัญญาขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นระยะเวลาประมาณ 11 ปี และ 18 ปี สิ้นสุด 10 ส.ค. 2571 และ 6 เม.ย. 2578 ตามลำดับ อีกทั้งความมั่นคงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายเชื้อเพลิงชีวมวลระยะยาวครอบคลุมระยะเวลาลงทุนของกองทุน BRRGIF โดยหลังจากนี้คาดว่า BRRGIF น่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ประมาณต้นเดือนสิงหาคมนี้”

ทั้งนี้ เงินจ่ายให้ผู้ถือหน่วยของ BRRGIF จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ เงินปันผลจากกำไรสุทธิของกองทุน และเงินจ่ายคืนจากการลดเงินลงทุนในรายได้สุทธิ(ลดทุน) ซึ่งผู้สอบบัญชีได้จัดทำประมาณการกำไรขาดทุนและการปันส่วนกำไรในรอบ 12 เดือน ได้ประมาณการเงินปันผลของกองทุนไว้ที่ 6.5% และเงินจ่ายคืนจากการลดทุน 4.7% รวมมีเงินจ่ายให้แก่ผู้ถือหน่วยประมาณ 11.2% โดยคิดจากขนาดกองทุนที่ 3,717 ล้านบาท ทั้งนี้ กองทุน BRRGIF มีขนาดกองทุนที่ 3,605 ล้านบาท จากราคาสุดท้ายที่กำหนดที่ 10.30 บาทต่อหน่วย

นายอนันต์ ตั้งตรงเวชกิจ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำตาลบุรีรัมย์ หรือ BRR กล่าวว่า กองทุน BRRGIF ถือว่าเป็นกองทุนที่มีความมั่นคงทั้งทางด้านรายได้ จากการที่ BEC และ BPC ขายไฟฟ้าให้แก่ กฟภ. โรงละ 8 เมกะวัตต์ รวมถึงยังขายไอน้ำและไฟฟ้าส่วนที่เหลือบางส่วนให้แก่ โรงงานน้ำตาลบุรีรัมย์ (BSF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BRR อีกด้วย ขณะเดียวกันก็ยังมีความมั่นคงในด้านวัตถุดิบ คือ กากอ้อย ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำตาลของ BSF โดย BSF ได้ทำสัญญาในการซื้อไฟฟ้า และไอน้ำขั้นต่ำกับBEC และ BPC รวมไปถึงมีการจัดทำสัญญาในการส่งวัตถุดิบกากอ้อย ทั้งปริมาณขั้นต่ำและราคา เพื่อใช้สำหรับการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ของ BEC และ BPC ไว้เรียบร้อยแล้ว ผลตอบแทนที่คาดว่ากองทุนจะได้รับจึงมีความผันผวนต่ำ และมีความมั่นคงสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะยาวและได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ

อนึ่ง กองทุนมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าปีละ 2 ครั้ง ในอัตราไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสุทธิ และเงินปันผลที่ได้จากกองทุน BRRGIF ยังได้รับการยกเว้นภาษีเป็นเวลา 10 ปี นับแต่ปีภาษีที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งกองทุน

5 views0 comments

Recent Posts

See All

ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ กำไรฉลุย จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.10 บาทต่อหุ้น วันที่ 21 ต.ค. นี้

ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ กำไรฉลุย จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.10 บาทต่อหุ้น วันที่ 21 ต.ค. นี้ ลุยปรับโครงสร้าง ANI รองรับธุรกิจตัวแทนสายการบินระดับภูมิภาค นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพ

TPCH ออกหุ้นกู้มูลค่า 1,500 ลบ. เรทติ้งระดับ BBB ผลตอบแทน 4.50% ต่อปี-เปิดขาย 27-29 ก.ย.นี้

TPCH ออกหุ้นกู้มูลค่า 1,500 ลบ. เรทติ้งระดับ BBB ผลตอบแทน 4.50% ต่อปี-เปิดขาย 27-29 ก.ย.นี้ เตรียมนำเงินไปลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าฯ หนุนอนาคตโตยั่งยืน บมจ.ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง (TPCH) เสนอขายหุ้นกู้วงเง

TACC รุกตลาดกาแฟ เติมเต็มธุรกิจผนึกกำลังกับ “BONCAFÉ” เซ็นสัญญา MOU

TACC รุกตลาดกาแฟ เติมเต็มธุรกิจ ผนึกกำลังกับ “BONCAFÉ” เซ็นสัญญา MOU เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) เดินหน้าเพิ่มศักยภาพความเป็น Tea and Coffee Creat