ตีวัวกระทบคราด...ตีฮ่องกงกระทบจีน


“การท้าทายอำนาจปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในทุกๆ รูปแบบ ถือว่าล้ำเส้น และจะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้อย่างเด็ดขาด โดยทุกวันนี้ชาวฮ่องกง ก็ได้รับสิทธิและเสรีภาพยิ่งกว่าทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาแล้ว”

นั่นคือคำกล่าวที่เข้มข้นของ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ที่แถลงสุนทรพจน์หลังเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเข้ารับตำแหน่งของนางแคร์รี แลม ผู้ว่าการเกาะฮ่องกงคนใหม่ และฉลองครบรอบ 20 ปี ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 ในวาระที่ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ถูกส่งมอบคืนจากการปกครองของสหราชอาณาจักร เมื่อปี 1997 ภายใต้สัญญาของรัฐบาลจีนว่าจะใช้วิธีการปกครองแบบหนึ่งประเทศสองระบบ เพื่อให้ฮ่องกงได้มีกฎหมายของตัวเอง มีประชาธิปไตยที่จำกัดแบบพรรคการเมืองหลายพรรค และรับรองสิทธิของประชาชนในการรวมตัวและแสดงความคิดเห็น

คำพูดดังกล่าวนี้เป็นการกล่าวขึ้นท่ามกลาง ผู้สนับสนุนให้ฮ่องกงอยู่ภายใต้การปกครองแบบหนึ่งประเทศสองระบบโดยขึ้นอยู่กับจีนแผ่นดินใหญ่ต่อไป และกลุ่มที่ประท้วงคัดค้าน

ทั้งนี้การมาเยือนของ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ที่เดินทางมาที่ฮ่องกงในโอกาสครบรอบ 20 ปีนี้นับเป็นการเยือนครั้งแรกของ สีจิ้นผิง นับตั้งแต่เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของจีนเมื่อปี 2013

การเยือนฮ่องกงครั้งนี้ ถือว่ามีนัยสำคัญอย่างมาก ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียด

รศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ / ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคง และนานาชาติ ให้ความเห็น กรณีนายสีจิ้นผิงเยือนฮ่องกงที่ครบรอบ 20 ปี และมีการกล่าวสุนทรพจน์ดังกล่าวว่าเป็นการกล่าวที่ค่อนข้างแรงพอสมควร

“ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน ครบรอบ 20 ปีพอดี และการที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง มาเยือนฮ่องกงในวาระครบรอบ 20 ปีนี้ค่อนข้างน่าสนใจมาก เพราะพูดค่อนข้างแรงกว่าปกติ คือปราม แล้วก็ดุด้วย ว่าอย่ามาคิดว่าจะมาแยกตัว

นอกจากนี้ยังเป็นการเข้าร่วมในพิธีเข้ารับตำแหน่งของ แคร์รี่ แลม ในฐานะผู้ว่าการเกาะฮ่องกงคนใหม่ ซึ่งว่ากันว่า แคร์รี่ แลม อยู่ข้างจีน และความที่ว่าอยู่ในอยู่ในแวดวงราชการฮ่องกงมานาน เป็นคนที่รัฐบาลจีนไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งในการเลือกตั้งแม้ว่าได้คะแนนเสียงไม่ท่วมท้น แต่ว่าเธอก็ชนะ หรือว่าประกาศเสรีภาพประชาธิปไตยอะไรในฮ่องกง ก็เหมือนไปละเมิดอธิปไตยของจีน เขาพูดขนาดนั้นเลย คือ รอบนี้พูดแข็งมากกว่าปกติ”

แสดงให้เห็นว่าในฝ่ายจีนก็ไม่ยอมง่ายๆ เช่นเดียวกัน

รศ.ดร.ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ให้ข้อสังเกตอีกว่า กระแสเรียกร้องของฝ่ายประท้วงจะมีอยู่เรื่อยๆ นับตั้งแต่วันที่ออกมาประท้วงใหญ่ที่เรียกว่าประท้วงร่ม จนถึงวันครบรอบ 20 ปีการคืนเกาะฮ่องกงสู่อ้อมอกมังกรจีน ซึ่งเป็นเสียงคัดค้านของเป็นเสียงของคนรุ่นใหม่

“อาจเป็นไปได้ว่า การที่อังกฤษมาปกครองยาวนาน ทำให้คนฮ่องกงมีการฝังรากวัฒนธรรมเสรีนิยมแบบอังกฤษเข้าไป ทำให้คนรุนใหม่หรือแม้กระทั่งคนมีอายุบางคน จึงไม่เห็นด้วยกับการที่ฮ่องกงจะฝักใฝ่กับจีนมากเกินไป

อนาคตคงมีความความตึงเครียด กระแสนี้ไม่ได้หายไปไหน จะมีปะทุมาเรื่อย”

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า การประท้วงให้เสรีภาพฮ่องกง คงจะเปลี่ยนแปลงฮ่องกงได้ยาก และแม้ต่างชาติจะมาพยายามใช้ ฮ่องกง เป็นจุดที่จะตีจีนแผ่นดินใหญ่ หรือจะตีพรรคอมมิวนิสต์ให้แตก โดยการตีที่ฮ่องกงก่อน

“คงไม่ง่าย เพราะจะว่าไปแล้วความพยายามที่จะไปต่อกรกับจีน การต่อสู้มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ล่าสุดแม้ ทรัมป์ก็พูดว่า จีนควรจะเปิดมากขึ้น ควรจะปล่อยนักเรียกร้องสิทธิเสรีภาพที่ถูกจับกุมออกมา แต่ระบบจีนของเขาค่อนข่างแข็งแรงพอสมควร การจะมาตีจีนคงไม่ง่าย ถ้าเขาจะไม่รอด ก็น่าจะเป็นเพราะปัจจัยภายในเองมากกว่า”

ร.ดร.ฐิตินันท์ ยังให้ความเห็นเสริมด้วยว่า ขณะนี้ เรื่องของไต้หวัน เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ ญี่ปุ่น มีความผูกพันกันอยู่ โดยในภูมิภาคนี้มีพลวัตร ซึ่งจะเห็นว่าในส่วนของประธานาธิบดีทรัมป์เองก็มีท่าทีปรับไปปรับมาเรื่อยๆ

“ตอนแรกเหมือนมีฮันนีมูนกับสีจิ้นผิงเมื่อเดือนเมษาเชิญไปอเมริกา แต่ให้หลัง 2 เดือนกว่าเท่านั้นก็เริ่มขายอาวุธให้ไต้หวัน ทำให้จีน ไม่พอใจ แต่การแสดงออกของจีนที่ว่าไม่พอใจก็เบาๆ นะ คือยังพูดประนีประนอม ซึ่งผมคิดว่าทรัมป์กำลังเดินหมาก โดยหันมาเชิญผู้นำเช่นไทยไปเยี่ยมอเมริกา และปลายปีนี้จะยิ่งคึกคักเมื่อทรัมป์มาประชุมร่วมอาเซียน”

15 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691