EXIM หนุนเอสเอ็มอีส่งออกฟื้น...จัดกู้ดอกถูกแถมประกันค่าเงิน


เอ็กซิมแบงก์เติมสภาพคล่องผู้ส่งออกเอสเอ็มอี ออกโปรดักท์ใหม่ ให้กู้สูงสุด 2 ล้าน ดอกเบี้ยปีแรก 5% พร้อมแถมประกันความเสี่ยงค่าเงินเท่าวงเงินกู้ ใช้ บสย.ค้ำไม่ต้องใช้หลักประกัน ตั้งเป้าปล่อยได้ 100-150 ราย วงเงิน 200 ล้านบาท ระบุแนวโน้มส่งออกฟื้น พร้อมช่วยเหลือเอสเอ็มอีเต็มที่

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศที่มีจำนวนกว่า 2.7 ล้านราย โดยในจำนวนดังกล่าวมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเป็นผู้ส่งออกจำนวนกว่า 25,000 ราย อย่างไรก็ดี ผู้ส่งออกเอสเอ็มอียังคงเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจทั้งภายในและภายนอก เช่น การขาดสภาพคล่อง เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน และประสบปัญหาอันเนื่องมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

ดังนั้น ธนาคารจึงได้พัฒนาบริการสินเชื่อเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านเงินทุน และการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนให้แก่ผู้ส่งออกเอสเอ็มอี คือ “สินเชื่อส่งออกทันใจทวีค่า” ซึ่งพัฒนามาจากบริการ “สินเชื่อส่งออกทันใจ” ในปี 2559 ซึ่งสินเชื่อเดิมให้กู้สูงสุด 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 3.5% โดยธนาคารปล่อยสินเชื่อให้ผู้ประกอบการได้กว่า 400 ราย คิดเป็นวงเงินประมาณ 200 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อตัวใหม่เป็นสินเชื่อหมุนเวียนในช่วงก่อนและหลังการส่งออก พร้อมบริการรับซื้อตั๋วส่งออก ขยายวงเงินกู้สูงสุด 2 ล้านบาท และให้วงเงินสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Forward Contract) มูลค่าเทียบเท่าวงเงินสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปีในปีแรก ปีที่ 2 คิดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่ธนาคารเรียกเก็บจากลูกค้าสำหรับการกู้ซึ่งเป็นเงินบาท (Prime Rate) -1% ต่อปี หรือปัจจุบันเท่ากับ 5.25% และปีที่ 3 เป็นไปตามอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร สำหรับการใช้ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อมีอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน 1.75% ต่อปี

ทั้งนี้ การขอสินเชื่อใช้เพียงบุคคลค้ำประกัน และหนังสือค้ำประกันของ บสย. เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้แก่ธุรกิจส่งออกเอสเอ็มอีของไทยในช่วงจังหวะที่การส่งออกของไทยกำลังกลับมาฟื้นตัว จนหน่วยงานหลายแห่งได้ปรับคาดการณ์อัตราการขยายตัวของมูลค่าส่งออกในปี 2560 สูงขึ้นถึงกว่า 3.0% ต่อปี โดยธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ให้ผู้ส่งออกเอสเอ็มอี 100-150 ราย ในวงเงินรวม 200 ล้านบาท หากผู้ประกอบการสนใจใช้สินเชื่อเกินกว่าวงเงินที่ตั้งไว้ ธนาคารสามารถขยายวงเงินสินเชื่อเพิ่มได้

กรรมการผู้จัดการ EXIM Bank กล่าวต่อไปว่า ธนาคารได้ขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อช่วยให้ผู้ส่งออก โดยเฉพาะเอสเอ็มอีไทยมีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจไปค้าขายในตลาดต่างประเทศได้อย่างประสบความสำเร็จ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการเติบโตของภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทย โดยได้รับอานิสงส์จากโอกาสทางธุรกิจในปี 2560 ดังนี้ 1. เศรษฐกิจโลกและการค้าโลกฟื้นตัวดีขึ้น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2560 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปีอยู่ที่ 3.5% และปริมาณการค้าโลกในปีนี้จะขยายตัว 3.8% เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่การค้าโลกจะกลับมาขยายตัวสูงกว่า GDP โลก 2. ราคาน้ำมันฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันของไทยซึ่งมีสัดส่วนรวมกันกว่า 13% ของมูลค่าส่งออกรวม 3. การส่งออกบริการช่วยกรุยทางให้โอกาสในการส่งออกสินค้าเปิดกว้างขึ้น 4.การนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปที่นำมาผลิตเพื่อส่งออกกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากหดตัว 3 ปีติดต่อกัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและการส่งออกในระยะถัดไปมีแนวโน้มฟื้นตัว

“ในการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ผู้ส่งออกเอสเอ็มอีของไทยต้องมีเครื่องมือทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เชิงรุกได้แก่ การศึกษาตลาด ปรับปรุงการผลิต หาช่องทางการตลาดใหม่ๆ และเตรียมแหล่งเงินทุนให้พร้อม ส่วนเชิงรับได้แก่ การเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับความเสี่ยงจากการค้าการลงทุน และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่ง EXIM BANK ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เช่น บสย. มีคำปรึกษาแนะนำ ข้อมูลข่าวสาร และบริการทางการเงินครบวงจร เพื่อติดอาวุธให้ผู้ส่งออกเอสเอ็มอีของไทยในเวทีการค้าโลก โดยสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ (S-curve)” นายพิศิษฐ์ กล่าว

8 views0 comments