Search

ชี้จุดรับห้ามหลุด 1,260 - 1,265...ทองคำเสี่ยงลง


ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนมิถุนายน 2560 ลดลง จากระดับ 62.23 จุด มาอยู่ที่ระดับ 59.27 จุด ปรับลดลง 2.96 จุด หรือ 4.76% จากผล FED ขึ้นอัตราดอกเบี้ยรอบเดือนมิถุนายน 2560 และจะขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายน ขณะที่ผู้ค้ารายใหญ่ปรับเพิ่มกรอบราคามาอยู่ที่ 1,221-1,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินราคาทองคำยังเสี่ยงถูกกดดันโดยตั้งจุดรับสำคัญ 1260-1265 ห้ามหลุด

ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำกล่าวถึง ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนมิถุนายน 2560 ปรับลดลงจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จากระดับ 62.23 จุด มาอยู่ที่ระดับ 59.27 จุด ปรับลดลง 2.96 จุด หรือ 4.76% โดยยังคงสามารถยืนอยู่เหนือระดับ 50 จุด เป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อราคาทองคำที่ยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วงครึ่งปีแรก

ศูนย์วิจัยทองคำระบุว่า กลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าปัจจัยที่จะสนับสนุนราคาทองคำ ได้แก่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความต้องการซื้อทรัพย์สินปลอดภัย สภาวะสงครามและการก่อการร้าย ส่วนปัจจัยหลักที่จะส่งผลลบต่อราคาทองคำยังคงเป็นทิศทางนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งกลุ่มตัวอย่างให้ความเห็นตั้งแต่ก่อนประชุมเฟดรอบเดือนมิถุนายน โดยเชื่อว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2560 แน่ๆ และจะขึ้นอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ในครึ่งปีหลัง

เป็นที่น่าสังเกตว่า แม้ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำเดือนมิถุนายนจะลดลงเกือบ 5% จากเดือนก่อน แต่จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 226 ตัวอย่าง กลับพบว่า 52 % ของกลุ่มตัวอย่าง คาดว่าจะซื้อทองคำในช่วงเดือน มิถุนายน (คาดว่าจะซื้อทองมากกว่าเดือนพฤษภาคม 14.04 %)

นอกจากนี้มีการ สรุปกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 10 ตัวอย่าง ผลปรากฏว่ามี 4 รายที่เชื่อว่าราคาทองคำในประเทศเดือนมิถุนายน 2560 จะเพิ่มขึ้น และ 3 ราย คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับราคาทองในเดือนพฤษภาคม 2560 ส่วนอีก 3 รายคาดว่าราคาทองคำจะลดลง

ทั้งนี้ ผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ มีมุมมอง Gold Spot ให้กรอบราคาระหว่าง 1,221–1,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% ให้กรอบราคาช่วง 20,001–21,500 บาททองคำต่อน้ำหนัก 1 บาท และด้านค่าเงินบาทไทย ปรับกรอบราคามาที่ 33.50–34.99 บาทไทยต่อดอลลาร์

ขณะที่นักวิเคราะห์ทองคำ ให้ความเห็นแนวทางการลงทุนในทองคำว่า มีความโน้มเอียงที่จะปรับลงได้

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก กล่าวให้ความเห็นว่า ผลการเลือกตั้งอังกฤษเป็นไปตามโพลล์ รัฐบาลใหม่ขาดความเป็นเอกภาพ ตลาดจึงคาดหวังกับ soft Brexit ในขณะที่มีการคาดการก่อนประชุมแล้วว่าธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยรอบเดือนมิถุนายน และขึ้นอีกครั้งในช่วงสิ้นปี ส่วนการปรับลดงบดุลคาดว่าจะค่อยๆ ปรับลดตามสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อพิจารณาสถานการณ์ให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลและการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ FOMC บางท่าน โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และไม่ให้ตลาดเงินตลาดทุนเกิดความผันผวน ทำให้เงินดอลลาร์ยังคงถูกกดให้อ่อนค่าต่อไป แม้สกุลยูโรและปอนด์กำลังอ่อนค่าก็ตาม

“คาดการณ์ว่าสินทรัพย์เสี่ยงจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังการประชุม FOMC จากความมั่นใจของนักลงทุนที่เห็นทิศทางการดำเนินมาตรการของ Fed มากขึ้น ซึ่งปัจจัยเสริมจะมาจากการที่ BOJ กล่าวเชิงสนับสนุนการขยายตัวของญี่ปุ่นตามค่าดัชนีเศรษฐกิจที่สะท้อนออกมา

ปัจจัยข้างต้นดังกล่าวทั้งหมดล้วนส่งผลรวมให้ตลาดทองคำชะลอตัวและแกว่งแคบลง ขณะที่การไหลลงของราคาสู่ระดับแนวรับระยะสั้นใกล้ 1,260 ดอลลาร์ เป็นระดับที่น่าเสี่ยง trading long เพื่อเล่นรอบรีบาวด์สั้นๆ สู่แนวต้าน 1,280 ดอลลาร์ โดยนักลงทุนที่ถือฝั่ง long ควร stop loss ถ้าราคาหลุด 1,260 ดอลลาร์ และดัก short ที่ระดับ 1,285 - 1,295 ดอลลาร์”


For advertising please call: 02-2534691