เล็งปฏิรูปกฎเกณฑ์แลกเงิน...เอื้อภาคธุรกิจลดต้นทุนพันล้าน


แบงก์ชาติเล็งปรับปรุงกฎเกณฑ์การแลกเงิน-โอนเงินต่างประเทศยกกระบิ หวังลดอุปสรรค อำนวยความสะดวกให้ภาคธุรกิจทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและบริหารความเสี่ยงได้เสรีเพิ่มขึ้น ชี้ต้องมีการแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกว่า 80 ฉบับ ตั้งเป้าดำเนินการเสร็จภายในปีนี้ เชื่อลดต้นทุนภาคเอกชนได้ 1 พันล้านบาทต่อปี

ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า อุปสรรคที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งสำหรับการยกระดับศักยภาพของประเทศ คือ กฎเกณฑ์ที่ล้าสมัย ไม่เท่าทันกับรูปแบบการบริหารธุรกิจและการบริหารความเสี่ยงในโลกใหม่ ธปท.จึงได้เริ่มโครงการปฏิรูปกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน (Foreign Exchange Regulation Reform) เป็นลำดับแรก ซึ่งแม้ที่ผ่านมาจะมีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในเรื่องนี้มาเป็นระยะ แต่เหลายเรื่องไม่สอดคล้องกับบริบทของระบบเศรษฐกิจ ระบบการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป

โครงการปฏิรูปกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่อยู่ในการกำกับดูแลของ ธปท. เพื่อเพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน (ease of doing business) อย่างไรก็ดี การผ่อนคลายหรือยกเลิกกฎเกณฑ์เหล่านี้จะต้องไม่กระทบต่อการทำหน้าที่ดูแลเสถียรภาพทางการเงินของ ธปท. โดย ธปท.จะยังมีข้อมูลสำหรับติดตามวิเคราะห์เงินทุนเคลื่อนย้ายเพื่อประเมินผลกระทบต่อตลาดการเงินและระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ธปท.ได้ทำงานร่วมกับที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และได้ทำงานใกล้ชิดร่วมกับคณะทำงานตัวแทนภาคเอกชน เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ ผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และผู้ประกอบธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งได้ร่วมให้ความเห็นเกี่ยวกับอุปสรรค และให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์ โดยได้พิจารณาถึงต้นทุนของผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ด้วย

การปฏิรูปกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มความชัดเจน ความโปร่งใส และลดความซ้ำซ้อน โดยบางเรื่องเป็นการปรับเปลี่ยนหลักคิดของการทำงานภายใต้กรอบกฎหมายใหญ่ โดยให้ภาคเอกชนสามารถทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศและบริหารความเสี่ยงได้เสรีเพิ่มขึ้นตามแนวการบริหารกิจการและควบคุมภายในที่ธุรกิจเอกชนแต่ละแห่งกำหนดขึ้นเองภายใต้กรอบที่ ธปท.กำหนด นอกจากนี้การผ่อนคลายกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินในรอบนี้ ยังครอบคลุมถึงการลดขั้นตอนยื่นเอกสารที่ไม่จำเป็น ผ่อนคลายให้เอกชนทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศโดยไม่ต้องยื่นขออนุญาตต่อ ธปท. เพิ่มผู้เล่นในตลาดเงินตราต่างประเทศ และสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกคล่องตัว

สำหรับแผนการดำเนินการมีหลายเรื่องจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนนี้ และ ธปท.จะทยอยเร่งดำเนินการผ่อนคลายเรื่องที่เหลือส่วนใหญ่ให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 เนื่องจากต้องแก้กฎเกณฑ์ที่อยู่ในอำนาจ หรือเกี่ยวโยงกับอำนาจของหน่วยงานอื่น

“การปฏิรูปกฎเกณฑ์ครั้งนี้คงต้องมีการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้นกว่า 80 ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าการลงทุนโดยตรงระหว่างประเทศ การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ และการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของรายย่อย ขณะที่คาดว่าน่าจะช่วยให้ภาคเอกชนลดต้นทุนจากการดำเนินการตามกฎเกณฑ์เดิมได้ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี” ผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

ด้าน นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายการเงิน ธปท. กล่าวว่า แนวทางการผ่อนคลายกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินที่คณะทำงานได้เห็นชอบร่วมกันแล้วแบ่งเป็น 4 เรื่องหลัก ได้แก่ 1. ลดขั้นตอนและเอกสาร เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว รวมทั้งสนับสนุนการใช้อิเล็กทรอนิกส์ 2. ผ่อนคลายหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารความเสี่ยงได้คล่องตัวมากขึ้น 3. เพิ่มทางเลือกให้รายย่อยทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบการธรกิจแลกเปลี่ยนเงินและโอนเงินระหว่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นเพื่อการค้าการลงทุนในภูมิภาค 4.เพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่นักลงทุนไทยและเพิ่มผู้ให้บริการเพื่อให้เกิดการแข่งขัน

โครงการปฏิรูปกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นในการผ่อนคลายกฎเกณฑ์เพื่อเพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน โดย ธปท.ยังคงรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่างๆ ในอนาคตต่อไป

27 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691