บีทีเอส กรุ๊ป คาด 3 ปี ทำรายได้จากกลุ่มขนส่งมวลชนโตเท่าตัว


บีทีเอส กรุ๊ป มั่นใจแนวโน้มธุรกิจเติบโตสุดแกร่ง

คาดปี 2563 ทำรายได้จากกลุ่มขนส่งมวลชนเติบโตเท่าตัว

บอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายของปี 59/60 อีก 0.175 บาทต่อหน่วย

บีทีเอส กรุ๊ป ประเมินธุรกิจระบบขนส่งมวลชนทำรายได้เติบโตเท่าตัวภายในปี 2563 หลังเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้และสายสีเขียวเหนือครบทุกสถานี มั่นใจแนวโน้มผู้โดยสารใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกปี คาดปี 2560/61 มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 3-5% ขณะที่ธุรกิจสื่อโฆษณาในปีนี้มั่นใจทำรายได้ 4,000 ล้านบาท จากปัจจัยการผสมผสานความแข็งแกร่งระหว่างธุรกิจปัจจุบันและธุรกิจใหม่รับการเติบโตของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกบ้าน ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เล็งเปิดคอนโดมิเนียมใหม่อีก 4 โครงการ รวมมูลค่าขายกว่า 12,000 ล้านบาท ด้านบอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายจากการดำเนินงานในปี 2559/60 อีก 0.175 บาทต่อหุ้น

นายดาเนียล รอสส์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการลงทุน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอส กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประเมินรายได้จากการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจระบบขนส่งมวลชน ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทฯ บรรลุข้อตกลงในการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ (หมอชิต-คูคต) และใต้ (แบริ่ง-สมุทรปราการ) ระยะทาง 30.8 กิโลเมตร รวม 25 สถานี โดยคาดว่า หลังจากเปิดให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 2 โครงการจะส่งผลดีต่อรายได้กลุ่มธุรกิจระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2563 ที่รถไฟฟ้าทั้งสองสายจะเปิดให้บริการตลอดทั้งสายเต็มปี รายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงจะเพิ่มขึ้นอีก 4,000-5,000 ล้านบาท หรือเติบโต 1 เท่าตัว จากปัจจุบันที่มีรายได้จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวอยู่ที่ 4,237 ล้านบาท

ทั้งนี้ การเติบโตดังกล่าวจะปรับตัวดีขึ้นตามการทยอยเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายทั้ง 2 โครงการ โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ได้เต็มรูปแบบภายในปี 2561 ซึ่งจะส่งผลดีต่อจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าในรถไฟฟ้าสายหลัก หลังจากได้เริ่มให้บริการเดินรถสถานีสำโรง ซึ่งเป็นสถานีแรกของส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้เรียบร้อยแล้ว จึงประเมินว่าอัตราผู้โดยสารในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 3-5% จากปีก่อนที่มีจำนวนผู้ใช้บริการ 238 ล้านคนเที่ยว โดยเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการ และคาดว่าอัตราค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้น 1%

“จากการที่เราเริ่มให้บริการเดินรถไฟฟ้าได้ครบทั้งเส้นทางเป็นโครงข่าย จะทำให้จำนวนผู้โดยสารและอัตราค่าโดยสารในรถไฟฟ้าสายหลักเพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการเดินรถส่วนต่อขยายสายสีเขียวใหม่

จะทำให้รายได้จากธุรกิจขนส่งมวลชนจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอีก 3 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ยังไม่นับรวมรายได้ค่าโดยสารจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2563” นายดาเนียล รอสส์ กล่าว

ผู้อำนวยการใหญ่สายการลงทุน บีทีเอส กรุ๊ป กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจสื่อโฆษณาซึ่งดำเนินการโดย VGI จะเติบโตได้อย่างโดดเด่นเช่นกัน โดยมีปัจจัยจากพื้นที่โฆษณาตามสถานีรถไฟฟ้าและจำนวนรถไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต จากปัจจุบันที่มีพื้นที่โฆษณาในสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสจำนวน 30 สถานี รวม 10,000 ตารางเมตร และจำนวนรถไฟฟ้า 52 ขบวน นอกจากนี้ ยังมาจากแพลตฟอร์มพื้นที่สื่อโฆษณาที่หลากหลาย ทำให้การขายโฆษณามีลักษณะเป็นแพ็คเกจ พร้อมนำเทคโนโลยีและพฤติกรรมของลูกค้ามาใช้วิเคราะห์เพื่อวางแผนสื่อโฆษณา ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี รวมถึงการเข้าลงทุนใน MACO, แรบบิท กรุ๊ป, แอร์โรมีเดีย สื่อโฆษณาในสนามบินและเดโม เพาว์เวอร์ ส่งผลให้สามารถเก็บเกี่ยวรายได้จากเม็ดเงินโฆษณาได้มากขึ้น ซึ่งในปีนี้ คาดว่า VGI จะทำรายได้ 4,000 ล้านบาท และเราคาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บัตรแรบบิทในระบบกว่า 9.2 ล้านใบ

ขณะที่กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการคอนโดมิเนียมร่วมทุนกับ บมจ.แสนสิริในปีหน้า โดยแผนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ๆ ของเรานั้น จะเกิดขึ้นทั้งตามแนวรถไฟฟ้าสายปัจจุบัน ส่วนต่อขยาย และโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ โดยมีแผนพัฒนาโครงการรวม 25 โครงการ มูลค่าขายกว่า 100,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่พัฒนาโครงการไปแล้วจำนวน 8 โครงการ รวม 4,382 ยูนิต มูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้จะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมอย่างน้อย 4 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 12,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้มากขึ้นในอนาคต

ส่วนภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2559/60 (เมษายน 2559-มีนาคม 2560) บริษัทฯ มีรายได้ 9,618.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,235.7 ล้านบาท โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดประจำปี 2559/60 งวดสุดท้ายในอัตรา 0.175 บาทต่อหุ้น ซึ่งกำหนดปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 4 สิงหาคม 2560 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 18 สิงหาคม 2560 หลังจากก่อนหน้านี้ BTS ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.165 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปีได้จ่ายเงินปันผลทั้งสิ้น 4,716.4 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนประจำปีอยู่ที่ 4%

18 views

Recent Posts

See All

OTO ปิดดีลเข้าลงทุน “บล็อกเชน ไพรม์ โฮลดิ้ง” สัดส่วน 20% มูลค่า 20 ลบ. ลุยโปรเจค Social Bureau แพลตฟอร์มตรวจสอบอาชญากรรมบนบล็อกเชนแห่งแรกของโลก เข้าสู่ Tech Company เต็มรูปแบบ! แย้มภายในปีนี้เตรียมแจ้

"แมกซ์ เวนเจอร์ส" บริษัทลูก PTG เข้าถือหุ้น "ทรีซิกซ์ตี้ ซัพพลายเชน" 20% เดินหน้าธุรกิจเป็นตัวกลางด้านการขนส่ง และโลจิสติกส์ในรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มกำลัง นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บ

ดั๊บเบิ้ล เอ เผยรวม 3 ไตรมาสกำไรสุทธิ 1,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน สวนกระแสเศรษฐกิจช่วงโควิด-19 สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจ พร้อมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจใหม่ วางกลยุทธ์ช่องทางการตลาดเต็มรูปแบบ ตอบโจท