ช.การช่าง ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ 6,000 ล้านบาท


ช.การช่าง ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน 4 ชุด มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท โดยมี 3 ธนาคารใหญ่ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย ร่วมจัดการการจัดจำหน่ายต่อกลุ่มผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ในระดับ “A-”

นายประเสริฐ ดีจงกิจ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Senior Vice President ผู้จัดการฝ่ายทุนธนกิจ สายวานิชธนกิจ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนกลุ่มผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันของบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2560 เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมจัดการการจำหน่ายหุ้นกู้ของบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง เนื่องจากมีผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ให้ความสนใจและจองซื้อหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุดของบริษัทฯ เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดความสนใจลงทุนเกินกว่า 3 เท่าของจำนวนหุ้นกู้ที่บริษัทฯ ต้องการจัดออกในเบื้องต้นที่มูลค่า 4,000 ล้านบาท ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้ตัดสินใจเพิ่มการจัดออกหุ้นกู้เป็น 6,000 ล้านบาท เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุน

หุ้นกู้ทั้ง 4 ชุด มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.97% ต่อปี มูลค่า 2,250 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.80% ต่อปี มูลค่า 1,600 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.19% ต่อปี มูลค่า 1,150 ล้านบาท และหุ้นกู้อายุ 12 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.32% ต่อปี มูลค่า 1,000 ล้านบาท โดยหุ้นกู้ทั้ง 4 ชุด ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ในระดับ “A-” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2560 และได้เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2560 โดยธนาคารทั้ง 3 แห่งได้จัดออกหุ้นกู้ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2560

นายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการและผู้บริหารอาวุโส บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ขอขอบพระคุณผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ทุกท่านที่ให้ความสนใจในการลงทุนหุ้นกู้ของบริษัทฯ ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและผลการดำเนินงานของบริษัทที่แข็งแกร่ง โดยผลประกอบการของบริษัทฯ ณ สิ้นปี 2559 มีรายได้รวม 47,019 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,042 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์และหนี้สินรวม 94,928 ล้านบาท และ 73,074 ล้านบาท ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังสะท้อนภาพความเป็น 1 ในผู้นำในธุรกิจก่อสร้าง รวมถึงการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคของประเทศไทย จากความสามารถในการรับงานก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่และโครงการที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งนี้ บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการลงทุนโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

46 views0 comments

Recent Posts

See All

RBF โชว์กำไรปี 63 โตต่อเนื่อง 46%...รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท

“RBF” แรงดีกำไรปี 63 โตกว่า 46% สวนกระแสภาพรวมตลาด รายได้ทะลุกว่า 3,100 ล้านบาท ควบคุมใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ คาดยอดขายปี 64 โต 10-12% ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์ แอนด

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น

บอร์ด TPIPP ไฟเขียวเสนอผู้ถือหุ้นจ่ายปันผลปี 63 อัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น คิดเป็นประมาณ 6.3% เตรียมขึ้น XD 12 มี.ค.นี้ ถือเป็นหุ้นที่จ่ายผลตอบแทนดีอย่างสม่ำเสมอ สำหรับ บมจ.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ หรือ TPIPP

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท

โฮมโปร โชว์รายได้ปี 63 กวาด 61,748.99 ล้านบาท พร้อมแรงหนุนจากยอดขายออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO เผยผลประกอบการปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้ และกำไรสุทธิจำนวน 61,748.99 ล้าน

For advertising please call: 02-2534691