ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มต่อเนื่อง หลังโอเปกมีแนวโน้มยืดระยะเวลาข้อตกลงการลดกำลังการผลิต


+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มที่จะยืดระยะเวลาข้อตกลงการลดกำลังผลิตออกไปอีก 9 เดือน ทั้งนี้ ซาอุดิอาระเบีย คูเวต แอลจีเรีย เอกวาดอร์ และเม็กซิโกเป็นกลุ่มประเทศที่ได้ออกมาสนับสนุนให้กลุ่มโอเปกยืดระยะเวลาข้อตกลงออกไปในการประชุมกลุ่มโอเปกที่จะจัดขึ้น ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ในวันที่ 25 พ.ค. 60 นี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบจะปรับลดลงอยู่ที่ระดับ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน

+ นอกจากนี้ ซาอุดิอาระเบียยังได้รับการสนับสนุนแนวคิดในการยืดระยะเวลาการลดกำลังการผลิตออกไปจากอิรักและรัสเซีย หลังจากได้มีการเจรจากับทั้งสองประเทศ โดยเบื้องต้นตกลงที่จะขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบออกไปอีก 9 เดือน

- อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากข่าวการเตรียมขายน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ประมาณครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่เพื่อปรับสมดุลงบประมาณสหรัฐฯ ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้ ทั้งนี้คาดว่าจะมีการเริ่มขายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ในช่วงวันที่ 1 ต.ค. 60 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของปีงบประมาณ 2561 โดยคิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 16.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

- นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีแนวคิดที่จะเพิ่มรายได้จากการเปิดสัมปทานในแหล่งน้ำมันดิบนอกชายฝั่งทะเลอาร์กติก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐอลาสก้า ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งชาติอาร์กติก (Arctic National Wildlife Refuge) และจะสร้างรายได้ให้กับสหรัฐฯ อีกประมาณ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในประเทศอินเดียที่ยังแข็งแกร่งอยู่

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย หลังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของประเทศอินเดียที่ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับโรงกลั่นในภูมิภาคหลายโรงได้ทำการปิดซ่อมบำรุงในช่วงที่ผ่าน

จับตาประชุมของผู้ผลิตทั้งในกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 24 – 25 พ.ค. ว่าจะมีการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกจากเดิมหรือไม่ หลังซาอุดิอาระเบียและรัสเซียสนับสนุนให้ขยายระยะเวลาของข้อตกลงออกไปอีก 9 เดือนจนถึง มี.ค. 61 จากเดิมที่สิ้นสุดในเดือน มิ.ย. 60 เพื่อให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังส่วนเกินปรับลดลงมาสู่ระดับสมดุลที่ระดับค่าเฉลี่ยในรอบ 5 ปี และเพื่อให้ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ ประเทศอื่นในกลุ่มโอเปกได้แก่ คูเวต อิหร่าน และเวเนซุเอลา ได้กล่าวสนับสนุนต่อข้อตกลงดังกล่าวเช่นกัน

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับลดลง หลังโรงกลั่นในสหรัฐฯ เพิ่มกำลังการกลั่นขึ้นมาสู่สูงสุดในรอบ 5 ปีสำหรับช่วงเวลานี้ที่ร้อยละ 93.4 เพื่อรองรับความต้องการน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐฯ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 12 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 520.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน

ตลาดยังคงกังวลกับการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากการเปิดดำเนินการของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara และ El Feel ส่งผลให้กำลังการผลิตของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ในช่วงสิ้นเดือน เม.ย. 60 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตของลิเบียคาดจะปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเร็วนี้และคาดจะปรับขึ้นมาอยู่ระหว่าง 1.1 – 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากสามารถแก้ไขสถานการณ์ขัดแย้งภายในประเทศลงได้

5 views0 comments