ทองขึ้น/ได้ตังค์ไม่คุ้ม...ทวงถามหา “Gold-D” เทรดเงินบาททำเสียโอกาส


นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่ม แม่ทองสุข ผู้ที่อยู่กับทองมาทั้งชีวิต บ่นเสียดายแทนนักลงทุนไทย ที่เสียโอกาส หุ้นขึ้น แต่ได้ตังค์น้อย เพราะยังซื้อขายทองในตลาดล่วงหน้าเป็นราคาทองไทย ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่ากดดันราคาให้ไม่ไปไหนไกล ถ้าเป็น Gold-D จะเห็นน้ำเห็นเนื้อได้มากกว่านี้จากการลงทุนในจังหวะที่ทองคำขึ้นเอาๆ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย เร่งตลาดทบทวนด่วน ... ชี้มีสิทธิเห็น ทองคำ 1,300 ดอลลาร์อีกครั้ง หากทองคำไต่ระดับขึ้นยืนเหนือ 1,275 ได้สำเร็จ

ขณะนี้ราคาทองคำกลายเป็นที่สนใจจากนักลงทุนมากขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ไต่ระดับขึ้นมา สวนความรู้สึกก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะหลังจากที่ เฟดได้ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ..ในการประชุมรอบเดือนมีนาคม 14-15 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา

แม้หลายสำนักอาจจะแสดงความไม่มั่นใจเกี่ยวกับการลงทุนในทองคำก่อนหน้าการประชุมเฟด แต่ด้วยสถานการณ์ที่พลิกล็อค คือ ค่าเงินดอลลาร์กลับอ่อนค่าลงมาก ทั้งที่มีการขึ้นดอกเบี้ยเฟด และทำให้ราคาทองปรับตัวขึ้นทันทีเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อทองทำทางขึ้นตัดแนวต้านสำคัญ ก็ยิ่งทำให้มีความมั่นใจมากขึ้นว่า ทองคำน่าจะเดินหน้าต่อไปได้อีก

ทั้งนี้ จะเห็นว่าหลังจากที่ เฟด ปรับขึ้นดอกเบี้ย 15 มีนาคม 2560 ราคาทองคำในตลาดโลกได้ปรับขึ้นจาก 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขึ้นมาราว 1,260 ดอลลาร์ หรือปรับขึ้นมาเกือบ 3% แต่ราคาทองคำของไทยกลับปรับขึ้นน้อยมากในช่วงเวลาเดียวกัน โดยมีการปรับขึ้นจาก ระดับ 20,100 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ ขึ้นมาล่าสุดที่ราว 20,450-20,550 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ ซึ่งถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วมีการขยับขึ้นเพียงราวๆ 1.7% เทียบกันแล้วทองไทยราคาปรับขึ้นน้อยมาก

นายแพทย์กฤชรัตน์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่นักลงทุนไทยมีทางเลือกในการซื้อขายทองคำน้อย คือต้องซื้อเป็นราคาที่โค้ดในตลาด ซึ่งเป็นราคาทองไทย ซึ่งจะเห็นว่าเป็นราคาที่มีค่าเงินบาทเป็นอุปสรรค เนื่องจากในช่วงหลัง 15 มีนาคม 2560 เป็นต้นมา ค่าเงินบาท กลับหัวกลับหาง กลายเป็นแข็งค่าขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยราคาทองคำที่โค้ดเป็นเงินบาทขยับขึ้นเพียง 1.7% แต่ ราคาทองในตลาดโลกปรับขึ้นนำไปเป็นเกือบ 3 % เลยทีเดียว ... ซึ่งถ้าหากมีการอนุมัติให้เทรดด้วยราคาดอลลาร์ได้ ตามที่เคยมีการกำหนดกับตลาดหลักทรัพย์ฯ มาก่อนหน้านี้ที่เรียกว่า Gold-D ก็จะได้เงินกำไรกันเป็นกอบเป็นกรรมกว่า

ทั้งนี้อยากให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งผลักดัน เรื่องนี้ออกมา ยิ่งทำเร็วก็จะยิ่ง ได้เปรียบกว่า

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำต่อจากนี้นั้น รายงานจาก ทีมวิเคราะห์ของ บริษัทเอ็มทีเอส แม่ทองสุขระบุว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเมษายนปิดปรับตัวขึ้น 7.2 เหรียญ คิดเป็น +0.58% ที่ระดับ 1,255.7 เหรียญ โดยตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการถอนร่างกฎหมายสุขภาพของนายทรัมป์

“ค่าเงินดอลลาร์ยังตอบรับกับข่าวของ นายทรัมป์ โดยดัชนีดอลลาร์ปรับแข็งค่ามาทำจุดต่ำสุดในรอบ 4 เดือนกว่าบริเวณ 98.858 จุด โดยยังคงกังวลเกี่ยวกับนโยบายสุขภาพของทรัมป์

นักวิเคราะห์จาก Kitco วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำปิดในกรอบปานกลางและเมื่อวานนี้สามารถขึ้นไปทำจุดสูงสุดได้ในรอบ 4 สัปดาห์ จึงทำให้ภาพรวมระยะสั้นของทองคำยังเป็นทิศทางขาขึ้นอยู่ โดยหากทองคำจะกลับมาเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งต้องปิดเหนือระดับแนวต้านสำคัญ 1,275 เหรียญให้ได้ ขณะที่ในวันนี้คาดว่าราคาทองคำจะมีแนวต้านแรกที่ระดับ 1,261 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดวานนี้ และแนวต้านถัดไป 1,265 เหรียญซึ่งเป็นระดับสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ได้ ส่วนแนวรับจะอยู่ที่ระดับ 1,245.5 เหรียญ และ 1,240 เหรียญตามลำดับ”

นอกจากนี้ที่น่าสังเกตคือ การเคลื่อนไหวของกองทุนทองคำ หรือ SPDR ได้ขยับเข้าซื้อทองคำเพิ่ม 2.66 ตัน โดยปัจจุบันถือครองทองคำที่ระดับ 835.28 ตัน

33 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691