ตลาดลิฟต์-บันไดเลื่อนเริ่มฟื้น...รพ.ขยายตัว อสังหาจับไฮเอนด์


มิตซูบิชิ เอลเลเวอเตอร์ เผยตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนเริ่มฟื้น เพราะธุรกิจโรงพยาบาลขยายตัว ขณะที่อสังหาริมทรัพย์จับกลุ่มไฮเอนด์มากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ลิฟต์และบันไดเลื่อนตอบโจทย์ลูกค้าได้ดี คาดปี 2560 ตลาดเติบโต 5-7%

นายสันติพงษ์ บูรณกฤตยากรณ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการที่ตลอดปี 2559 ตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในสภาวะซบเซา และเริ่มดีขึ้นในช่วงปลายปี เนื่องจากภาครัฐมีความชัดเจนในเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ทั้งการก่อสร้างโครงการอาคารผู้โดยสารอาคารที่ 2 และรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทั้งใต้ดินและบนดิน ที่ขยายไปรอบปริมณฑล ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ มีความมั่นใจและการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันดีมานด์ก็เริ่มฟื้นตัว รวมไปถึงธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนก็ขยายตัวมากขึ้น จากการที่ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการรักษาพยาบาลในภูมิภาค อีกทั้งอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุภายในประเทศที่มีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในอนาคตประเทศไทยจะมีสังคมผู้สูงวัยที่มากขึ้น ผู้ประกอบการบ้านเดี่ยวก็จะมีการสร้างบ้านที่มีลิฟต์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าสูงวัยด้วย โดยราคาลิฟต์บ้านจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ๆ ได้เริ่มจับกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์มากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ลิฟต์และบันไดเลื่อน “มิตซูบิชิ” สามารถตอบโจทย์ตลาดดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม จึงได้รับความสนใจและมียอดขายเพิ่มมากขึ้น และเชื่อว่าสินค้าของมิตซูบิชิ จะมีอัตราการเติบโตในธุรกิจที่อยู่อาศัยและสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งคาดว่าภายในระยะเวลา 1-2 ปีนี้ ความต้องการในส่วนของอาคารสำนักงานจะกลับมาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งราคาลิฟต์อาคารสูงขึ้นจะขึ้นอยู่กับความสูงของอาคาร เช่น อาคารที่มีความสูง 20 ชั้น ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท/ตัว

สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2560 คาดว่าตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนยังคงเติบโตระหว่าง 5-7% ความต้องการของตลาดลิฟต์โดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 5,500 ตัว โดยผู้บริโภคจะคำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์มากกว่าราคา ทั้งนี้สัดส่วนความต้องการในกรุงเทพฯเทียบกับต่างจังหวัดจะอยู่ที่ประมาณ 50:50 โดยสัดส่วนในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการขยายตัวของระบบขนส่งมวลชน

“ในปีนี้บริษัทจะรุกตลาดระดับพรีเมียมมากขึ้น เพราะตลาดกลาง-ล่าง มีความต้องการที่น้อยและลดลง และต้องยอมรับว่าลิฟต์และบันไดเลื่อนในตลาดแมสยังมีการแข่งขันที่ดุเดือดเช่นเดิม ขณะที่ตลาดระดับบนบริษัทมั่นใจว่ามิตซูบิชิสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยมแน่นอน”

นายสันติพงษ์ กล่าวอีกว่า ปี 2559 มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ มีการจำหน่ายลิฟต์และบันไดเลื่อน มากกว่า 1,700 เครื่อง คิดเป็นยอดขาย 2,200 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวม 7,000 ล้านบาท สำหรับในปี 2560 ตั้งเป้ายอดขายไว้ประมาณ 1,800 เครื่อง คิดเป็นยอดขายประมาณ 2,400 ล้านบาท จากมูลค่าตลาดรวม 8,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นยอดขายจากงานภาคเอกชน 87% และงานภาครัฐ 13% แบ่งเป็นบันไดเลื่อน 15% และลิฟต์ 85% โดยสัดส่วน 79% เป็นอาคารที่ต่ำกว่า 20 ชั้น และสัดส่วนกว่า 20%เป็นอาคารที่สูงเกินกว่า 20 ชั้น ซึ่งบริษัทยังครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ที่สัดส่วน 30% คาดว่าในปี 2563 ยอดขายลิฟต์และบันไดเลื่อนจะพุ่งขึ้นเป็น 2,200 ตัว คิดเป็นยอดขายมากกว่า 3,000 ล้านบาท จากตลาดรวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยบวกมากจากการที่ขยายตัวของรถไฟฟ้าและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป หันไปอยู่อาศัยคอนโดฯ มากขึ้น

90 views0 comments