Search

SINGER กวาดบ้านใหม่..ผนึกเจมาร์ทปั้นรายได้โต 30%


นงลักษณ์ ลักษณะโภคิน แสดงความมั่นใจปี 2560 ธุรกิจเทิร์นอะราวด์ คาดรายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 30% หลังมีการผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มบริษัทเจมาร์ท และได้มีการปรับโครงสร้างภายในครั้งใหญ่ เพื่อการบริหารงานอย่างมืออาชีพและทันสมัย ปรับกระบวนการทำงานการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนนับหมื่นกว่าคน กระจายอยู่ทั่วประเทศ ถือเป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายไลน์สินค้าใหม่ๆ หลังเปิดงบปี 2559 กำไรสุทธิลดลง 16.3%

นางนงลักษณ์ ลักษณะโภคิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย หรือ SINGER เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจ ในปี 2560 ซึ่งจะเป็นปีที่แสดงผลการดำเนินงานใต้การบริหารจัดการของเธออย่างเต็มปี ว่ามีความเชื่อมั่นว่าผลประกอบการบริษัทจะฟื้นตัวโดดเด่น เนื่องจากปี 2559 ที่ผ่านมา มีการปรับโครงสร้างภายในองค์กรครั้งใหญ่ ในลักษณะการบริหารภายในและการจัดการต้นทุนโดยใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วย โดยเฉพาะการพิจารณารูปแบบการชำระค่าสินค้าผ่านระบบธนาคารหรือเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่มีจำนวนกว่า 18,000 จุด การปล่อยสินเชื่อผ่านสำนักงานจากส่วนกลาง เพื่อให้มีมาตรฐาน และตรวจสอบได้ พร้อมทั้ง เพิ่มเครือข่ายตัวแทนขาย เพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการที่จำหน่าย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจค้าปลีกที่มีช่องทางการขายมากที่สุดในประเทศ โดยในปี 2560 ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน

“ภาพรวมธุรกิจปีนี้จะเทิร์นอะราวด์ หลังมีการผนึกกำลังร่วมกับกลุ่มบริษัทเจมาร์ท และได้มีการรับโครงสร้างภายในครั้งใหญ่ เพื่อการบริหารงานอย่างมืออาชีพ และทันสมัย หวังรุกการขายผ่านตัวแทน บริษัท ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนนับหมื่นคน กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายไลน์สินค้าใหม่ๆ ทั้ง โทรศัพท์มือถือ และกล้องถ่ายรูป ที่ประสบความสำเร็จในการขายอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา รวมทั้ง สินค้าและบริการที่เตรียมจะออกมาเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ ในอนาคตยังมีแผนจะเพิ่มจุดชำระเงินผ่านตู้เติมเงินของ SINGER อีกกว่า 10,000 จุด จึงมั่นใจว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ ซิงเกอร์ในปีนี้อย่างแน่นอน” นางนงลักษณ์ กล่าว

สำหรับกลยุทธ์การเพิ่มจำนวนพนักงานขายให้ได้ตามเป้าหมายในปี 60 นี้ จะมีพนักงานขายทั้งหมด 20,000 คน ที่จะช่วยนำเสนอสินค้าและบริการของบริษัทฯ ให้เข้าถึงทุกพื้นที่ได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน สินค้าและบริการก็จะมีความหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้ การมีอาชีพเสริม ที่มีอิสระ และมีรายได้จากการขายสินค้ากำลังได้รับความสนใจ ซึ่งตอนนี้ระบบใหม่ที่ซิงเกอร์ปรับเปลี่ยนสามารถรองรับกับจำนวนพนักงานขาย และเครือข่ายผู้แนะนำสินค้าที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไม่มีขีดจำกัด

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ ในงวดปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 119.8 ล้านบาท ลดลง 16.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 143.2 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ทั้งหมดของบริษัทลดลงจาก 3,394.6 ล้านบาท ในปี 2558 เป็น 2,545.6 ล้านบาท หรือลดลง 25% อันเป็นผลมาจากยอดขายสินค้าหลัก หักยอดขายสมาร์ทโฟนตามเงื่อนไขสัญญาการฝากขายสินค้าและดอกเบี้ยรับจากการขายผ่อนชำระของบัญชีเช่าซื้อลดลง 32.8% และ 18.6% ตามลำดับ ในขณะที่รายได้จากการให้บริการซ่อมและการให้บริการจัดหาแอร์ไทม์ และรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้นเท่ากับ 108.3 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริษัทฯ ยังอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 59 ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 6 มี.ค. 2560 กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 19 พ.ค. 2560

ทั้งนี้สัดส่วนการขายสินค้าระหว่างเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนและสินค้าเชิงพาณิชย์ตลอดจนสมาร์ทโฟนในรอบปีที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วน 40%, 35% และ 25% ตามลำดับมีการกำหนดให้การอนุมัติสินเชื่อต้องพิจารณาจากหน่วยงานกลางเท่านั้น โดยมีรูปแบบการพิจารณาอนุมัติที่อ้างอิงตามระบบการให้คะแนนลูกค้า และการตรวจข้อมูลเครดิตของลูกค้าอย่างเข้มงวด มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“SINGER ครองความเป็นผู้นำช่องทางค้าปลีกที่มี Sale Network เข้มแข็งที่สุดในประเทศไทย ในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ภายใต้การ Synergy ร่วมกันกับ Jaymart Group (JMART) รวมทั้งปรับโครงสร้างภายในให้มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ SINGER ยังมีจุดแข็งคือ ระบบ Sale Network ที่เข้มแข็งที่สุดเพื่อรุกตลาด และการมี Brand Royalty อย่างเหนียวแน่น จึงมั่นใจว่า ในปี 2560 SINGER จะมีความพร้อมในทุกด้าน และจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างชัดเจน” นางนงลักษณ์ กล่าว

Credit ภาพ: http://www.singerthai.co.th


For advertising please call: 02-2534691