เปิดแผนช่วยคนจน.."คลัง" แกร่ง รับมือไหว! รมว.อภิศักดิ์ให้สบายใจ


ขุนคลัง "จิ๋ว" อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลังตอกย้ำฐานะการคลังและการเงินไทยยังมั่นคงแข็งแกร่ง ไม่ว่ามองมุมไหนล้วนดีมากๆ ส่วนเรื่องแจกตังค์ก็ไม่ต้องห่วงเพราะนับจากนี้ไปไม่มีรายการแจกอีกแล้ว หันไปช่วยด้านสวัสดิการรัฐแทนภายใต้เป้าหมายให้ประชาชนกินดีอยู่ดีมีชีวิตไม่ยากลำบาก ให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถอยู่ได้ด้วยสวัสดิการรัฐที่มอบให้ มั่นใจเปิดลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเดือนเมษายน-พฤษภาคม 12 ล้านคน รัฐตั้งเป้าให้ "บัตรเติมเงิน" คนละใบแต่ละบัตรได้สิทธิพิเศษไม่เท่ากัน

นาย อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์พิเศษกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ดอกเบี้ยธุรกิจ ในเรื่องฐานะการคลัง/การเงินของไทยโดยรวมว่าอยู่ในสถานะที่ดีมากๆ สามารถพูดได้ว่าเหลือไม่กี่ประเทศในโลกที่มีฐานะการคลังดี ภาวะหนี้สาธารณะต่อจีดีพี.อยู่กว่าร้อยละ 40 โดยเราคิดว่าไม่ควรเกินร้อยละ 60 ขณะที่หลายประเทศเวลานี้อยู่ร้อยละ 80 - 100 เห็นได้ว่าหนี้สาธารณะของไทยยังอยู่อีกไกลพวกเขามาก

"แล้วเงินกู้ของเราส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ในประเทศทั้งนั้น มีประมาณ 4% ที่เป็นการกู้จากต่างประเทศ แสดงว่าบ้านเรามีเงินเหลืออีกเยอะทำให้เราสามารถกู้ในประเทศได้ โดยไม่ต้องกู้ต่างประเทศมากนัก" นาย อภิศักดิ์ กล่าวและว่าทุนสำรองระหว่างประเทศหรือรีเสิร์ฟเราก็มีสูง 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ภาระหนี้ต่างประเทศยังไม่มาก ทำให้เราสามารถกู้จากต่างประเทศได้อีกมาก หากต้องการหรือมีความจำเป็นกู้เงินต่างประเทศมาใช้จ่ายลงทุนได้

"ในการกู้เงินต่างประเทศมาลงทุนแล้วสามารถทำให้ประเทศมีประสิทธิภาพดี/สูงขึ้น อย่างนี้ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ากู้มาใช้ๆ ไปเรื่อยๆ ใช้กันแบบฟุ่มเฟือยนี่คงไม่ได้ซึ่งไม่ใช่นโยบายที่เราจะทำ แต่นี่พอคนเห็นเราแจกตังค์ก็เข้าใจว่าเราจะแจกไปเรื่อยๆ หรือเปล่า จะมีปัญหามั้ย ไม่ต้องห่วงเพราะเราไม่แจกแล้ว เหตุที่เราแจกตังค์ก่อนหน้านี้เพราะสวัสดิการรัฐยังไม่เกิด เราช่วยเหลือบรรเทาก่อน หลังจากนี้เมื่อมีสวัสดิการออกมาก็ไม่ต้องแจกตังค์ให้กันอีก"

รัฐมนตรีคลังกล่าวถึงความช่วยเหลือด้านสวัสดิการรัฐว่า ตั้งเป้าหมายให้ประชาชนกินดีอยู่ดีชีวิตไม่ลำบาก ถ้าพบว่าคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดลำบากก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องช่วยเหลือซึ่งปกติช่วยเรื่องสวัสดิการต่างๆ เช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ/เดินทาง ค่ารักษาพยาบาล อย่างคนรายได้น้อยมีบ้านอยู่ไกลๆ ค่าเดินทางไป/กลับบ้าน-ที่ทำงาน 200 บาทแล้ว น่าจะได้รับความช่วยเหลือด้านสวัสดิการรัฐ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนในชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันให้เขาสามารถอยู่ได้

"ความช่วยเหลือรูปแบบสวัสดิการรัฐจะปรากฏเข้ารูปเข้ารอยประมาณกลางปี 2560 ทางการจะให้ผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ต้องการความช่วยเหลือมาลงทะเบียนกันใหม่อีก จากนั้นรัฐพยายามทำบัตรให้แต่ละคนเป็นบัตรแบบเติมเงินได้ด้วย" นาย อภิศักดิ์ เปิดแผนช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยว่าเป็นการช่วยแบบตรงจุดปัญหาจริงๆ ของประชาชน ไม่ทิ้งขว้างสูญเปล่าแถมยังใช้เงินงบประมาณน้อยกว่าที่ผ่านมาหลายนโยบาย อย่างรถเมล์ฟรีปีหนึ่งๆ ใช้เงินไปกว่า 900 ล้านบาท

"เมื่อรัฐให้สวัสดิการผู้มีรายได้น้อยช่วยบรรเทาให้สามารถอยู่ได้ ต่อให้เงินเดือนหรือค่าจ้างขึ้นไม่มากเขาก็ยังอยู่ได้ แต่จะต้องมาลงทะเบียนกันก่อนแล้วรัฐจะให้บัตรแบบเติมเงิน สิทธิพิเศษในบัตรทุกคนจะได้ไม่เท่ากันแล้วแต่รายได้-ความยากจนของเขา เวลาไปซื้อของก็เอาบัตรนี้ไปซื้อ อาจมีบางรายการสามารถใช้บัตรแลกโดยไม่ต้องจ่ายอย่างขึ้นรถเมล์ในกรุงฯ เดินทางไปต่างจังหวัดด้วยรถไฟได้ซื้อตั๋วในราคาที่ลดลง งานนี้มุ่งช่วยคนมีรายได้น้อยมีโอกาสดำรงชีพง่ายขึ้น"

ก่อนหน้านี้เดือนกันยายน 2559 ทางการได้เปิดให้ผู้มีรายได้น้อยไม่เกิน 1 แสนบาท มาลงทะเบียน ปรากฏว่ามีผู้มาลงทะเบียนไม่มากอย่างที่คาดไว้ ล่าสุดกระทรวงการคลังกำหนดให้ผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนกับ 3 ธนาคารของรัฐมีธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ธนาคารกรุงไทยระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2560 ถือว่าเร็วกว่ากำหนดเดิมที่เปิดให้ลงทะเบียนในเดือนกันยายน 2560 เนื่องจากมีผู้สนใจได้เรียกร้องให้ทางการรีบเปิดการลงทะเบียน

"ครั้งแรกนี่เรียกกันแทบแย่ให้มาลงทะเบียนก็ไม่ค่อยจะมากันทั้งๆ ที่เราประโคมข่าวกันแทบแย่ แปลว่าไม่ต้องการสวัสดิการรัฐใช่หรือไม่ หรือไม่เชื่อว่ารัฐจะช่วยจริง แต่หลังจากได้ให้ความช่วยเหลือ 1,500 - 3,000 บาทต่อคนเมื่อปลายปีที่ผ่านมา คาดว่าเที่ยวนี้คนจะมากันเยอะคาดว่าประมาณ 12 ล้านคน แต่คงไม่เพิ่มพรวดถึง 20 ล้านคนอย่างที่กลัวกันว่าคลังจะรับไหวหรือเปล่า คนไทยคงไม่จนมากถึงขนาดนั้นเพราะเรามีประชากรแค่ 60-70 ล้านคน ถ้ามากถึง 20 ล้านคงเสียชื่อประเทศ" นายอภิศักดิ์ กล่าว

0 views0 comments