ไทยช็อปออนไลน์ 3.7 แสนล้านบาท..ใช้มือถือซื้อข้ามประเทศเป็นรองแค่จีน


PayPal วิจัยโลกช็อปออนไลน์ คาดปีนี้ไทยซื้อสินค้า 3.76 แสนล้านบาท โต 19% ปีหน้าเพิ่มเป็น 4.26 แสนล้านบาท โตอีก 13% ด้านการใช้อุปกรณ์มือถือช็อปข้ามประเทศในเอเชียแปซิฟิก ไทยอยู่อันดับสองเป็นรองแค่จีน ทั้งคาดช็อปข้ามประเทศปีนี้โตกระฉูดถึง 84% เผย 12 เดือนที่ผ่านมาคนไทยช็อปเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับมากสุด ส่วนปีนี้เล็งช็อปของใช้ในครัวเรือน สินค้าบริโภค และสินค้าสำหรับเด็ก

นายสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการ PayPal ประจำประเทศไทย (PayPal เป็นผู้ให้บริการระบบชำระเงินแบบดิจิทัลบนแพลตฟอร์มการให้บริการที่มีเพียงรายเดียวในโลก) เปิดเผยว่า PayPal และอิปซอส (Ipsos) ได้จัดทำผลการวิจัยจากการสำรวจผู้บริโภคทั่วโลกในปี 2559 โดยสำรวจพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคกว่า 28,000 คน ใน 32 ประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยจำนวน 800 คน ซึ่งพบว่าการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ยอดการใช้จ่ายออนไลน์ทั้งหมดของนักช็อปชาวไทยมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 มียอดใช้จ่าย 325,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่อยู่ที่ 243,165 ล้านบาท หรือเติบโต 19% สำหรับในปี 2560 คาดการณ์ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 16% เป็น 376,753 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 426,655 ล้านบาท ในปี 2561 หรือเติบโต 13%

ส่วนเมื่อแยกออกมาเป็นยอดการใช้จ่ายผ่านอุปกรณ์มือถือ พบว่า มียอดการใช้จ่ายรวม 98,624 ล้านบาทในปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 144,731 ล้านบาท หรือเติบโต 44% ในปี 2559 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 173,595 ล้านบาท ในปี 2560 หรือเติบโต 22% และเพิ่มเป็น 206,077 ล้านบาท หรือเติบโต 19% ในปี 2561

ขณะเมื่อดูในส่วนของยอดการช็อปออนไลน์ของคนไทยในการซื้อสินค้าข้ามประเทศ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 84% ในปี 2560 จากยอดการซื้อสินค้าข้ามประเทศประมาณ 60,300 ล้านบาทในปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งมีคนไทยใช้จ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ข้ามประเทศราว 2 ล้านคน หรือใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 30,892 บาท โดยเว็บไซต์ที่มีการซื้อสินค้ามากที่สุด เช่น อีเบย์ อเมซอน และอาลีบาบา

นายสมหวัง กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจพบว่านักช็อปออนไลน์ในประเทศไทยจำนวน 55% ระบุว่ามีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 และจากกลุ่มนักช็อปเหล่านั้น ราว 82% เห็นว่า ความสะดวกสบายของการช็อปออนไลน์น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หันมาช็อปด้วยวิธีนี้มากขึ้น โดย 37% มองว่ามีการส่งสินค้าที่รวดเร็วเป็นปัจจัยหลัก และ 35% คิดว่าทำให้ประหยัดเงินได้มากกว่า ซึ่งเหตุผลดังกล่าวเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ

นอกจากนี้ ผลวิจัยระบุว่า ประเทศไทยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากจำนวนผู้บริโภคที่ช็อปออนไลน์ข้ามประเทศ 54% เลือกที่จะช็อปสินค้าหมวดหมู่ประเภทแฟชั่นมากที่สุด อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับ ตามมาด้วยสินค้าในหมวดหมู่การศึกษาและสื่อบันเทิง (40%) และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค (39%) ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยระบุว่าผู้บริโภคคาดการณ์ว่าในปีนี้ในประเทศไทยจะเปลี่ยนมาใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยสินค้า 3 ประเภทที่คาดว่าจะมีการซื้อผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นในปี 2560 ได้แก่ ของใช้ในครัวเรือน (เติบโต 24%) สินค้าบริโภค (เติบโต 20%) และ สินค้าสำหรับเด็ก (เติบโต 16%)

ขณะที่จากการสำรวจในหลายประเทศ พบว่า ประเทศจีนและประเทศไทยเป็นนักช็อปข้ามประเทศที่นิยมซื้อสินค้าผ่านอุปกรณ์มือถือมากที่สุด โดยกว่า 47% ของนักช็อปชาวจีนที่ซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ เลือกช็อปผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ส่วนนักช็อปจากประเทศไทยถึง 46% นิยมซื้อสินค้าข้ามประเทศผ่านอุปกรณ์มือถือ ทั้งนี้ การรวบรวมข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด โดยเฉลี่ยจะมีนักช็อปข้ามประเทศที่ซื้อสินค้าผ่านอุปกรณ์มือถืออยู่ที่ 37% ซึ่งเป็นผู้ใช้สมาร์ทโฟน 27%

“อินเทอร์เน็ตและการใช้อุปกรณ์มือถือที่เพิ่มมากขึ้น กำลังปฏิวัติรูปแบบการค้าปลีกแบบเดิมๆ ทำให้การซื้อขายไร้พรมแดนมากขึ้น นับเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของธุรกิจไทยในการส่งออกสินค้าสู่ตลาดโลก ซึ่งข้อมูลจากผลสำรวจของ PayPal พบว่าช่องทางการเติบโตยังมีอีกมากในการขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโลก โดยไม่ต้องมีต้นทุนสูงเหมือนการขยายสาขาแบบดั้งเดิม” นายสมหวัง กล่าวและว่า

แม้การช็อปข้ามประเทศจะเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังมีข้อจำกัดบางอย่าง โดย 45% ของผู้สำรวจทั้งหมดระบุว่า ค่าขนส่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักช็อปไม่สามารถซื้อของข้ามประเทศได้บ่อยครั้งเท่าที่ควร ปัจจัยรองลงมา คือ การจ่ายค่าภาษีศุลกากร (44%) และความชัดเจนของอัตราภาษีศุลกากร (42%) ดั้งนั้นร้านค้าควรจะหาช่องทางที่จะแก้ไขหรือบรรเทาความกังวลของผู้ซื้อในประเด็นดังกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมั่นใจและกล้าซื้อสินค้ามากขึ้น

ทั้งนี้ PayPal มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างความมั่นใจในการช็อปด้วย Refunded Returns หรือ การคืนเงินค่าจัดส่งให้สูงสุด 15 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสินค้าที่เข้าร่วม เพื่อช่วยให้นักช็อปมั่นใจในการช็อปออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีบริการ Buyer Protection หรือบริการคุ้มครองผู้ซื้อ เพื่อให้นักช็อปมั่นใจทุกครั้งในการช็อป และก้าวข้ามข้อจำกัดในการตัดสินใจที่จะซื้อในแต่ละครั้ง นโยบายนี้ครอบคลุมการซื้อในกลุ่มสินค้าที่จับต้องไม่ได้ อาทิ ตั๋วอิเล็กทรอนิคส์ต่างๆ ไฟล์เพลงดิจิตอล อีบุ๊ก เกม และการโหลดซอฟท์แวร์ และยังมีนโยบายคุ้มครองผู้ขายที่เรียกว่า Seller Protection ที่คุ้มครองผู้ขายจากการถูกหลอกลวงด้านธุรกรรมออนไลน์อีกด้วย

“ปัจจุบัน PayPal มีลูกค้าที่เป็นผู้ค้าในประเทศไทยประมาณ 10,000 ราย ซึ่งการเพิ่มฐานลูกค้าที่เป็นผู้ค้าในประเทศไทย เราได้เข้าไปร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ที่จัดงานต่างๆ เพื่อแนะนำตัวให้ผู้ประกอบการชาวไทยรู้จักว่ามีระบบการชำระเงินที่ได้มาตรฐานโลกแบบนี้บริการในประเทศไทย ส่วนทางด้านการเพิ่มฐานลูกค้าด้านผู้ซื้อไม่ได้มีเป้าหมาย แต่ให้ความสำคัญในการเพิ่มปริมาณการซื้อสินค้าผ่านระบบของ PayPal เติบโตเป็นเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง” นายสมหวัง กล่าวในตอนท้าย

0 views0 comments

Recent Posts

See All

'อนันดา' เคาะผลตอบแทนหุ้นกู้ฯ 1 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 4.40% และ 2 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี

‘อนันดา’ เคาะผลตอบแทนหุ้นกู้ฯ 1 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 4.40% และ 2 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 5.20% ต่อปี เสนอขายระหว่างวันที่ 5-6 และ 9-10 สิงหาคม ผ่าน 6 สถาบันการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน