ออมสินเป้าออกบัตรปีนี้ 2.7 ล้านใบ..ตั้ง 5 พันล.แก้หนี้นอกระบบรอบใหม่


ออมสินตั้งเป้าออกบัตรใหม่ทุกประเภทปีนี้ 2.7 ล้านใบ หนุนลูกค้าเข้าสู่ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ลดใช้เงินสด ล่าสุดออกบัตรเดบิตบาร์บี้ คาดเด็ก-ผู้หญิงแห่สมัคร 2 แสนใบใน 2 เดือน ด้านการแก้หนี้นอกระบบรอบใหม่ ตั้งวงเงินเบื้องต้น 5 พันล้าน ถ้าไม่พอเติมได้ พร้อมแก้เกณฑ์ให้ลูกหนี้กู้ได้ง่ายขึ้น ส่วนเมื่อเกิดหนี้เสียอยู่ระหว่างเสนอขอครม.ชดเชย 50% ของต้นเงิน

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในปีนี้ธนาคารมีเป้าหมายเพิ่มฐานลูกค้าผู้ถือบัตรประเภทต่างๆ ของธนาคารอีกรวม 2.7 ล้านใบ โดยแบ่งเป็นบัตรเดบิตทุกลายทุกประเภท 2.5 ล้านใบ บัตรเครดิตรวมกับบัตรพรีม่าการ์ด 1.6 แสนใบ และบัตรพีเพิลการ์ด 8 หมื่นใบ ซึ่งการสนับสนุนให้ลูกค้าใช้บัตรประเภทต่างๆ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่กำลังผลักดันโครงการระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ National e-Payment เพื่อให้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมไร้เงินสด

ทั้งนี้ ล่าสุดธนาคารได้เปิดตัวบัตรเดบิตบาร์บี้ “Barbie’s GSB Gen Card” ที่มีหน้าบัตรเป็นลายบาร์บี้ ตุ๊กตาแฟชั่นที่ได้รับความนิยมระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่กลุ่ม New Generation ในประเทศไทย โดยเชื่อว่าบัตรเดบิตดังกล่าวจะได้รับความชื่นชอบจากกลุ่มลูกค้าเด็กและสตรี ทำให้มียอดผู้สมัครถือบัตรสูงถึง 200,000 ใบ ภายในระยะเวลา 2 เดือน

สำหรับบัตรเดบิตบาร์บี้ มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 250 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 250 บาท ซึ่งลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายจากบัตร เช่น รับส่วนลด on top 5% (แม้ร้านค้ามีส่วนลดแล้วยังเพิ่มส่วนลดให้อีก) ในการซื้อตุ๊กตาบาร์บี้ ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560-14 กุมภาพันธ์ 2561 รับส่วนลดในการซื้อเครื่องสำอาง BSC Cosmetology, BSC Panadda, SHEENE BSC JEAN & JEAN, BSC Pure Care, ARTY Professional ได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และ Beauty Station ทุกสาขา รับส่วนลด 30 บาท เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติ 800 บาท/สลิป ได้ที่ B2S ทุกสาขา ระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 31 พฤษภาคม 2560

ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่รัฐบาลจะดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวโครงการในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ในส่วนของธนาคารออมสินได้เตรียมวงเงินเบื้องต้นไว้ราว 5,000 ล้านบาท และทางด้านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) น่าจะเตรียมวงเงินไว้เท่ากัน ทำให้รวมวงเงินสินเชื่อในการแก้ไขหนี้นอกระบบรอบนี้อยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการสินเชื่อเกินกว่าวงเงินเบื้องต้นที่กำหนด ธนาคารสามารถเพิ่มวงเงินให้เพียงพอกับความต้องการของลูกหนี้

สำหรับเงื่อนไขการแก้ไขหนี้นอกระบบครั้งนี้ เน้นลูกหนี้ที่มีหนี้ไม่เกิน 50,000 บาท โดยธนาคารจะยืดหยุ่นเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้ง่ายขึ้น ลูกหนี้ที่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ หรือเป็นหนี้เสีย แต่หากปัจจุบันพิสูจน์ได้ว่า มีรายได้และมีความสามารถในการชำระหนี้ ธนาคารก็สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้ โดยลูกหนี้จะต้องมีบุคคลค้ำประกัน หรือให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน

ส่วนทางด้านลูกหนี้ที่มีหนี้เกิน 50,000 บาท จะเข้าเกณฑ์การแก้ไขตามปกติ มีการใช้หลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ โดยใช้หลักประกันที่ใช้กับเจ้าหนี้นอกระบบมาเป็นหลักประกันกับธนาคารก็ได้ ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้นอกระบบครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดภาระของลูกหนี้ที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยของหนี้นอกระบบสูงถึง 10-20% ต่อวัน

“วงเงินที่ตั้งไว้เบื้องต้น 5,000 ล้านบาท ลูกหนี้ส่วนใหญ่คงมาขอกู้รายละ 20,000-25,000 บาท ซึ่งจะช่วยลูกหนี้ได้ประมาณ 200,000 ราย แต่ถ้าวงเงินไม่พอเราก็เพิ่มได้ เพราะจากที่มีการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยก่อนหน้านี้มีผู้ลงทะเบียนที่ระบุว่าเป็นหนี้นอกระบบประมาณ 2-3 ล้านคน ขณะที่คาดว่าการแก้ไขหนี้นอกระบบครั้งนี้น่าจะมีลูกหนี้ขอใช้สินเชื่อประมาณ 1 ล้านคน” นายชาติชาย กล่าวและว่า

ธนาคารได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีให้ตั้งวงเงินชดเชยต้นเงินที่ธนาคารจะนำมาปล่อยสินเชื่อเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบครั้งนี้ในสัดส่วน 50% ของวงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อรองรับกรณีการเกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานตามปกติของธนาคาร เนื่องจากครั้งนี้มีการปรับเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อให้ง่ายขึ้น

58 views0 comments