ธกส.สมราคา ธนาคารแห่งปี..จัดหนักช่วยคนใต้


ธ.ก.ส.ฉับไว โชว์ฟอร์มสมศักดิ์ศรี Bank of The Year ลงพื้นที่น้ำท่วม 12 จังหวัดภาคใต้ แจกถุงยังชีพ 6 หมื่นครัวเรือน รวม 30 ล้านบาท พร้อมเร่ง 3 มาตรการช่วยเหลือ สินเชื่อเร่งด่วนชดเชยการขาดรายได้ การพักชำระหนี้ทั้งต้นทั้งดอก 2 ปี และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูการผลิต รวมยอดสินเชื่อ 3 มาตรการ 8 หมื่นล้านบาท

นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กล่าวในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ที่จัดโดยกองบรรณาธิการ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงเหตุการณ์น้ำท่วม 12 จังหวัดภาคใต้ว่า ถือเป็นปรากฏการณ์ที่พลิกกลับ เพราะเมื่อช่วงกลางปี 2559 มีการเตรียมตัวดูแลพี่น้องชาวเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง แต่เมื่อมาถึงช่วงในเดือนธันวาคม 2559 กลับมีปรากฏการณ์ลานินญ่า คือมีฝนตกลงมาจำนวนมากและอย่างต่อเนื่องหลายรอบ ทำให้น้ำหลากท่วมชุมชนและพื้นที่เกษตร และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

“จากที่ได้ลงไปพูดคุยกับพนักงานสาขาและเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรทั้งหมด 12 จังหวัด ซึ่งมีพี่น้องเกษตรกรอยู่ประมาณ 450,000 ครัวเรือนที่เป็นลูกค้าธ.ก.ส.อยู่ เท่าที่ดูก็มีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินอยู่เป็นจำนวนพอสมควร ทางด้านผู้เสียชีวิตตามรายงานของราชการมีประมาณ 50 ราย แต่เป็นลูกค้าของธ.ก.ส.อยู่ประมาณ 11 ราย และลูกค้าของธ.ก.ส.ที่ได้รับผลกระทบและได้รับความเสียหายซึ่งเราจะต้องเข้าไปเยียวยาในระยะต่อไปมีประมาณ 200,000 ราย ซึ่งกระจายอยู่ทุกจังหวัดธ.ก.ส.ได้ให้ทางผู้บริหารสาขาลงไปเยี่ยมเยืยน ตอนนี้สถานการณ์ถือว่ามีความคลี่คลายขึ้นมาก แต่ก็ยังไม่ 100% เพราะรอบนี้มีน้ำท่วมประมาณ 3 รอบ 2 รอบแรก คือรอบเดือนธันวาคมและต้นเดือนมกราคม ฝนตกในช่วงปีใหม่เยอะมาก และทางธ.ก.ส.ก็ได้ลงไปเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรและให้กำลังใจกันในช่วง 11-13 มกราคมที่ผ่านมา คิดว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลาย แต่ปรากฏว่าในช่วง 21-25 มกราคมที่ผ่านมาก็ยังมีฝนตกหนักในบางพื้นที่เป็นรอบที่ 3”

สำหรับการลงพื้นที่เยี่ยมเยือนลูกค้าของธ.ก.ส.นั้น นายลักษณ์กล่าวว่า เพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้น โดยมีการนำถุงยังชีพไปให้เกษตรกรประมาณ 60,000 ราย รวมเป็นถุงยังชีพ 30 ล้านบาท นอกจากนั้นยังเป็นการสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อออกมาตการช่วยเหลือเกษตรกรทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อไป

“ได้มีโอกาสคุยกับผู้นำชุมชนถึงลักษณะของความเสียหายว่า ถ้าเป็นสวนยางและสวนปาล์มที่โตเต็มที่แล้วก็ยืนยันว่าลำต้นไม่เสียหาย ยังสามารถให้ผลผลิตได้ตามเดิม แต่ไม่สามารถกรีดยางได้เนื่องจากความชื้นสูง เมื่อกรีดยางไปก็จะเสีย ในช่วงเดือนมีนาคมยางก็จะผลัดใบพอดีซึ่งก็ต้องหยุด เพราะฉะนั้นชาวสวนยางก็จะไม่มีรายได้ในช่วง 4-5 เดือน...

สำหรับสวนปาล์มเมื่อน้ำท่วม ทะลายผลปาล์มก็จะเสียหาย แม้ตัวต้นยังอยู่ แต่ก็ต้องรื้อทะลายเก่าทิ้งเพราะจะเน่า แล้วต้อรอให้ออกทะลายใหม่ซึ่งจะใช้เวลานานกว่า 6-7 เดือนและอาจจะถึง 8 เดือน ถึงจะได้แทงปลายทะลายใหม่อีกครั้ง อันนี้คือความเสียหายในพื้นที่ที่สูงซึ่งทางธ.ก.ส.ก็จะวางมาตรการเข้าไปดูแล...

แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่รับน้ำ คือลักษณะของน้ำจะหลากลงมา พื้นที่ลุ่มแม่น้ำที่ปลูกข้าว ทำการประมง เลี้ยงกุ้ง หรือ เลี้ยงปลาในกระชังก็จะเสียหาย แต่จะฟื้นตัวในระยะสั้นเพราะรอบการผลิตจะเร็ว...

ส่วนเกษตรกรที่น่าเห็นใจมาก คือสวนส้มโอ ปรากฏว่าถูกน้ำท่วมขังเนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่ม น้ำก็จะไหลลงมาที่นี่ ผู้นำชุมชนได้เล่าให้ฟังว่าทางราชการพยายามจะช่วยผลักดันน้ำออกไป โดยกองทัพเรือและทางกรมชลประทานก็นำเรือเล็กมาช่วยดันน้ำออกไปเพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกขึ้น แต่เหตุการณ์กลับกลายเป็นว่าน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำย้อนกลับเข้ามา ส้มโอทับทิมสยามถ้าน้ำขังนานจะสลัดลูกก่อน ซึ่งลูกหนึ่งมีมูลค่าหลายร้อยบาท ถ้าน้ำท่วมขังนานเกิน 1 เดือนต้นก็จะไม่ฟื้นตัวและตาย ทางผู้นำชุมชนบอกว่าส้มโอทับทิมสยามจะเสียหายมากกว่า 40% แต่ก็ยังสามารถฟื้นตัวได้ 60% ถือว่าเสียหายค่อนข้างมาก”

นายลักษณ์กล่าวต่อด้วยว่า จากการลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้น ทำให้ธ.ก.ส.สรุปแนวทางและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรวม 3 มาตรการหลัก

1. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ขาดรายได้จากเหตุน้ำท่วมโดยเฉพาะชาวสวนยาง สวนปาล์ม โดยธ.ก.ส.เตรียมเม็ดเงินเป็นสินเชื่อค่าใช้จ่ายเร่งด่วนให้รายละประมาณ 50,000 บาท กำหนดผ่อนชำระคืนธ.ก.ส.ภายในเวลา 36 เดือน และในช่วง 6 เดือนแรกไม่ต้องเสียดอกเบี้ย โดยชาวบ้านได้บอกว่าถ้ามีมาตรการตัวนี้มาช่วยก็สามารถผ่านความลำบากตรงนี้ไปได้ โดยทางธ.ก.ส.เตรียมวงเงินสำหรับมาตรการนี้ไว้ประมาณ 10,000 ล้านบาท

2. มาตรการที่ชาวสวนร้องขอผ่านธ.ก.ส. ซึ่งถือเป็นมาตรการด่วนที่จะต้องนำเสนอผ่านรัฐบาล นั่นก็คือมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยของลูกค้าธ.ก.ส. ซึ่งระยะการพักชำระหนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2 ปีเพื่อให้เกษตรกรกลับมาตั้งหลักได้ โดยเรื่องนี้ทางพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แจ้งว่าได้มีการหารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว คาดว่าจะพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้เกษตรกรเป็นเวลา 2 ปี แต่ต้องมีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กระทรวงการคลัง และ ธ.ก.ส. ว่าระหว่างการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 2 ปี ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจะดูแลกันอย่างไร เช่น ธ.ก.ส.จะช่วยรับภาระแทนเท่าไหร่ รัฐบาลช่วยรับภาระแทนเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้คำนวณจำนวนออกมาเป็นงบประมาณชดเชยต่อไป

3. มาตรการสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูการผลิตได้มีการกำหนดวงเงินไว้ทั้งหมด 10,000 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระประมาณ 10 ปี และอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน

ตรงนี้ก็จะคุยเพิ่มเติมกับกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเรื่องภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นนี้ แน่นอนว่าธ.ก.ส.ก็ต้องรับภาระส่วนหนึ่ง แต่ส่วนที่จะไปช่วยเพิ่มเติมทางรัฐบาลจะเข้ามาช่วยดูแลหรือไม่ ก็จะเสนอเข้าไปพร้อมกันเป็นแพ็คเกจ ทั้งสินเชื่อไว้ใช้จ่ายฉุกเฉิน การพักชำระหนี้เดิมออกไป 2 ปี และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูการผลิต คิดว่ามาตรการเหล่านี้น่าจะครบถ้วนตามที่ได้ไปพูดคุยกับผู้นำชาวบ้าน”

ทั้งนี้ นายลักษณ์ยังกล่าวถึงสินเชื่อที่ธ.ก.ส.ปล่อยให้กับเกษตรกร 12 จังหวัดภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วมว่า จนถึงขณะนี้มีทั้งหมด 450,000 ราย รวมเป็นวงเงินสินเชื่อประมาณ 160,000 ล้านบาท และจากการประเมินของสาขาในพื้นที่ คาดว่าลูกค้าที่ได้รับความเสียหายจริงๆ มีประมาณ 200,000 ราย ซึ่งจะเข้าเงื่อนไขมาตรการช่วยเหลือทั้ง 3 มาตรการดังกล่าว โดยทั้ง 3 มาตรการดังกล่าวคิดเป็นวงเงินช่วยเหลือทั้งหมดประมาณ 80,000 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรก็มีบางส่วนที่ได้รับผลกระทบ จริงๆแล้วเราเริ่มต้นโครงการสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นโครงการสินเชื่อ SMAE หรือ SME ภาคการเกษตร ซึ่งเป็นนโยบายที่รองนายกฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มอบให้ทางธ.ก.ส.เป็นผู้ดำเนินการ ก็ทำไปได้ระดับหนึ่ง ก็คงมีการสำรวจเพิ่มเติมในกรณีที่เสียหายจากน้ำท่วม แต่ถือว่ากลุ่มนี้เป็นผู้ประกอบการที่ใหญ่ขึ้นมานิดหน่อย ก็จะมีความแข็งแรง ความคาดหวังที่ให้ทางธ.ก.ส.เข้าไปดูแลส่วนนี้คือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรจะได้เป็นหัวขบวนในการนำความเปลี่ยนแปลงสู่ภาคการเกษตร เพราะฉะนั้นกลุ่มนี้เป็นผู้ประกอบการที่มีกำลัง ถ้าเกิดประสบภาวะน้ำท่วมแล้วได้รับความเสียหายก็จะมีมาตรการปกติของธนาคารเข้าไปดูแล แต่คาดว่าน่าจะเข้มแข็งกว่าเกษตรกร”

0 views0 comments

For advertising please call: 02-2534691