Search

‘กรุงไทย’ ใส่เต็มสูบ เยียวยาลูกค้าภาคใต้


น้ำท่วมใต้ซ้ำซาก แบงก์กรุงไทยเยียวยาลูกค้าที่ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งยืดเวลาชำระหนี้ ลดและปลอดดอกเบี้ย งดค่าปรับการผิดนัดชำระ พร้อมให้กู้วงเงินใหม่ เงื่อนไขพิเศษ สำหรับฟื้นฟูกิจการ-เสริมสภาพคล่อง

นายปิติ ธนวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารกลุ่มเครือข่ายภาคใต้ 1 ธนาคารกรุงไทย กล่าวในรายการ “เซียนเศรษฐกิจ” ที่จัดโดยทีมข่าวหนังสือพิมพ์ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” ถึงสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ของประเทศไทยว่า เป็นอุทกภัยที่สร้างส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก ครอบคลุมพื้นที่ถึง 12 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งรวมถึงอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย โดยในหลายพื้นที่เป็นการเกิดน้ำท่วมแบบซ้ำซาก

“ปริมาณน้ำที่มารอบนี้ บางพื้นที่เป็นน้ำที่เป็นทางผ่านที่เคยท่วมมาแล้ว แต่บางพื้นที่เส้นทางใหม่ซึ่งไม่เคยท่วมมาก่อน “ยกตัวอย่างอำเภอทุ่งสง ในตัวเมือง กว่า 20 ปีแล้วที่น้ำไม่เคยท่วมถึงตัวอำเภอทุ่งสง ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุน้ำท่วมทางภาคใต้รอบล่าสุดนี้กระจายไปเกือบทุกพื้นที่มากบ้างน้อยบ้าง แล้วก็เกือบทุกภาคส่วน ทั้งในภาคของที่อยู่อาศัย ธุรกิจ และเกษตร ส่วนมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องจากตอนนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง แต่ที่สำรวจเบื้องต้นกับลูกค้าก็มีมูลค่าเป็นพันล้านบาท ส่วนที่อยู่อาศัยก็กำลังสำรวจและมีเพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือจากธนาคารได้ ทางกรุงไทยมีมาตรการดูแลช่วยเหลือและเยียวยาทั้งในส่วนที่อยู่อาศัยและส่วนกลุ่มธุรกิจ”

นายปิติกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือลูกค้าของกรุงไทยว่า ในส่วนลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย มีมาตรการเยียวยาคือ ในช่วง 3 เดือนจะไม่คิดดอกเบี้ย ส่วนเดือนที่ 4-12 จะปรับลดดอกเบี้ยให้ 0.25% หลังจากนั้นจะเรียกเก็บในอัตราปกติ และยังมีการปรับขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระออกไปเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า เพื่อที่ลูกค้าจะสามารถนำเงินไปซ่อมแซมและดูแลความเสียหายของที่อยู่อาศัยก่อน

“ก่อนหน้าจะเกิดน้ำท่วม สินเชื่อที่กรุงไทยปล่อยให้กับลูกค้าก็พอไปได้ แต่ก็มีผลกระทบในภาคเศรษฐกิจบ้าง เนื่องจากราคายางตก แต่ราคาปาล์มก็มาชดเชยไว้ โดยธุรกิจส่วนใหญ่ก็ยังพอไปได้ เมื่อมาเจอน้ำท่วมครั้งนี้ หากสถาบันการเงินไม่ช่วย ผู้ประกอบการหลายรายจะลำบาก เนื่องจากมีกิจการจำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้”

สำหรับสินเชื่อของธนาคารกรุงไทย เพื่อเยวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมนั้น นายปิติกล่าวว่าในบางพื้นที่ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ให้กู้มากสุด แต่ในบางพื้นที่มีธนาคารอื่นๆ เข้ามาร่วมให้ความช่วยเหลือบ้าง ซึ่งสินเชื่อที่ธนาคารกรุงไทยปล่อยนั้น สัดส่วนเอสเอ็มอีจะมากกว่าทางการเกษตร เนื่องจากทางภาคการเกษตร รัฐบาลได้ผลักดันให้ไปกู้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นหลัก

“ในส่วนการช่วยเหลือภาคการเกษตรของกรุงไทย ถ้าเป็นลูกค้าเดิมที่มีวงเงินเดิมกับกรุงไทยอยู่แล้ว เราให้พักชำระต้นเงินสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และลดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกค้าที่กู้ประจำและมีเงินหมุนเวียนกับกรุงไทยจากอัตราดอกเบี้ยเดิมตามสัญญา 1% ไม่เกิน 12 เดือน นอกจากนี้ เรามีการยกเลิกการคิดค่าปรับหรืออัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่ตกลงในสัญญา 30 วัน ส่วนนี้เป็นมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเดิม ส่วนลูกค้าใหม่หรือลูกค้าเดิมที่จะประสงค์ใช้วงเงินใหม่ ก็มีวงเงินให้ความช่วยเหลือเพื่อพลิกฟื้นกิจการของลูกค้า ถ้าเป็นวงเงินใหม่ เราจะ Great Period ให้ 12 เดือน และมีระยะเวลาในการกู้ถึง 7 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรกแค่ 3 บาทเศษ ปีต่อไป คิดดอกเบี้ย MRR+1.5 และยกเว้นเรื่องค่าธรรมเนียม ไม่ว่าจะเป็น Front End Fee หรือ Manage End Fee เพื่อช่วยการฟื้นฟูกิจการ เพื่อลูกค้าจะได้เอาไปต่อเติมเสริมสภาพคล่อง”

ส่วนลูกค้ากลุ่มธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยวนั้น นายปิติกล่าวว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะที่สมุยซึ่งเหตุน้ำท่วมเกิดขึ้นในช่วงไฮซีซั่นพอดี แม้ว่าน้ำไม่ได้ท่วมนาน แต่ก็มีปัญหาด้านการจราจร การเดินทาง เนื่องจากโดยปกติพื้นที่สมุยจะแออัดในเรื่องรถยนต์อยู่แล้ว เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมก็ยังทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งเมื่อมีข่าวน้ำท่วมสะพัดออกไป ทำให้ลูกค้าที่จองที่พักล่วงหน้าแจ้งยกเลิกการจองเป็นจำนวนมาก


For advertising please call: 02-2534691