ปฏิรูปสื่อ...! ทำไมต้องดิ้นพล่าน?


ดิ้นพล่าน!

คงต้องใช้คำนี้ หลังจาก 30 องค์กรสื่อดาหน้าออกมาคัดค้าน พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ที่เสนอโดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นำโดย พล.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานกรรมาธิการฯ

เพราะแม้แต่สื่อด้วยกันยังไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็น “หมัดเหล็ก” คอลัมนิสต์ชื่อดังแห่ง นสพ.ไทยรัฐ ที่ระบุว่า “ความจริงเรื่องนี้สื่อเองก็รู้ว่า การทำหน้าที่ระหว่างรัฐบาลยึดอำนาจและรัฐบาลเลือกตั้งย่อมมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว สื่อบางคนบางกลุ่มก็เข้าไปร่วมวงเห็นดีเห็นงามกับการยึดอำนาจด้วย สื่อบางคนบางกลุ่มก็แปลงร่างเป็นพวกเดียวกับคณะยึดอำนาจเลย เพราะได้ประโยชน์และอำนาจจากการยึดอำนาจทุกครั้ง จึงมีการกระแนะกระแหนกลับมาว่าก็พวกสื่อไปเชื้อเชิญพวกเขามาเองไม่ใช่หรือ เข้าไปเป็นกรรมการ กรรมาธิการ อนุกรรมการ แล้วจะมาร้องแรกแหกกระเชอเพื่อ เพราะฉะนั้นการออกมาเรียกร้องของสมาคมสื่อเที่ยวนี้เลยไม่ค่อยมีน้ำหนักและเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าสังคมมองสื่ออย่างไร ทั้งหลายทั้งปวงคือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นและจะเป็นอนาคตของประเทศไทย ที่สังคมกำลังถูกจัดระเบียบโดยกองทัพและเชื่อได้ว่าประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

ขณะที่ สุชวิชช์ วีรวรรณ คอลัมนิสต์ของ นสพ.ผู้จัดการ เขียนในเฟซบุ๊กว่า “ผมเห็นด้วยที่ต้องมีองค์กรวิชาชีพสื่อที่มีกฎหมายรองรับ เพราะต้องยอมรับว่าเรื่องสื่อตรวจสอบกันเองเป็นเรื่องขี้โม้ และวงการสื่อก็มีวิกฤตศรัทธาจากประชาชนไม่แพ้วงการตำรวจ”

นอกจากนี้ ยังมีคอลัมนิสต์อีกหลายรายเขียนประชดประชันเช่น...เห็นมั้ย 30 องค์กรสื่อมีน้ำยาซะที่ไหน รัฐทหาร รัฐราชการ มันไม่กลัวหรอก เพราะสื่อประเคนอำนาจให้รัฐประหารเอง อาทิ คณิต สุวรรณเนตร อ้างว่ามอบหมายให้อนุ กรรมาธิการที่มี ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด (New TV) ไปกินข้าวหารือตัวแทนสื่อมาแล้ว อ้าว องค์กรสื่อกล้าโวยเจ้าของ New TV หรือเปล่า แล้วที่บอกว่าต้องมีปลัดกระทรวง เพื่อเอางบประมาณมาดูแลสวัสดิภาพสื่อ (ปีละ 50 ล้าน แบ่งจากภาษีบาปไทยพีบีเอส) แล้วสื่อเถียงออกหรือเปล่า เพราะร่าง พ.ร.บ.ของสื่อเองก็จะเอาภาษีบาปมาใช้ปีละ 30 ล้าน แน่จริงบอกไปสิว่า กรูไม่เอาตังค์โว้ย! เพราะความเป็นจริงไม่มีสื่อรายไหนอยากได้งบประมาณรัฐหรอก มีแต่องค์กรสื่อนั่นแหละอยากได้เงินมาใช้แบบสถาบันอิศราได้เงิน สสส. ...เป็นต้น

สภาพที่เกิดขึ้นกับวงการสื่อที่ออกมาคัดค้านนั้น ต้องยอมรับว่า “แนวร่วม” ของสื่อน้อยมาก เพราะมีตัวแทนสื่อและที่เคยเป็นสื่อที่นั่งกินเงินเดือนหลักแสนบาทอยู่ใน สปท. อย่าง คำนูณ สิทธิสมาน ประภา เหตระกูล วรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา สมพงษ์ สระกวี สมชาย แสวงการ รวมทั้งนั่งในอนุกรรมาธิการอีกเพียบ ก็แทบจะไม่ทำอะไรที่จะปกป้องสิทธิของสื่อด้วยกัน หนำซ้ำบทบาทที่ผ่านมายังออกมาสนับสนุนการรัฐประหารอีกต่างหาก

ประกอบกับตัวแทน 30 องค์กรที่ดาหน้าออกมาคัดค้าน ประมาณ เทพชัย หย่อง สุทธิชัย หยุ่น 2 พี่น้องแห่งค่ายเนชั่น ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี จากค่ายไทยรัฐ หรือรุ่นใหญ่สุภาพ คลี่ขจายนั้น คนในวงการก็รู้จักกันอย่างดี

นอกจากนั้น ยังมีบางคนในวงการสื่อที่แทบไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั่งเขียนโครงการขอทุนจากองค์กรของรัฐมาจัดสัมมนาหาเงิน กันถี่ยิบ ขณะที่บางคนบางค่ายก็เต็มไปด้วยการปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง

ขณะที่ผลกระทบของคนทำงานในเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในการทำงานที่ควรได้ กลับไม่ออกมาเรียกร้องหรือปกป้องอย่างที่ควรจะทำ

ดังนั้น เสียงขององค์กรสื่อจึงไม่ดัง แถมเสียงต่อต้าน พลังในการคัดค้านกลับดูเบาหวิว เพราะบทบาทของสื่อในสายตาสังคมเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ถึงรัฐประหารเดือน พ.ค. 2557 ที่มีตัวแทนสื่อเข้าไปนั่งในตำแหน่งต่างๆ ของคณะรัฐประหาร หลังจากออกมาเล่นบทบาทเลือกข้างโค่นล้มนักการเมือง ไปจนถึงการออกมาเรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจ

นี่คือความจริงวันนี้ของวงการสื่อ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.จะออกมาสวนองค์กรสื่อว่า... ขณะนี้ประเทศจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรฐานวิชาชีพทั้งหมดทุกอาชีพในประเทศไทย ไม่ใช่ใครทำอะไรก็ได้ทั้งหมด ซึ่งเราต้องมาดูว่าปัญหาอยู่ตรงไหน เพราะในองค์กรของท่านเองก็ควบคุมไม่ได้มากนัก เราไม่ได้ออกมาควบคุมเพื่อปิดกั้น เป็นการควบคุมเพื่อให้มีจรรยาบรรณ ท่านก็อ้างแต่จรรยาบรรณ แล้วจรรยาบรรณคืออะไร คือการสื่อสารให้ประชาชนมีโอกาสที่จะเลือกรับฟัง ติดตาม และเชื่อถือ ซึ่งต้องมีข้อมูลที่สมดุลกันทั้งสองทาง ไม่ใช่เอียงข้างใดข้างหนึ่งตลอดเวลา อยู่แบบนี้ทำไม่ได้ มันทำให้ประเทศชาติเกิดความสับสนวุ่นวายประชาชนก็ขัดแย้งกัน รัฐบาล ข้าราชการก็ทำงานไม่ได้ นั่นคือปัญหา...

30 องค์กรสื่อฟังแล้วชัดเจนมั้ยว่า รัฐทหารไม่กลัว ไม่ให้ราคา เพราะสื่อประเคนอำนาจให้รัฐประหารเอง

0 views0 comments