Search

L&H เน้นลงทุนไทย-สหรัฐ..ยอมรับยอดรีเจกต์ขยับ 20%


แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประกาศแผนลงทุนอสังหาริมทรัพย์ปี 2560 เปิด 12 โครงการ มูลค่า 14,900 ล้านบาท จัดงบซื้อที่ดิน 7,000 ล้านบาท ยอมรับยอดรีเจกต์พุ่ง 20% เน้นลงทุนในไทย ส่วนสหรัฐมีอพาร์ตเมนต์แค่ 2 โครงการ

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ L&H เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2560 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากแนวโน้มการเติบโตของจีดีพี ที่คาดว่า จะเติบโตในระดับ 3.5% โดยมีปัจจัยบวกจากการลงทุนของภาครัฐ แม้จะยังไม่มีเงินเข้าสู่ระบบในทันที ส่วนผู้ประกอบการได้ประโยชน์จากต้นทุนก่อสร้างที่ยังทรงตัว สำหรับปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน หรือรีเจกต์ ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะปัจจุบัน สถาบันการเงินมีระดับหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอลเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อโดยเฉพาะบ้านระดับราคาต่ำกว่า 4 ล้านบาท ที่มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อที่สูง ปัจจุบัน บริษัทมียอดรีเจกต์ที่ 20%

"ปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการในปีนี้ คือ ความสามารถในการซื้อที่ดินมาพัฒนา ซึ่งมีราคาปรับขึ้นสูงมากโดยเฉพาะที่ดินในเมืองราคาเฉลี่ยประมาณ 1.7-2.2 ล้านบาท/ตารางวา ทำให้ราคาคอนโดฯ กลางเมืองในปัจจุบันสูงถึง 3-5 แสนบาท/ตารางเมตร เมื่อต้นทุนของผู้ประกอบการเกือบจะเท่ากันทั้งหมด ส่วนตัวชี้วัดความสามารถของผู้ประกอบการในปี 2560 คือ การซื้อที่ดินในราคาที่ดีที่สุด และขายสินค้าในราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย"

นายนพร กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 12 โครงการ มูลค่า 14,900 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 7 โครงการ ทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ และคอนโดมิเนียม 3 โครงการ มากกว่าปี 2559 ที่เปิดตัว 10 โครงการ มูลค่า 18,590 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบมูลค่าโครงการแล้วจะน้อยกว่าปี 2559 เพราะโครงการที่เปิดตัวในปี 2560 จะเป็นขนาดโครงการเล็ก ในจำนวน 12 โครงการที่เปิดใหม่ดังกล่าวมี 4 โครงการที่เลื่อนการเปิดตัวมาจากปี 2559 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ และภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย ได้แก่ โครงการ The Bangkok สุขุมวิท 38, โครงการมัณฑนา วงแหวน บางบอน, โครงการ North 6 เชียงใหม่ และ North7 เชียงใหม่ รวมมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 26,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดรับรู้รายจากการโอนกรรมสิทธิ์ 31,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบัน บริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ มูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 6,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือทยอยรับรู้ในปีถัดไป

นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า สำหรับงบลงทุนในปี 2560 ตั้งไว้ที่ 11,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำหรับซื้อที่ดินประมาณ 7,000 ล้านบาท และงบสำหรับลงทุนในอสังหาฯ เพื่อเช่า จำนวน 4,000 ล้านบาท สำหรับธุรกิจอสังหาฯ เพื่อเช่า 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น การลงทุนก่อสร้างโครงการเทอมินอล 21 พัทยา ซึ่งเป็นงานก่อสร้างต่อเนื่อง จำนวน 2,000 ล้านบาท โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2561 และอีก 2,000 ล้านบาท เป็นงบสำหรับการซื้อโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าอื่นๆ เข้ามา โดยในปีนี้บริษัทจะเน้นการลงทุนในประเทศไทยเป็นหลัก เนื่องจากในปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทได้มีการลงทุนไปในต่างประเทศค่อนข้างมากแล้ว โดยได้ซื้ออพาร์ตเมนต์ในสหรัฐอเมริกาเข้ามาใหม่ 2 โครงการ มูลค่าลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท ทำให้ในปัจจุบัน บริษัทมีอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐรวม 4 แห่ง จำนวน 900 ห้อง มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีอัตราเข้าพัก 90%


For advertising please call: 02-2534691