การเมืองโลกยังตึงเครียด เข้าสู่ยุคตัวใครตัวมัน..การกีดกันการค้าจะดุเดือดเข้มข้น (Part 2)


อาเซียน พม่ากับมาเลเซีย ตึงๆ กันอยู่เกี่ยวกับเรื่องโรฮีนจา

ผมก็เป็นคนที่ติดตามเมียนมาอย่างใกล้ชิด น่าเสียดาย อย่างที่เคยเรียนไว้คือ เมียนมามีข่าวดีเยอะแต่ไม่ค่อยออกเป็นข่าว คือเวลาต่างประเทศลงข่าวเมียนมาจะมี 2 เรื่องใหญ่ๆ ไม่โรฮีนจาก็เรื่องสู้รบกับชนกลุ่มน้อย ตอนนี้เรื่องโรฮีนจาเป็นเรื่องใหญ่และมาเลเซียออกมาผสมโรงประณามหรือวิจารณ์ว่าไม่ปกป้อง ว่าอองซานซูจีไม่ปกป้องชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ รัฐทอง พวกมุสลิมนี้โดนเล่นงานโดยพวกชาวพุทธในพม่า และอินโดนีเซียก็เข้ามาเสริมด้วย เพราะอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีมุสลิมใหญ่ที่สุดในโลก ก็เป็นความระหองระแหงที่ไม่ใช่เรื่องนี้เรื่องเดียว สมัยก่อนมีเรื่องในกัมพูชา มาเลเซียและอินโดนีเซียก็มีเรื่องกัน มาเลเซียและฟิลิปปินส์ก็มีเรื่องกัน ก็เป็นครั้งเป็นคราว

แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ เมื่อมีเรื่องกันแล้ว ความระหองระแหงเป็นเรื่องปกติสำหรับประเทศที่อยู่ติดกัน หรือประเทศที่มีความตึงเครียดด้านศาสนา แต่อาเซียนรอบนี้ก็มีการประชุมในที่ผ่านมาก็เป็นนิมิตหมายที่ดีเพื่อให้อาเซียนมีส่วนร่วม แต่ผลประชุมก็จะมีการช่วยดูแลเรื่องมนุษยชน ช่วยเหลือมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมากกว่านั้น เพราะโครงสร้างอาเซียนจะไม่มาก้าวก่ายละเมิดอธิปไตยซึ่งกันและกัน เพราะถ้าเกิดทำขึ้นมาตัวเองก็อาจจะโดนด้วยเพราะทุกประเทศมีชนักปักหลัง ถ้าเกิดไปยุ่งกับเขา เขาก็อาจจะกลับมายุ่งเรื่องตัวเองเหมือนกัน ก็เป็นปัญหาโครงสร้างที่อาเซียนคงจะไปได้ แต่หวังจะมากกว่านี้คงยาก

อเมริกาในยุคของทรัมป์ท่าทางจะเล่นจีนงานตั้งแต่ยังไม่มีอำนาจ ล่าสุดตั้งศาสตราจารย์ปีเตอร์ นาวาร์โร เป็นที่ปรึกษาทางการค้า ซึ่งเป็นคนวิจารณ์จีนหนักเหมือนกัน ดูแล้วจะมีสงครามระหว่างจีนกับอเมริกาไหม

คือ ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นมาจะมีบทบาทสำคัญกับนโยบายของทรัมป์ในเอเชีย ขอเสริมว่านาวาร์โรเคยมาเป็นอาสาสมัครที่เมืองไทย อยู่เมืองไทย 3 ปี เขาก็น่าจะดีกับไทย ผมเข้าใจว่าทางก.ล.ต.เราก็เดินสายพยายามเข้าหาอยู่แล้ว

สำหรับไทยผมเคยเรียนว่าความตึงเครียดในภูมิภาคและความสั่นคลอนของโลกจะแย่ลง แต่ในภาวะแบบนี้ในอดีตโลกเป็นแบบนี้ไทยจะทำได้ดีกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นนาวาร์โรขึ้นมาสำหรับจีนก็ต้องเตรียมตัวว่าจะมีเรื่องกันมากขึ้น ตอนนี้จีนยังสงวนท่าทีเพราะเขาบอกว่าทรัมป์ยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จีนยังทำใจเย็นไว้ก่อน ทรัมป์ก็ตีโพยตีพายว่าถึงยังไม่ได้รับตำแหน่งแต่ก็ทำงานเยอะมาก ที่เยลเลนไปว่ารัฐบาลโอบามาว่าไปเข้าข้างอิสราเอลที่มีการลงมติที่ยูเอ็น เกี่ยวกับอิสราเอลที่ไปสร้างบ้านเรือนในปาเลสไตน์ โอบามาไม่เห็นด้วย แต่ทรัมป์เห็นด้วยเพราะถือหางอิสราเอลเต็มที่ ในเมื่อยังไม่ทันรับตำแหน่งแต่ก็ทำอะไรหลายๆ อย่างไปแล้ว จีนก็ยังใจเย็นอยู่

ถ้าทรัมป์ทำอย่างที่พูดจริงคงมีเรื่องกันแน่ สหรัฐจะมีสงครามการค้า ต่างคนต่างขึ้นภาษี คือถ้าเป็นแบบนี้ต้องทำใจเลยว่าจะมีเรื่องกัน สำหรับไทยมันจะเข้าสู่ยุคตัวใครตัวมัน ต้องพยายามหาทางหนีทีไล่ให้ดี

ล่าสุดทรัมป์พยายามแหย่เรื่องไต้หวัน ที่เป็นจุดใต้ตำตอของจีน

มองได้ 2 แบบ คือ 1. จะเพิ่มอำนาจการต่อรอง โดยปกติแล้วประธานาธิบดีใหม่โดยเฉพาะมาจากพรรคต่างพรรคที่เป็นพรรคริพับลิกันเขาต้องการทำอะไรใหม่ๆ ทรัมป์อยากจะเข้ามาแล้วไม่อยากทำเหมือนเดิมเหมือนโอบามา เขาต้องการจะพลิกแนวนโยบายและทำต่างกัน อย่างจีนก็ไปพูดคุยรับสายโทรศัพท์กับประธานาธิบดีไต้หวันเป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้นก็เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ขึ้นมา 2. คือ เขาต้องการจะรุก แต่มองในอีกแง่หนึ่งเขาอาจจะเพิ่มอำนาจต่อรอง แต่ประเด็นและโครงสร้างในความสัมพันธ์ยังไม่เปลี่ยนมาก แต่ต้องการมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น ไม่ได้ต้องการพลิกความสัมพันธ์โดยรวม อันนี้ผมคิดว่ายังเร็วไปที่จะสรุปแต่คิดว่าไม่เหมือนโอบามาอย่างแน่นอน

โอบามาเคยบอกว่าจะมาปักหมุดให้สหรัฐอเมริกามามีอิทธิพลในเอเชียเพิ่มขึ้น

คือโอบามาน่าผิดหวัง ตอนที่ปักหมุดเอเชียไป ผมวิจารณ์มาหลายรอบแล้วว่ามันกลวง เพราะท่าดีทีเหลว ถ้าพูดง่ายๆ พูดไว้ดีแต่ทำจริงๆ ไม่มีอะไรมาหนุนเลย สำหรับทรัมป์เขาพูดไว้เยอะเลยคราวนี้ แต่ก็ต้องดูว่าเขาจะมีอะไรไหม สำหรับเราในประเด็นนี้เป็นประเด็นใหญ่มาก พูดไว้มากๆ ถ้าไม่มีแบ็กอัพหรือไม่มีทรัพยากรมาหนุนหรือทำให้เกิดขึ้นจริง ประเทศที่จะเดือดร้อนคือแถวบ้านเรา เพราะจีนจะทดสอบแน่นอนหลังจากทรัมป์รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ จีนจะทดสอบนโยบายของทรัมป์ที่พูดๆ ไว้ว่าจะเอาจริง หรือไม่ ถ้าเอาจริงจะขนาดไหนหรือถ้าไม่เอาจริงสิ่งที่เกิดขึ้นคือเราจะเห็นจีนจะยิ่งผงาดในภูมิภาคเราอีกครั้ง อเมริกาจะเห็นแล้วว่าไม่มีใครคานจีนได้ นอกจากญี่ปุ่นจะขึ้นมาต่อรองกับเขา

อย่างนี้ไทยจะทำอย่างไร เป็นแบบไหนในปี 2560

คิดว่าไทยเรานั้นมีเศรษฐกิจภายในปัจจัยพื้นฐานยังดี เรายังสามารถขยายตัวได้ 3% ต่อเนื่องอีก 5 ปีหรืออาจจะมากกว่าอย่างสบายๆ ตลาดไทยเป็นตลาดของ Main land Southeast Asia รวมถึงเมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม หม้อข้าวไทยอยู่ตรงนี้ ดูในแผนที่ได้เลย เศรษฐกิจไทยขยาย 3% พอไหม ผมคิดว่านี่คือคำถาม ถ้าขยายตัวได้ 3% ในบรรยากาศแบบนี้ทั่วโลกก็ยังพอไปได้ การเมืองก็ต้องพยายามกลับไปหาการมีรัฐบาลที่มาจากประชาชน ในที่สุดเราต้องมีการเลือกตั้งขึ้นมา อาจไม่ซีเรียส มีขึ้นในปีถัดไปก็ได้

คือในปัจจัยภายในผมคิดว่าพอตั้งหลักเดินหน้าขยับๆ ไปได้ แต่ข้างนอกจะยุ่งกันมากไทยต้องพยายามตั้งแนวให้ดี โดยใช้ความสัมพันธ์กับมหาอำนาจที่เราได้เปรียบ คือเราเป็นประเทศเดียวที่มีความสัมพันธ์กับมหาอำนาจทั้งหลาย รวมทั้ง อินเดีย รัสเซียด้วย เป็นความสัมพันธ์ในระดับลึกซึ้งที่คนอื่นไม่มี ทุกประเทศโดยมากมีเรื่องกับญี่ปุ่น บางประเทศมีเรื่องกับจีน ไทยกับจีนโอเค ไทยกับญี่ปุ่นได้ รัสเซียกับอินเดียก็ได้ พวกยุโรปก็พอได้ ตรงนี้ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ และคิดว่าในบรรยากาศโลกที่แย่ลง ภูมิภาคจะตึงเครียด ความเอาตัวรอดหรือความสามารถที่จะอยู่รอดของไทยจะเห็นว่าในอดีตจะทำได้ดี และต่อไปไทยก็ยังทำได้ดี ถ้าตั้งสติ

0 views0 comments