Search

“Gold-d" X-men generation ใหม่ปี 60..ตอบทุกโจทย์ที่เคยมีปัญหา


นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก “มนุษย์ทองคำ” ตัวจริงเสียงจริงของไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของ ทองคำ และการซื้อขายทองคำในตลาดทองคำล่วงหน้า TFEX แบบใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็ววันนี้ ที่เรียกว่า Gold-D ในงาน ไทยแลนด์ สมาร์ท มันนี่ ....

ทองในตลาดเมืองไทยมีวิวัฒนาการมาจากทองรูปพรรณ มาเป็นทองคำแท่ง และมาเป็น gold online ที่ซื้อขายผ่านระบบดิจิตอล และมีโกลด์ ฟิวเจอร์ส ที่การซื้อขายเหมือนกับทองกระดาษ คล้ายๆ หุ้น เวลาเราซื้อหุ้น ถ้าเราซื้อหุ้นแบงก์กรุงเทพ... เราได้แบงก์กรุงเทพหรือไม่...เราจะได้กระดาษมาใบหนึ่ง เรียกว่า ใบหุ้น ทองคำก็เหมือนกัน วิวัฒนาการมาถึงจุดหนึ่งที่ถามว่า คนที่ซื้อทองคำส่วนใหญ่ต้องการจะเอาทองคำไปเก็บจริงๆ ไหม ..ก็บอกว่าไม่ใช่ ส่วนใหญ่ต้องการผลกำไรจากการลงทุน ฉะนั้นให้ออกใบกระดาษอะไรก็แล้วแต่ แต่ขอให้ใบนั้นมีความเชื่อถือได้ ความน่าเชื่อถือจะมาจากไหน ก็มาจากบริษัทคนกลางที่เป็นองค์กรในระดับประเทศ ซึ่งในที่นี้เราเรียกว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อกับผู้ขายพบกันได้

สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดลงทุนทองคำในตลาดโลกหรือประเทศไทยก็คือ มันบูมแล้วฮิตมากเมื่อ 4 -5 ปีก่อน แต่ว่ามีอุปสรรคอยู่อย่างหนึ่งคือ เมื่อมาลงทุนซื้อขายทองคำในตลาดไทย จะต้องใช้หน่วยเป็นเงินบาท ต้องซื้อขายเป็นเงินบาท ในขณะที่ทองคำในตลาดโลกมีหน่วยเป็นดอลลาร์ เพราะทองคำเป็นสินค้าที่ซื้อขายของคนทั้งโลก ไม่ใช่เป็นสินค้าสำหรับคนไทยเท่านั้น

ฉะนั้นเมื่อเราโค้ดราคาเป็นเงินบาท ทำให้มีความเสี่ยง 2 เรื่องในการลงทุนในทองคำในประเทศไทย นั่นคือ ความเสี่ยงในเรื่องของเงินบาทที่มีการขึ้นลง กับความเสี่ยงในเรื่องของราคาทองคำเองที่มีการขึ้นลง

สิ่งที่ผมพูดในวันนี้ถือว่า จะเป็นข่าวดีของนักลงทุนในเมืองไทย ที่จะสามารถลงทุนได้เหมือนนักลงทุนในสหรัฐ ในยุโรป ในญี่ปุ่น ในสิงคโปร์ ในฮ่องกง โดยสามารถซื้อในสกุลเงินดอลลาร์ได้เลยและกำลังจะเกิดในประเทศไทยในเดือนมกราคมนี้ โดยโปรเจ็กต์นี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้วิเคราะห์และศึกษากันมานานกว่า 2 ปี และได้รับการอนุมัติจากระบบ กระบวนการขั้นตอนต่างๆ มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ฉะนั้นเราจึงนำผลิตภัณฑ์นี้มาวิเคราะห์เจาะลึกกัน

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้น่าจะเป็น X-men ตัวใหม่ของปี 2560 จริงๆ และผมคิดว่าจะเป็นการลงทุนที่สมบูรณ์แบบที่สุด ที่คนไทยรอมานานกว่า 10 ปี เพราะว่าสินค้าตัวนี้เป็นสินค้าที่ก๊อปปี้มาจาก Gold spot ของตลาดโลกเลย... ก๊อปปี้มาอย่างไร หนึ่ง ที่เราเรียกว่า Gold-D คือ D ดอลลาร์ จริงๆ มันก็คือ Gold Spot นั่นเอง เพราะว่ามีการซื้อขาย มีหน่วยเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วก็ใช้มาตรฐานของโลก สามารถซื้อขายผ่านข้ามประเทศได้เลย แล้วก็ทำให้มีขนาดเล็ก คือ contract size หรือ 1 สัญญานี่เหยียบ 100 กรัม

อย่าลืมว่าการลงทุนในโลกยุคปัจจุบันขยายกว้างขึ้น เพราะว่าตลาดเงินออมของประเทศและของโลก มันเริ่มเปลี่ยนไปที่ตลาดการลงทุน เพราะว่าผลตอบแทนจากการออมเงินมันน้อยลงเรื่อยๆ ถ้าท่านฝากดอกเบี้ยแบงก์ ตอนนี้ก็จะได้ดอกเบี้ยประมาณ 75 สตางค์ ถึง 1บาท 50 หรือ 2 บาท ต่างจากเมื่อ 15 ปีก่อน ได้ 15% ในยุคปี 38-39-40 พอฟองสบู่แตก ดอกเบี้ยก็กลายเป็นอย่างนี้

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ นวัตกรรมใหม่ๆ ของโลกออกมา ถ้าท่านไม่ลงทุน ท่านก็จะเสียเปรียบเพราะเงินเฟ้อต่อปีมันมาก ตัวเลขของทางการประมาณ 3-4% เท่านั้น แต่คนปุถุชนทั่วๆ ไป เราสัมผัสได้ เรารู้ว่าเงินเฟ้อทุกวันนี้มันเฟ้อมากกว่า 10% ต่อปี นั่นหมายความว่าอะไร ถ้าท่านฝากดอกเบี้ยได้ร้อยละ 1.5 แล้วท่านไม่ได้ทำอะไร ท่านก็จับจ่ายใช้สอย เพราะหลายๆ ท่านเข้าสู่ยุควัยสูงวัย ท่านก็จะมีเงินน้อยลงเรื่อยๆ ประมาณปีละ 7-8% 10 ปี เงินหายไปเกือบ 100% นั่นก็เลยทำให้คนเริ่มมองว่าทำอย่างไรที่จะเพิ่มเม็ดเงินเข้ามา

วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ ซื้อกองทุน ตามที่เราเห็นในงาน ไทยแลนด์ สมาร์ท มันนี่ ก็คือ เราสามารถเลือกกองทุนต่างๆ ได้ แต่ว่าโลกในยุคปัจจุบันคือโลกของการลงทุน โดยเฉพาะคนที่มีอายุไม่มากนัก มักจะเป็นความท้าทายที่จะลงทุนด้วยตัวเอง เพราะการศึกษาหาความรู้ตอนนี้มันง่ายและดีขึ้นเรื่อยๆ platform ต่างๆ ที่เรากำลังลงทุนเป็น platform ระดับโลกแล้ว และมีคนค้ำประกันหรือมีองค์กรที่เราเรียกว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นผู้จัดการให้

มาแจกแจง Gold-D ที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทยกัน..

D ตัวแรกก็คือ มีหน่วยเป็นดอลลาร์ อย่างที่ผมบอกก่อนมกราคมนี้ว่า ในรอบ 50-60 ปีมานี่ ไม่เคยมีการซื้อขายสินค้าใดที่มีหน่วยเป็นดอลลาร์เลย ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนหน้าแน่นอน และจะเป็นผลดี เพราะว่าอะไร เพราะว่าพอสินค้ามีหน่วยเป็นดอลลาร์ พอมาซื้อขายในประเทศไทยกลายเป็นหน่วยเงินบาท แต่ฮ่องกงซื้อเป็นดอลลาร์ สิงคโปร์ซื้อเป็นดอลลาร์ อเมริกาเป็นดอลลาร์ มันทำให้เกิดสภาวะที่เชื่อว่าได้เปรียบเสียเปรียบกันในเชิงสากล เพราะเรารู้ดีว่าราคาทองคำเมื่อขึ้น เงินบาทก็มักจะแข็ง พอทองคำตก เงินบาทก็มักอ่อน คือมันสวนทางกัน พอมันสวนทางกัน เชิงการลงทุนมันก็เรียกว่า...

หนึ่ง วิเคราะห์ยากว่าสรุปว่ามันจะลงขนาดไหน

สอง เวลามันจะกำไร มันก็กำไรไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่แน่นอนว่าผลดีเวลาขาดทุน มันก็ไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่แน่นอนสำหรับนักลงทุนที่เข้าใจบริบทการลงทุนแล้ว เราต้องการระแวดระวังตัวความเสี่ยงเพียงตัวเดียว คือ ราคาทองคำ

D ตัวที่ 2 ที่เราเรียกว่า Gold-D มันดีมากก็คือ มันสามารถลงทุนแล้วส่งมอบได้ในระยะเวลานานๆ ได้ นานๆ ในที่นี้หมายความว่า ธรรมดา Gold Spot นักลงทุนในทองคำจะรู้ว่าหลักการของตลาดโลก Gold Spot เค้ากำหนดกันว่าจะส่งมอบกันภายในเวลา 2 วัน แต่มันเป็นอุปสรรคเพราะว่าเราไม่ได้อยากได้เนื้อทอง เราอยากได้กำไรจากทอง เราจึงอยากที่ว่าลงทุนมาแล้วบางที 2 วัน มันยังไม่ได้กำไร อยากจะยังไม่ต้องซื้อหรือขายได้ไหม แล้วเราถือทองไป ถ้าอาทิตย์หน้าได้ไหม อีก 2 อาทิตย์ได้ไหม สมัยก่อนมันยาก เพราะว่าพอมาร้านตู้แดงตู้ทอง ท่านก็ต้องซื้อมา 100% ท่านจะล็อกราคาแล้วบอกว่ายังไม่ซื้อนี่ไม่ได้ แต่วิวัฒนาการของโลกยุคใหม่ เราหาเครื่องมือที่จะทำให้ นักลงทุนจะต้องมีเครดิตที่ดี และจะต้องผูกมัดนะว่าท่านต้องซื้อนะราคานี้ หรือรับผิดชอบ แล้วก็จ่ายเงินเพียง 10% เท่านั้นเอง ซึ่งเราเรียกว่าเงินมัดจำ แต่ในภาษานักลงทุนเขาเรียกว่า เงินมาร์จิ้น

D ตัวที่ 2 ก็คือการลงทุนที่สามารถเลื่อนระยะเวลาเป็น 2 วัน, 4 วัน, 1 เดือน, 2 เดือน ถึง 3 เดือน ได้ทั้งหมดเลยครับ

และ D ตัวที่ 3 ก็คือเป็นเป็นโลกของ Digitalization ก็คือซื้อขายเป็นระบบออนไลน์ได้แล้ว ส่วน D ตัวที่ 4 คือ สามารถส่งมอบได้จริง ซึ่งในอดีตหรือในปัจจุบัน การส่งมอบยิ่งทำได้ยาก ยิ่งพอเป็น โกลด์ ฟิวเจอร์ส ราคาเป็นราคาอนาคต มาส่งมอบปัจจุบัน ราคามันก็ไม่ได้จับคู่กัน

ฉะนั้น พูดง่ายๆ ว่าตัวนี้ที่เราสร้างมา มันเป็น X-men generation ใหม่ปี 60 จริงๆ ที่ตอบทุกโจทย์ที่เคยมีปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาพคล่องในตลาดโกลด์ ฟิวเจอร์ส นั่นเอง

Gold-D จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทางโบรกเกอร์ทองคำมีความคาดหวังสูงมาก และนักลงทุนที่อยู่ตลาดทองคำ ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 10,000 คน รอคอยมานานมาก เพราะนำความเป็นมาตรฐานของโลกมาใช้ทั้งหมด และก็ผ่านองค์กรที่เชื่อถือได้มากก็คือ ตลาด TFEX ซึ่งตลาด TFEX ก็คือตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ฯ

สินค้าตัวนี้เราก๊อปปี้มาจากราคาตลาดโลก 100% เพราะว่าตลาดโลก quote ราคาเท่าไร เราก็ quote เท่านั้น .. เขาขึ้น เราขึ้นด้วย ...เขาลง เราลงด้วย ท่านจะซื้อขายเท่าไรมีคนขายให้ท่านตลอด เพราะมีคนทั้งโลกพร้อมที่จะขายและซื้อในราคานั้นๆ

ทั้งนี้ Gold-D หมดอายุซื้อขายทุก 3 เดือน

อาจมีคนถามว่า ..ไหนหมอบอกว่าเลื่อนเวลาได้ไง?.. ก็เลื่อนได้ พอมันใกล้หมดอายุไง เหมือนโกลด์ ฟิวเจอร์ส พอมันหมด ก็ไปซื้อซีรีย์ถัดไป ซีรีย์ที่หมดอายุท่านก็ปิดไป ในเชิงของการลงทุน เราเรียกว่า “วันหมดอายุ” เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจว่าสินค้าตัวนี้มันจะต้องต่อเนื่องได้อย่างไร แต่แน่นอนการต่อเนื่องทุกครั้งจะมีเรื่องของ deferred value หรือพูดง่ายๆ คือมีเรื่องของดอกเบี้ยเข้ามาด้วย แต่ว่าดอกเบี้ยมันถูกมาก คิดแค่ 5-6% ต่อปี ในขณะที่ราคาทองคำปีที่ผ่านมาขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ท่านรู้ไหม จากเดือนมกราคมจนถึงเดือนกรกฎาคม ทองคำขึ้นจากระดับ 1,080 เหรียญ ทำจุดสูงสุดประมาณต้นกรกฎาคมที่ผ่านมาที่ระดับ 1,350 เหรียญ ขึ้น 370 เหรียญ หรือขึ้นมาประมาณ 26% อันนั้นเป็นทองนอก ทองไทยขึ้นจากต้นปี 18,700 บาท มาอยู่ที่สูงสุดประมาณ 22,800 บาท ขึ้นไปประมาณ 3,000-4,000 บาท ต่อบาททองคำ และจากเดือนสิงหาคม ราคาร่วงลงมาจาก 1,350 ในเวลาเพียง 4 เดือน

เป็นอย่างไรครับ มันน่าสนใจไหม ... ผมว่าน่าสนใจสำหรับการลงทุน เพราะการลงทุน นักลงทุนจะต้องชอบราคาที่มีการเคลื่อนไหว และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลงทุนในทองคำ นักลงทุนหลายท่านไม่เข้าใจ บอกว่า เฮ้ย ทองตกไม่ดี ไม่น่าซื้อ ไม่น่าลงทุน...ผมบอกเลยว่า ไม่ใช่ ... ทองที่ตกถ้าท่านเข้าใจและท่านอยู่ในฝั่งทางที่ถูก ทองจะขึ้นจะลงไม่สำคัญ สำคัญว่านักลงทุนอยู่ถูกทางหรือเปล่า ถ้าอยู่ถูกทาง ท่านก็ได้กำไร หมายความว่าท่านเล่นขาลง

ในเรื่องของการลงทุนซื้อหุ้น คนไทยไม่ถนัดเล่นขาลง สมมติว่าหุ้น A ผลประกอบการไม่ดี สมมติว่าหุ้นตก เราก็มักจะไม่อยากดูต่อ เปลี่ยนตัวเล่น ขายแล้วไปซื้อหุ้น B หรือ หุ้น C แต่เวลาเปลี่ยนแล้วหาหุ้นอื่นนี่ คุณรู้ไหมว่าเขาทำอะไร เพราะว่าการที่จะซื้อหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆ เราต้องศึกษา เราจะต้องทำความเข้าใจว่า สินทรัพย์ตัวนั้นขึ้นลงเพราะอะไร ในขณะที่ถ้าเราลงทุนในทองคำ เราสนใจตัวเดียว จะกี่ปีจะกี่ชาติ เราก็ดูอยู่ตัวเดียวจะ 10 ปีข้างหน้าเราก็ดูอยู่ตัวเดียว และสิ่งที่มีอิทธิพลมีส่วนเกี่ยวพันกับการขึ้นลงของทองคำอยู่แค่ตัวเดียวเหมือนกันคือ เรื่องเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่ขึ้นลง

ฉะนั้น ในเรื่องของ Gold–D ก็มีข้อดีอยู่หลายอย่าง

1. ราคาเคลื่อนไหวตามตลาดโลก ซึ่งจะเห็นว่าหลายครั้งราคา โกลด์ ฟิวเจอร์ส บ้านเรา เนื่องจากมันมีเงินบาทอยู่ด้วย เวลาตกอย่างช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มันก็ตกไม่เยอะ เพราะว่าเงินบาทอ่อน

2. ซื้อขายผ่านสมาร์ทโฟนได้ ในเรื่องของออนไลน์ เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องง่าย เมื่อซื้อผ่านสมาร์ทโฟนได้ หมายความว่าคุณจะอยู่กรุงเทพฯ อุดรธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ หรือแม้ว่าคุณจะไปที่ฮ่องกง หรือไปที่ยุโรป ไปที่สหรัฐอเมริกา คุณสั่งซื้อขายได้ตลอด ไม่เสียเปรียบต่างชาติ

3. สามารถทำ Hedging กับระบบออนไลน์ได้ หมายความว่าในระบบตัว Gold–D ที่เกิดขึ้น ในระบบลงทุนในทองคำที่เรียกว่า โกลด์ออนไลน์ นักลงทุนก็จะสามารถ Hedging ทำกันได้ Hedging ก็เป็นการป้องกันความเสี่ยงอีกขาหนึ่ง เพื่อให้เวลาที่เมืองไทยหยุดหลายๆ วัน ตลาดโลกไม่ได้หยุด แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯหยุด... เอ้า จะซื้อขายที่ไหน ...ซื้อขายได้นะ ผ่านระบบซื้อขายทองคำออนไลน์ของ MTS Gold แม่ทองสุก ซึ่งก็เชื่อมมาจากตลาดโลก อย่าลืมนะครับว่าบ้านเราอุตสาหกรรมค้าทองคำ ผู้ประกอบการร้านทองรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่ง ก็มาจาก MTS Gold แม่ทองสุก มีศักยภาพในการแข่งขันได้ในตลาดโลกแล้ว

ในครึ่งปีแรก ท่านคงทราบดีว่า พอทองขึ้น เราสามารถส่งออกทองคำไปในตลาดโลกได้ มีมูลค่ากว่า 5-6 หมื่นล้านบาทในช่วงครึ่งปีแรก ฉะนั้น หมายความว่า อุตสาหกรรมบ้านเราในขณะนี้นี่กำลังไปแข่งขันได้ในตลาดโลก และนักลงทุนในไทยก็พัฒนาตนเองไปมาก ไม่เหมือนกับ 5– 6 ปีก่อนที่มีโกลด์ ฟิวเจอร์ส นักลงทุนคนไทยถูกฝรั่งหลอกไป ไม่รู้เรื่องเลย แต่ตอนนี้เรามีหน่วยงานที่สอน ถ้าท่านสนใจศึกษา ท่านจะได้ความรู้ดีทีเดียว ทำกำไรได้ง่าย ความคล่องสูง เพราะ Gold-D จะเชื่อมมาจากราคา Gold Spot ในตลาดโลก ท่านจะซื้อขายครั้งละ 10 กิโล-20 กิโล ก็ได้

ในที่นี้เรากำหนด 1 สัญญา เท่ากับทอง 100 กรัม เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยซื้อได้ 100 กรัมมูลค่าทองคำ ณ ขณะนี้ คือประมาณ 131,000 บาท ถ้าใช้เงิน 130,000 บาทซื้อ ได้ทองคำแท่ง 1 ก้อน ที่น้ำหนัก 100 กรัม แต่ถ้าลงทุนใน TFEX ใช้เงินเพียงประมาณ 11,000 บาท สามารถซื้อหรือลงทุนใน Gold-D 1 สัญญาได้ที่มีมูลค่า 130,000 บาท นั่นหมายความว่า ใช้เงินประมาณ 8–9% ท่านสามารถลงทุนได้ จึงสามารถทำกำไรได้ง่าย ไม่มีภาระในการจะเก็บ ปัญหาของทองคำก็คือนักลงทุนไม่รู้จะไปเก็บที่ไหน ซื้อมากๆ ซุกหมอนก็เริ่มซุกไม่ไหวแล้ว จะเก็บตู้เซฟที่บ้าน มันก็ยกทั้งตู้เซฟ ก็ไม่ไหวอีก ฉะนั้นตอนนี้พอมีตลาดหลักทรัพย์เป็นคนกลาง บางคนบอกไม่เชื่อร้านทอง ก็ไปซื้อที่ Gold–D ของตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่ว่าแน่นอน ก็จะมีค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บบ้าง แต่ไม่มากนัก เรียกว่าเป็นราคาที่รับกันได้ทีเดียว

ทองคำมาตรฐานโลก เมื่อถึงเวลาอยากจะเก็บ ก็เก็บเลย มาตรฐานทองไทย 96.5% มาตรฐานทองโลก 99.99% เพราะเราใช้มาตรฐานทองสวิส

ถ้าท่านติดตามข่าวในช่วงสิ้นปี 2559 จะเห็นว่าทองคำร่วงลงมากว่า 15% .. ในเวลา 8 สัปดาห์ ทองลงมาแล้วประมาณ 170 เหรียญ คราวนี้ถามว่านักลงทุนสะบักสะบอมไหม ก็ไม่แน่นะครับ ก็จะมีส่วนหนึ่งที่เข้าใจว่าทองกำลังลง และก็จะมาเล่นฝั่งขาลง (ชอร์ต) ... เล่นขาลงเล่นอย่างไร ... เปรียบเทียบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ เรามาเปรียบให้เห็นว่าราคาทองคำช่วงที่ทองขึ้น เงินบาทแข็ง ช่วงที่ทองตก เงินบาทขึ้น มันสวนกัน ทำให้ลงทุนยาก

.. แต่เดือนมกราคมนักลงทุนจะปลดภาระ (ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน) นี้ออกไป ไม่ต้องไปลงทุนที่ฮ่องกง ไม่ต้องหนีไปสิงคโปร์แล้ว เพราะต่อจากนี้ไปเมืองไทยทำได้และเป็นครั้งเดียวครั้งแรกที่เหมือนกับมีกระดานอินเตอร์เนชั่นแนลเพื่อซื้อทองเป็นหน่วยดอลลาร์สหรัฐ ...ซึ่งอันนี้ดีมากๆ ต้องยอมรับ

พอเราเห็นตรงนี้ เราก็จะเปรียบเทียบได้ว่า ถ้าเราซื้อหรือเราลงทุนใน Gold-D หรือลงทุนในตลาดโลก เราเปรียบเทียบราคา ตอนที่ช่วงราคาตกลงมา 43 เหรียญ หรือ ขาดไป 3.28 แต่ถ้าเป็นทองไทยขาดไป 2.65 ถ้าเป็นนักลงทุนจะบอกว่ามันไม่ดี เพราะว่ากำไรหายไปประมาณ 0.6% ...เพราะว่าเราต้องการได้กำไรจากสินค้าที่เราลงทุนชัดๆ แต่ถ้าลงทุนในราคาแบบเงินบาทนั้น มันจะมีส่วนต่างประมาณนี้ ถามว่าโบรกเกอร์เอาส่วนต่างนี้ไปหรือเปล่า ตอบว่าไม่ใช่ มันเป็นเรื่องของค่าเงินบาทที่แกว่ง

การลงทุนใน Gold-D การถือครองใช้รูปแบบเดียวกับ Gold Spot ต่างประเทศ มี Bid/Offer คือมีผู้เสนอซื้อ/เสนอขาย ต่างกันแค่ 10 เซนต์เอง ตลาดโลกยังต่างกัน 50 เซนต์ บ้านเราใช้ 10 เซนต์ ก็คือถ้ามีคนเสนอซื้อเสนอขายก็จะห่างกันไม่มาก ฉะนั้นถามว่าพอมันต่างกันน้อยเป็นยังไง มันดี มันทำกำไรง่ายเพราะซื้อขายง่าย เข้าออกเร็ว ถามว่าจะมีคนมาซื้อมาขายไหม ... มี... ไม่ต้องห่วงเพราะมันใช้ราคา Feed จากตลาดโลกเข้ามา

ในการถือครองสถานะต่อไป อ้างอิงกับตลาดโลก การส่งมอบก็ใช้มาตรฐานโลก โดยใช้ทองที่ต้องนำเข้ามาเท่านั้น ใช้ระบบของต่างประเทศ แล้วใช้ Gold Spot ก็เลยต้องเอาแบบทองคำในตลาดโลก ยี่ห้อที่เราจะเอามาซื้อขายใน Gold-D ซึ่งเป็นแบรนด์สวิสซะส่วนใหญ่ และเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน Southeast Asia

เงื่อนไขของการส่งมอบ นักลงทุนเมื่อซื้อเมื่อขายก็ต้องแจ้งโบรกเกอร์ ว่าจะส่งมอบแล้วนะ หรือจะรับทอง ได้ทั้งนั้น แต่ต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า 2 วัน หรือต้องเตรียมตัวอย่างน้อย 2 วัน มันไม่เหมือนร้านทอง ท่านพกเงินเข้าไปแล้วซื้อได้เลย อันนี้ไม่ต้องแจ้งก่อนล่วงหน้า ก็มีเรื่องของการตั้งระบบการรับการฝาก มีขั้นตอนมากมาย แต่เป็นขั้นตอนที่โปร่งใส และเป็นขั้นตอนที่มีบุคคลที่สามควบคุมตรวจสอบเหมือนธนาคาร Gold Delivery Agent ก็คือโบรกเกอร์ทองคำขนาดใหญ่ของประเทศที่เข้ามาทำตัวเป็น Deliver ให้

ถามว่า ทองคำขาดไหม? ไม่ต้องกลัว... ไม่ขาด เพราะว่านำเข้ามาได้ตลอดทุกวัน แต่อาจจะช้าหรือเร็วอาจจะมี อาจจะช้าไป 1-4 วัน ไม่เป็นไร คนที่ซื้อ ถ้ามีทองออกไปก็จะได้ดอกเบี้ย คนที่ยังไม่ได้รับก็เสียดอกเบี้ย ทำนองนี้…แม่ทองสุกก็เป็นส่วนหนึ่งของ Gold Delivery Agent

สรุปได้ว่า Gold-D ที่กำลังจะมา มีข้อดีมากมาย และเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมาทั่วโลกแล้ว จริงๆ มันมาถึงเมืองไทยตั้งนานแล้ว แต่ที่ผ่านมาเรามาแปลงค่ามันเป็นเงินบาท แต่ตอนนี้มันจะเข้ามาแบบ X-men เต็มตัวเลย ประมาณกลางเดือนมกราคมพบกัน


For advertising please call: 02-2534691