'Walmart' ลดขนาดบริษัทค้าปลีกใหญ่สุดในโลก


การเข้ามาของตลาดออนไลน์ทำให้ร้านค้าปลีกประเภทเชนสโตร์พากันปิดตัวระนาว ส่อแววสูญพันธุ์ในอนาคต เฉพาะวอลมาร์ท บริษัทค้าปลีกใหญ่สุดในโลกย่อขนาดเล็กลงๆทุกเดือน

ภายในสิ้นเดือนธันวาคม (2016) วอลมาร์ทปิดร้านสาขาทั่วโลก 269 สาขา เป็นสาขาในสหรัฐกว่าครึ่งคือ 154 สาขา..ร้านสาขาที่ปิดมากที่สุด เป็นร้านประเภทร้านสะดวกซื้อ มีขนาดย่อส่วนห้างใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็กสุดที่เรียกว่า Wal-Mart Express

วอลมาร์ทนอกสหรัฐ ที่จำนวนร้านที่ปิดมากที่สุดคือวอลมาร์ทในบราซิล อันเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้

การปิดร้านหรือกิจการหมายถึงการเลิกจ้างพนักงานด้วย วอลมาร์ท 11,000 ร้านทั่วโลกจ้างพนักงานถึง 2.2 ล้านคน โดยเป็นลูกจ้างในสหรัฐ 1.4 ล้านคน

ขณะนี้วอลมาร์ททั่วโลกเลิกจ้างไปแล้ว 16,000 คน เป็นลูกจ้างในร้านในสหรัฐประมาณ 10,000 คน..เป็นการฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่แสนสลดหดหู่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาววอลมาร์ท

“การปิดร้านไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายนัก แต่มันเป็นความจำเป็นที่จะต้องทำ เพื่อให้บริษัทคงอยู่อย่างแข็งแกร่งและสามารถกำหนดฐานะตนเองได้ในอนาคต” ดุ๊ก แมคมิลลอน ซีอีโอให้เหตุผลในแถลงการณ์ปิดกิจการร้าน

สัญญาณเตือนภัยที่ทำให้วอลมาร์ทตัดสินใจปิดร้านสาขาไปทั่วโลกเกิดขึ้นตั้งแต่เทศกาลคริสต์มาสปีที่แล้วมาจนถึงเทศกาลของขวัญเนื่องในเทศกาลขอบคุณพระเจ้าเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน อันเป็นฤดูขายที่สำคัญที่สุดแห่งปี

Good Friday ที่ปีนี้เลื่อนไปเป็น Good Monday อันเป็นวันที่มีการนำสินค้าที่ขายช่วงวันขอบคุณพระเจ้าไม่หมดออกมาลดราคากันสะบั้นหั่นแหลก

ในปีนี้ไม่มีการต่อแถวยาวเหยียดเหมือนปีก่อนๆ

ต่างจากอะเมซอนดอทคอมที่ขายออนไลน์พุ่งทะยานจนแทบจะส่งสินค้าให้ลูกค้าไม่ทัน..ลูกค้าเหล่านั้น ล้วนเคยยืนต่อแถวยาวเหยียดรอเวลาเปิดร้านวอลมาร์ทในวัน Good Friday ในอดีต

สินค้าที่อะเมซอนขายกับสินค้าที่วอลมาร์ทวางขายในห้างล้วนเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน ชนิดเดียวกัน แบรนด์เดียวกัน ราคาเดียวกันทั้งสิ้น แต่ทำไมอะเมซอนขายดิบขายดี แต่ร้านวอลมาร์ทแสนเหงา??

นักชอปปิ้งขี้เกียจเข้าห้างกันขาดนั้นเชียวหรือ??

นักวิเคราะห์การตลาดพากันจับตาดูการเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ไขสถานการณ์ตลาดที่ตกต่ำของวอลมาร์ทกันเป็นแถว

“ยังมีช่องว่างอีกมากที่วอลมาร์ทจะใช้เป็นช่องทางในการกู้ยอดขายคืนกลับมา” ไมเคิ่ล เอ็กซไตน์นักวิเคราะห์แห่งเครดิตสวิส ยังเชื่อมั่นการแก้ปัญหาตลาดของวอลมาร์ท “การปรับโครงสร้างครั้งยิ่งใหญ่ของวอลมาร์ทจะช่วยเรียกยอดขายกลับคืนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดทั่วโลก”

ยอดขายของวอลมาร์ทไตรมาสหลังๆตกลงไปกว่า 12% ทั้งๆที่ยอดขายออนไลน์กระเตื้องขึ้นมาแทนที่ยอดขายในร้าน

การที่ยอดขายในร้านลดลงไปนั้น สาเหตุสำคัญเกิดจากลูกค้าหันไปซื้อออนไลน์ ทั้งซื้อกับวอลมาร์ทและซื้อกับอะเมซอน

เมื่อเป็นเช่นนี้ วอลมาร์ทจำเป็นต้องทุ่มเทการตลาดออนไลน์อย่างหนัก โดยตั้งศูนย์ e-Commerce ขึ้นมาทำงานตลาดนี้โดยเฉพาะ

ขณะเดียวกันก็ปิดร้านสาขาที่ขายไม่ดี โดยในสหรัฐปิดไปแล้ว 154 แห่ง เป็นร้านวอลมาร์ทเอ็กซเพรสถึง 102 ร้าน

ร้าน Wal-Mart Express เริ่มเปิดเมื่อปี 2011 จำนวนที่เปิดในสหรัฐรวมกันกวา 5,000 แห่ง

เป็นการทดลองนำร่อง โดยหวังว่าการยกร้านวอลมาร์ทไปไว้ใกล้ๆบ้านลูกค้าจะช่วยให้รถที่ห่างหายไปจากลานจอดรถของห้างใหญ่กลับมาใช้บริการที่ร้านใกล้บ้านแทน แต่กลายเป็นว่า ร้านวอลมาร์ทเอ็กซเพรสเป็นตัวถ่วงกำไรของร้านหลัก

จุดประสงค์ของวอลมาร์ทเอ็กซเพรสก็คือ การเป็นร้านสะดวกซื้อที่ลูกค้าสามารถซื้อของใช้ของกินที่จำเป็นเพียงไม่กี่ชิ้นได้ง่าย ไม่ต้องขับรถไปซื้อที่ห้างใหญ่

ตามคอนเซ็ปนั้น วอลมาร์ทเอ็กซเพรสแต่ละแห่งจะอยู่ในรัศมี 10 ไมล์จากห้างใหญ่..ระยะทาง 10 ไมล์หรือราว 16 กิโลเมตรถือเป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกลสำหรับคนที่เบื่อการขับรถ

แต่กลับปรากฏว่า ลูกค้าให้ความสนใจต่อร้านเอ็กซเพรสน้อยกว่าที่ตั้งเป้าหมาย ขณะที่ร้านซุเปอร์เซ็นเตอร์ก็นับวันจะมีลูกค้าน้อยลง

แต่ที่น่าจับตาก็คือ การซื้อออนไลน์ขยายตัวขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้วอลมาร์ทจึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการขายออนไลน์

วอลมาร์ทจ้างทีมงานจากซิลิค่อนแวลลีย์มาศึกษาและหาทางพัฒนาการขายระบบ e-Commerce โดยใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงลูกค้าระหว่างร้านกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของลูกค้าในขณะนี้

วอลมาร์ทแถลงต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อตุลาคมที่ผ่านมานี้ว่า ได้ลงทุนไปแล้ว 12.4 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้เพื่อแก้ไขปัญหายอดขายตกต่ำ

ยอดขายตก ราคาหุ้นก็ตกตามไปด้วย โดยตกลงไปถึง 28.9% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

เพื่อแก้ไขจุดนี้ วอลมาร์ทประกาศซื้อคืนหุ้น (buyback) วงเงิน 20 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งก็ทำให้ราคาหุ้นรีบาวด์ได้พอสมควรคือ 4.8% แต่พอประกาศแผนการปิดร้านสาขาตั้งแต่สิ้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ราคาหุ้นก็ลื่นลงไปอีก 1.4%

ร้านที่จะปิดเป็นร้าน Neighborhood Market อันเป็นร้านขนาดใหญ่เต็มพิกัด 23 แห่ง ร้าซุเปอร์เซ็นเตอร์ 12 แห่ง ร้าน Sam’sClub 12 แห่ง ร้านซุเปอร์เซ็นเตอร์ในเปอร์โตริโก 7 แห่ง ร้านนอกสหรัฐ 115 แห่งรวมทั้งบราซิลซึ่งปิดมากที่สุดคือ 60ร้าน

อย่างไรก็ดีการปิดร้านสาขาที่ขาดทุนก็ถือเป็นการลดการขาดทุนในกำไรได้ทางหนึ่งอันจะทำให้เงินปันผลไม่ลดลงไปมาก

ความหวังของผู้ลงทุนในหุ้นของวอลมาร์ทขณะนี้คือทีมงานพัฒนาการขายอีคอมเมิร์ช ว่าจะแทนที่การขายในร้านได้มากน้อยแค่ไหน

และที่สำคัญที่เป็นโจทย์ข้อใหญ่ก็คือจะเอาชิงยอดขายคืนจากอะเมซอนได้แค่ไหน?

Photo credit: http://www.buttcon.com/projects/walmart/

3 views0 comments