หุ้นน่าลุ้น


ปตท. (PTT)

เมื่อราคาน้ำมันตกต่ำลงมาก ย่อมมีผลกระทบกับการประกอบการธุรกิจน้ำมันและพลังงานโดยตรง จึงไม่แปลกที่ปี 2558 ที่ผ่านมา PTT จะมีกำไรลดลงอย่างมากจากปี 2557 ที่มีกำไรมากกว่า 5.57 หมื่นล้านบาท ลดลงเหลือกำไรแค่ 19,936.42 ล้านบาท ดูแล้วคงเกิดความหวาดวิตกกลัวปี 2559 นี้ PTT จะมีกำไรตกต่ำลงไปมากแค่ไหน แต่หลังจากมีการตั้งรับกับสภาวการณ์ด้วยการปรับการลงทุนและโครงสร้างต่างๆ กลับพบว่า PTT สามารถทำผลประกอบการได้ดีขึ้นมากในช่วง 9 เดือนของปี 2559 ทำกำไรได้แล้วมากถึง 75,522.16 ล้านบาท เห็นได้ชัดเจนว่ากำไรมากกว่าปี 2558 กว่า 3 เท่าตัวแล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ครบปี และไตรมาส 3 ยังทำกำไรเกือบ 2.7 หมื่นล้านบาท มาไตรมาส 4 ที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นค่อนข้างมาก ก็มั่นใจได้ว่าจะมีกำไรดีต่อเนื่อง จึงประเมินว่าตลอดปี 2559 นี้ PTT คงจะทำกำไรได้มากกว่า 9.5 หมื่นล้านบาท ก็จะมีกำไรต่อหุ้นที่ 33.26 บาท เพียงใช้พีอีแค่ 12 เท่า คำนวณราคาจะได้ที่ 399.12 บาท แต่ราคาในตลาดยังซื้อขายกันที่ 363 บาท จึงยังมี upside ได้อีกอย่างน้อย 9.93% โดยจะได้เงินปันผลในระดับ 3.3% ด้วย ยังเลือกลงทุนได้ดี

ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC)

มั่นใจได้เลยว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตดีต่อเนื่องในปี 2560 จึงเป็นหุ้นที่น่าสนใจกับการลงทุนได้มาก อย่างกรณี SYNTEC ก็แสดงผลดีของธุรกิจมา 2 ปีแล้ว จากปี 2556 ที่มีกำไรแค่ 80.60 ล้านบาท มาปี 2557 กำไรพุ่งขึ้นเป็น 396.63 ล้านบาท และปี 2558 ปี 2558 ที่คนส่วนมากยังมองว่าไม่ดี แต่ SYNTEC ก็ทำกำไรเพิ่มเป็น 640.22 ล้านบาท คงจะคิดว่าการก้าวกระโดดลง 2 ปี คงจะถึงทางตันของการประกอบแล้ว แต่กลับพบว่าแค่ 9 เดือน ปี 2559 SYNTEC ก็ทำกำไรได้แล้วถึง 706.96 ล้านบาท กำไรมากกว่าปี 2558 ทั้งปีเสียอีก และจากแต่ละไตรมาสทำกำไรได้กว่า 200 ล้านบาท ทำให้สามารถประเมินได้ว่าตลอดปี 2559 SYNTEC จะมีกำไรถึงระดับ 900 ล้านบาทได้ กำไรต่อหน้าจะได้ 0.56 บาท เมื่อมาประเมินราคาหุ้นด้วยค่าพีอีแค่ 10 เท่า ยังได้ราคาที่ 5.60 บาท แต่ราคาในตลาดยังซื้อขายกันแค่ 4.90 บาท จึงมี upside ได้อีก 14.29% โดยยังไม่คิดรวมเงินปันผลที่จะได้รับประมาณ 4% รวมอยู่ด้วยจึงยังน่าลุ้น

เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA)

มองเผินๆ หุ้น SENA คงไม่น่าสนใจ เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่ใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ และด้วยธุรกิจที่ผ่านมาไม่ค่อยมีความโดดเด่น จึงทำให้ได้รับความสนใจน้อยมาก แต่หลังจากธุรกิจมีการปรับเปลี่ยนนโยบายและมีผลประกอบการที่ดีขึ้นมาก ทำให้ต้องกลับมามองว่า SENA น่าพิจารณาลงทุนหรือไม่ ดูจากนโยบายธุรกิจที่เปลี่ยนจากรับมาเป็นเชิงรุกมากขึ้น และมีการลงทุนทำโครงการในปริมาณที่มากขึ้น และยังมีจุดเด่นในการดำเนินธุรกิจด้วยการทำที่อยู่อาศัยที่มีโซลาร์รูฟ ทำให้ธุรกิจน่าสนใจมากขึ้น ดูจากผลประกอบการจะพบว่า ปี 2558 SENA มีกำไรแค่ 253.88 ล้านบาท แต่มาปี 2559 นี้ แค่ 9 เดือน ก็มีกำไรแล้ว 660 ล้านบาท คาดว่าตลอดปีจะมีกำไรรวมไม่น้อยกว่า 750 ล้านบาทได้ ก็จะได้กำไรต่อหุ้นที่ 0.66 บาท แต่เนื่องจากมีรายได้พิเศษเพิ่มในปี 2559 จึงประเมินราคาหุ้นด้วยค่าพีอีแค่ 7 เท่า จะได้ราคาที่ 4.62 บาท แต่ราคาในตลาดอยู่แค่ 3.72 บาท จึงยังมี upside ได้อีกมากถึง 24.19% โดยไม่ได้คิดรวมเงินปันผลที่ได้ประมาณ 7% รวมอยู่ด้วย จึงน่าสนใจมาก

0 views0 comments