AMAZON ลุยเอเชีย ชน Alibaba..แต่ไม่หนักเท่ารบกับสินค้าปลอม


อะเมซอนคืบครองโลกขายออนไลน์เข้าไปทุกที โดยเฉพาะเมื่อได้ตลาดตะวันออกกลางมาจากการซื้อ Souq.com.FZ จึงขาดแต่เอเชียตลาดใหญ่สุดในโลกที่มีอาลีบาบาเป็นก้างขวางคอ แต่ไม่หนักหนาเท่าสินค้าปลอมจากจีน

การเจรจาซื้อหุ้น Souq.com.FZ ของอเมซอนใกล้ปิดดีลด้วยราคาที่พึงพอใจทั้งสองฝ่าย..เกี่ยงกันแต่จำนวนหุ้น ที่ซูคดอทคอมต้องการขายประมาณ 30% เศษๆ มูลค่า 275 ล้านดอลลาร์ แต่อเมซอนต้องการซื้อทั้งหมดหรือเกิน 50%

หากตกลงกันได้ อเมซอนจะได้ตลาดตะวันออกกลางของซูคดอทคอม มาทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่ามหาศาลจากสินค้าที่ขายกันอยู่ขณะนี้กว่า 1.5 ล้านรายการ

แต่แม้จะไม่ได้หุ้นมาทั้งหมด ทว่าอเมซอนก็ใช้ซูคดอทคอมเป็นประตูสู่ตะวันออกกลางได้ทั้งหมด

จะกังวลก็แต่ลูกค้าย่านนี้ที่ส่วนใหญ่ไม่ใช้เครดิตการ์ด จะใช้ก็แต่พรีเพดการ์ดหรือการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารล่วงหน้า

การได้ตลาดออนไลน์ตะวันออกกลาง นอกจากได้ลูกค้าย่านนี้แล้ว ยังเป็นการสะดวกที่อเมซอนจะมีคลังสินค้าที่สามารถกระจายหรือส่งสินค้าแก่ลูกค้าได้ภายในเวลาไม่เกิน 2 วันเหมือนในสหรัฐและย่านอื่นๆ ทั่วโลก

แนวรบอีกด้านหนึ่งของอเมซอนก็คือเอเชีย ที่เฉพาะจีนกับอินเดียก็มีประชากรรวมกันถึง 1 ใน 3 ของโลกแล้ว ถือเป็นตลาดที่มีลูกค้าหนาแน่นที่สุดในโลก

ตลาดนี้ อาลีบาบา ของแจ๊ค หม่า ครองอยู่

แม้จำนวนสินค้าของอาลีบาบาจะไม่หลากหลายเท่าอเมซอนซึ่งขายตั้งแต่กางเกงในไปยันรถเก๋ง แต่รายการสินค้าและจำนวนชิ้นที่ขายมีมากพอๆ กัน

อเมซอนรุกเงียบเข้าตลาดอินเดียที่มีประชากรกว่าพันล้านคน ขณะที่อาเซียนนั้น อินโดนีเซียเป็นด่านแรกด้วยประชากรราว 200 ล้านคน

มีข่าวลือว่า อเมซอนจะซื้อตลาดออนไลน์ในอินเดียซึ่งมีเจ้าถิ่นขาใหญ่ 2 รายได้แก่ Flipkart และ Snapdeal ,มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์

ส่วนอินโดนีเซีย อเมซอนจะลงทุน 600 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ยังมีสิงคโปร์และมาเลเซียประเทศฝาแฝดเป็นตลาดสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

ส่วนอาลีบาบา ทุ่มซื้อ Lazada ของ Rocket Internet วงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์และยังรุกเข้ามาลงทุนในตลาดทุนอาเซียนผ่าน Ant Finance ที่มีทุนหนุนหลังกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์

แม้อาลีบาบาจะชิงพื้นที่ในเอเชียและอาเซียนได้มากกว่า ในฐานะเจ้าถิ่น แต่อเมซอนไม่กังวล เพราะเป็นการต่อสู้กันซึ่งๆหน้า เป็นเกมเปิดบนสื่อไร้สายที่มีสถานะเท่าเทียมกัน

แต่ที่ห่วงที่สุดคือ สินค้าปลอม ที่เอเชีย โดยเฉพาะจีนและอาเซียนเป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดในโลก

อเมซอนถึงกับตั้งทีมแก้ไขปัญหาสินค้าปลอมที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการปราบสินค้าปลอมสินค้าเถื่อนชาวยุโรปและอเมริกา ซึ่งสินค้าแบรนด์เนมจาก 2 แหล่งนี้ถูกปลอมมากที่สุด

อเมซอนใช้การลงทะเบียน(registry) สินค้าเป็นเครื่องมือปกป้องสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าขายดี

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบจากทะเบียนได้ว่า สินค้านั้นๆ เป็นสินค้าตัวจริงที่ลงทะเบียนไว้ หรือสินค้าที่สวมรอยขาย

โดยได้ทดลองเมื่อต้นปีนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ของ Nike ซึ่งได้ผลดีระดับหนึ่ง

ทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่า สินค้าที่นำมาขายนั้น ผู้ขายเป็นเจ้าของแบรนด์ตัวจริง มิใช่นำของปลอมมาสวมรอยขาย

เมื่อต้นปีนี้เอง แอปเปิ้ลจับได้ว่าซัปพลายเออร์รายหนึ่งของอเมซอนนำสินค้าแบรนด์แอปเปิ้ลปลอมมาขาย จึงโดนดำเนินคดี โดนปรับและติดคุก

แม้มาตรการจดทะเบียนสินค้า จะยังไม่ใช่มาตรการที่ขจัดสินค้าปลอมได้ดีที่สุด แต่ก็เป็นมาตรการที่ลดสินค้าปลอมขายปลีกบนตลาดออนไลน์ได้มาก

อเมซอนจะแนะนำมาตรการสกัดสินค้าปลอมนี้ต่อบริษัทเจ้าของสินค้าหลายพันรายของตน รวมถึงเจ้าของสินค้าที่ไม่ได้ขายผ่านอเมซอนด้วย

จะมีการนำออกใช้ตั้งแต่ต้นปี 2017 เป็นต้นไป

นอกจากบริษัทห้างร้านแล้ว ยังมีเจ้าของสินค้าอิสระรายย่อยอีกกว่า 2 ล้านรายที่นำสินค้าของตนออกมาขายบนแพลทฟอร์มของอเมซอนที่จะได้รับการดูแลปกป้องจากสินค้าปลอม

ใช่แต่อเมซอนเท่านั้น อาลีบาบากับอีเบย์ก็เจอสินค้าปลอมรบกวนเช่นกัน

สินค้าปลอมที่ขายออนไลน์ทั่วโลกปีที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 500,000 ล้านดอลลาร์หรือ 2.5% ของสินค้านำเข้าทั่วโลก

จีนยังคงเป็นแหล่งผลิตสินค้าปลอมรายใหญ่ที่สุดในโลก

“การปลอมแปลงสินค้าขายออนไลน์ไม่ลดลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้น” สจ๊วต ฟุลเลอร์ ผู้จัดการ NetNames ที่รับจ้างตรวจสอบพิสูจน์แบรนด์สินค้าทั้งที่วางขายในตลาดพื้นฐานและตลาดออนไลน์กล่าว

การที่ต้องต่อสู้กับสินค้าปลอม ทำให้เจ้าของตลาดออนไลน์ ไม่ว่าจะอเมซอน อาลีบาบาหรืออีเบย์ ต้องตั้งหน่วยงานพิเศษ ทำหน้าที่ตรวจสอบสินค้าที่นำมาขายตลอดเวลา

เฉพาะต้นปีมาจนถึงขณะนี้ อเมซอนจับสินค้าปลอมได้และส่งดำเนินคดีแล้วกว่า 1,000 ราย ล่าสุด 2 รายเมื่อสัปดาห์ก่อน

อาลีบาบาใช้งบปราบสินค้าปลอมไปกว่า 160 ล้านดอลลาร์ จับคนปลอมสินค้าได้ไม่น้อยไปกว่าอเมซอน เช่นเดียวกันกับอีเบย์ หลังจากถูก Kering Grpup เจ้าของGucci, Yves Saint Laurent, Puma,etc. ฟ้องข้อหาขายกระเป๋ากุชชี่ปลอมทำในจีน

แม้จะจับสินค้าปลอมได้บ่อยๆ ทว่าจำนวนสินค้าปลอมก็หาได้ลดลงไม่..ใช่แต่จะเกิดขึ้นกับตลาดออนไลน์รายใหญ่ของโลกเท่านั้น เว็บไซต์อิสระก็เป็นแหล่งสินค้าปลอมที่มีจำนวนไม่น้อย หรืออาจจะมากกว่าที่ขายบนเว็บยักษ์ใหญ่ด้วยซ้ำ

“ทางที่ดี ผู้ซื้อควรตรวจสอบต้นตอของสินค้า คือเช็กแอดเดรสของเว็บนั้นๆ ว่าน่าเชื่อถือไหม เป็นเจ้าของสินค้าจริงๆ หรือเปล่า” นางอากิโนะ ชิคาดะ ผู้จัดการบริษัทรับงานตรวจอัตลักษณ์สินค้า MarketMonitor แนะนำ ที่สำคัญที่สุด ดูที่ราคาสินค้าด้วย เธอแนะนำต่อ

“เพราะของปลอมจะขายถูกกว่าของจริงประมาณ 10-20%”

คำเปรียบเปรยที่ว่า “ของถูกและดี” นั้น มีจริง เช่นเดียวกับคำว่า “ของถูกและปลอม” ก็เป็นความจริงเช่นกัน ส่วนคำว่า “ของถูกแต่ดี แต่ปลอม” นั้นหามีในสารบบไม่

0 views0 comments