เตรียมตัวสมาร์ทรับปี 2560..สถานการณ์จะชัดเจนหลังประชุม FOMC!


ตรียมตัวสมาร์ทรับปี 2560 ! : เหมือนเดิมทุกปีสำหรับงานมหกรรมการเงินการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดส่งท้ายปีจากเครือ “ดอกเบี้ยธุรกิจ” อย่างงาน Thailand Smart Money ประจำปี 2559 ซึ่งในปีนี้ยังคงจัดขึ้นที่ Sky Hall ชั้น 3 เซ็นทรัลลาดพร้าวเช่นเดิม ในช่วงวันที่ 16-18 ธันวาคม 2559 ซึ่งนอกจากภายในงานท่านจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินการลงทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ มากมายแล้ว สำหรับแฟนคลับของ “นายหมูบิน” ต้องบอกว่าถือเป็นธรรมเนียมไปแล้ว ที่จะใช้งาน Thailand Smart Money เป็นโอกาสเดียวในการที่จะได้มาพบปะกันระหว่าง “นายหมูบิน” กับบรรดาแฟนคลับอย่างเป็นทางการปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในปี 2559 นี้ “นายหมูบิน” จะไปโชว์ตัวเป็นๆ ในงาน 2 วันคือในวันที่ 17 และ 18 ธันวาคม 2559

ดังนั้น “นายหมูบิน” คงต้องถือโอกาสใช้พื้นที่ของคอลัมน์จับชีพจรหุ้นนี้ ในการนัดแนะแฟนๆ ที่ต้องการพบปะพูดคุยกับ “นายหมูบิน” ตัวเป็นๆ สามารถไปเจอกันได้ในงานนี้เลย โดยที่ทั้ง 2 วันทางผู้จัดงานได้จัดพื้นที่ “คลินิกหุ้น” ไว้ให้ “นายหมูบิน” ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับการลงทุนให้กับนักลงทุนอย่างเต็มเหนี่ยว “แบบตัวต่อตัว” …ย้ำว่าตัวต่อตัว ! ....

แถมด้วยการขึ้นเวทีใหญ่พูดถึงแนวโน้มการลงทุน และกลยุทธ์การลงทุนในปี 2560 จำนวน 2 รอบ โดยรอบที่ 1 วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2559 เวลา 14.40-16.20 น. ในหัวข้อ “ทางหนีทีไล่ ลงทุนหุ้นปีไก่ยังไงถึงจะแฮปปี้” และรอบที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม 2559 เวลา 15.30-17.30 น. ในหัวข้อ “หุ้นร้อนๆ ช้อนได้ ช้อนดี" ซึ่งถ้าแฟนๆสะดวกรอบไหนขอเรียนเชิญเข้าร่วมในรอบนั้นๆนะครับ

อย่างไรก็ดีสำหรับ “คลินิกหุ้น” ในเมื่อเป็นการเจอกันตัวต่อตัวก็แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีคิวเหมือนเดิม ซึ่งในงานอาจจะใช้ระบบมาก่อนได้คิวก่อน แต่ถ้าแฟนๆท่านใดกลัวพลาด อาจจะเข้ามานัดแนะกับ “นายหมูบิน” ก่อนได้ที่ www.facebook.con/moobin.stockmania โดยระบุเวลาที่จะมาในงานด้วยนะครับ

สถานการณ์จะชัดเจนหลังประชุม FOMC ! : การดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นภูมิภาคยังคงจำกัดในมุมมองของ “นายหมูบิน” เพราะนอกจากประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการประชุม FOMC วันที่ 13-14 ธันวาคม 2559 ที่ล่าสุดความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยขยับขึ้นมาอยู่ทีเกือบ 100% แล้ว และตลาดพันธบัตรสหรัฐก็ยืนยันมุมมองดังกล่าวของตลาด สะท้อนออกมาจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับเพิ่มขึ้นจาก 1.85% ณ สิ้น ต.ค.2559 มาอยู่ที่ 2.41% ในสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงที่สุดในรอบ 1 ปี นอกจากนี้ยังมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมเข้ามาอีกจาก Global Politic Risk ในยูโรโซนที่เพิ่มมากขึ้นอีก จากประเด็นการทำประชามติของอิตาลี ทำให้ล่าสุดทิศทางของตลาดหุ้นโลก และภูมิภาคเริ่มที่จะเข้าสู่การพักฐานในระยะสั้นแล้ว ซึ่งแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นโลก และภูมิภาคที่เฉลี่ยจะสวนทางกับทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่น่าจะยังคงมีแนวโน้ม Outperform ตลาดหุ้นโลกโดยเฉพาะต่อไปในระยะ 1 เดือนข้างหน้า เนื่องจากน่าจะเป็นตลาดหุ้นเดียวเท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการ Unwinding US Dollar Carry Trade ของ Global Fund Manager และตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีขึ้นต่อเนื่อง

ทั้งนี้ในมุมมองของ “นายหมูบิน” มองว่าประเด็นเดียวของการขึ้นดอกเบี้ยเฟดที่จะส่งผลต่อเนื่องต่อตลาดหุ้นภูมิภาคหลังการขึ้นดอกเบี้ยจริงๆ คือคำแถลงของเฟดหลังการประชุมวันที่ 14 ธันวาคม 2559 เกี่ยวกับทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐในระยะต่อไป ซึ่งในกรณีที่เฟดไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ชัดเจน โดยยังคงระบุเพียงแค่จะขยับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในกรณีนี้มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นตลาดหุ้นภูมิภาค และ SET เริ่มยืนได้ไม่ต่ำกว่า 1,450 จุด และกลับมาขยับขึ้นได้อีกครั้งหลังการประชุมวันที่ 14 ธันวาคม 2559 แต่ในกรณีตรงกันข้ามที่เฟดออกมาระบุเป้าหมายชัดเจนของการขึ้นดอกเบี้ย เช่นจะขยับไปที่ระดับ 1.5-2.0 % ภายในปี 2560 ถ้าเป็นไปในสถานการณ์นี้ก็ต้องเรียนว่าการพักตัวลง SET น่ายังคงมี Downside Risk ให้ลงได้อีกต่ำกว่า 1,450 จุด

ลงระยะสั้นเพื่อขึ้นต่อระยะกลาง ! : ถ้าพิจารณาในส่วนของ Seasonality แล้ว ต้องบอกว่าเดือน ธันวาคม เป็นเดือนที่ไม่ดีเลยสำหรับตลาดหุ้นไทย ทั้งในเชิงของผลตอบแทนและปัจจัยสนับสนุน โดยที่ในเชิงของผลตอบแทนพบว่าในช่วง 3 ปีล่าสุด (2556-2558) ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงเฉลี่ยถึง 5.5% ในช่วงเดือน ธันวาคม ด้วยระดับ Loser Percentage ถึง 100% ขณะที่ในด้านของปัจจัยสนับสนุนพบว่าในช่วงเวลาเดียวกันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิออกมาทุกปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยราว 573 ล้านบาท ส่วนกองทุนในประเทศจะเป็นฝ่าย ซื้อสุทธิเข้ามาเฉลี่ยเพียง 1.95 พันล้านบาทเท่านั้น ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับความคาดหวังของนักลงทุนบางกลุ่ม

ขณะที่ในส่วนของทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นราย Weekly กรณีที่ SET ไม่สามารถทะลุขึ้นไปยืนเหนือ 1,520 จุดได้ในช่วงต้นเดือน ธันวาคม 2559 จะเป็นการยืนยันว่าความพยายามกลับสู่ขาขึ้นอีกครั้ง และการแกว่งตัวขึ้นสวนทาง Seasonality เดือน ธันวาคม ของ SET จะล้มเหลว และในด้านของ Downside Risk ถ้า SET หมุนตัวลงมาปิดสัปดาห์ต่ำกว่า 1,480 จุด หรือบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย EMA 75 วันก็ถือว่าเป็นสัญญาณขาย โดยในกรณีดังกล่าว SET จะมีเป้าหมายระยะไม่เกิน 1 เดือนที่ 1,450 จุด (+/-) คำถามคือแม้ว่า SET ในระยะสั้นอาจมีโอกาสพักตัวลงมา Seasonality แต่ SET ในระยะกลางระยะ 3-6 เดือนยังคงเป็นขาขึ้น และการพักตัวลงในระยะสั้นเป็นโอกาสซื้อใช่หรือไม่ ? คำตอบของ “นายหมูบิน” คือ “ใช่” เพราะถ้าพิจารณาผ่านหลักการทาง “Technical Analysis” เรื่อง “เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่” หรือ “Moving Average” มาพิจารณาคำตอบของ “นายหมูบิน” ก็คือ SET ยังเป็นขาขึ้นในระยะกลาง เนื่องจากแนวโน้มในระยะกลาง จะเห็นว่าปัจจุบัน “เส้น Moving Average” ของ SET ทุกเส้น เรียงตัวจากบนลงล่างไล่จาก EMA10 วันถึง EMA 200 วันครบถ้วน สะท้อนให้เห็นสถานะที่เรียกว่า “Perfect Golden Cross” หรือตลาดยังอยู่ในภาวะขาขึ้น หรือ “Bullish Momentum” ชัดเจน

ในส่วนของกลยุทธ์ สำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) : กรณีที่ SET ยังกลับไปปิดเหนือ 1,520 (+/-5) จุดไม่ได้ แนะนำ “ถือเงินสด” อีกครั้ง หรือ “Wait and See” ไปรอ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” ในกรอบ 1,410 (+/-5) จุด ในหุ้น PTT, PTTGC, TOP, BDMS, ROBINS, MINT, CPN, AAV, AOT, CK, SCB และ KBANK สำหรับการลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) ในลักษณะ Long-Only แนะนำ “ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงมาอยู่ที่ระดับ 25% ของพอร์ต”

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความเห็นส่วนตัวของผมนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจลงทุนด้วยครับ สำหรับการพูดคุยกันระหว่างสัปดาห์นอกจากทาง Facebook ที่ www.facebook.con/moobin.stockmania และ e-mail ที่ moobin.stockmania@gmail.com แล้ว แฟนๆยังสามารถติดตามมุมมองเกี่ยวกับการลงทุนจาก “นายหมูบิน” ได้ทาง FM 101 ทุกวันอาทิตย์ในรายการ ”เซียนเศรษฐกิจ” เวลา 10.00-12.00 น.เช่นเดิมครับ

1 view0 comments