Q3/59 บจ.กำไรโต 252%


บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2559 มูลค่ารวม 208,998 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 251.68% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยได้รับปัจจัยบวกจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงตามทิศทางราคาน้ำมัน รวมถึงการไม่มีผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบการด้อยค่าสินทรัพย์

ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (บจ.) ในไตรมาสที่ 3/2559 ว่าบริษัทส่วนใหญ่มีผลการดำเนินงานเติบโต และมีกำไร

ทั้งนี้จากการส่งรายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2559 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2559 ของ บจ. ใน SET จำนวน 527 บริษัท หรือคิดเป็น 93.27% จากทั้งหมด 565 บริษัท (รวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และ บริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือ NPG) ปรากฏว่า บจ. มีกำไรสุทธิ 425 บริษัท คิดเป็น 80.65%

ในจำนวน 425 บริษัทที่มีผลกำไรนี้มีต้นทุนการผลิตโดยรวมลดลงทำให้มีกำไรขั้นต้น 590,659 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.50% ประกอบกับไม่มีผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบค่าใช้จ่ายการด้อยค่าสินทรัพย์ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ กล่าวคือ มีผลกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 208,998 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 251.68% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน แม้ว่ายอดขายรวม 2,495,729 ล้านบาท ลดลง 2.27% ซึ่งเป็นผลจากหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์มียอดขายลดลง

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน บจ. มีทิศทางเดียวกับไตรมาส 3/2559 คือ มีกำไรสุทธิ 681,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.94% และมียอดขายรวม 7,367,911 ล้านบาท ลดลง 4.41% จากงวดเดียวกันในปีก่อน

ด้านความสามารถการทำกำไรของ บจ. ปรับสูงขึ้นทั้งงวดไตรมาส 3 ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23.67% เพิ่มขึ้นจาก 21.12% ของช่วงเดียวกันในปีก่อน และงวด 9 เดือน มีอัตรากำไรขั้นต้น 25.36% เพิ่มขึ้นจาก 22.52%

ขณะที่โครงสร้างเงินทุนของ บจ. ยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ณ สิ้นไตรมาส 3/2559 อยู่ที่ 1.22 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.23 เท่า ในช่วงสิ้นปี 2558

หากไม่รวมธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ในไตรมาส 3/2559 ยอดขายเพิ่มขึ้น 3.35% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 17.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือน จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 4.51% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10.18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 บจ. มีผลการดำเนินงานดีขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับเศรษฐกิจมหภาคที่ฟื้นตัวจากธุรกิจภาคการบริการและการอุปโภคบริโภค โดยมี 9 หมวดธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานเติบโตดี คือ มียอดขาย กำไรสุทธิ และอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น ได้แก่ หมวดธนาคาร พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาหารและเครื่องดื่ม เหล็ก แฟชั่น บรรจุภัณฑ์ ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงาน บริการเฉพาะกิจ และ กระดาษและวัสดุการพิมพ์”

ในส่วนของตลาด mai ปรากฏว่า ผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ mai ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน

โดยไตรมาส 3/2559 บจ. mai มีกำไรสุทธิ 1,954 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.51% จากงวดเดียวกันปีก่อน และงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 6,137 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.05%

28 views0 comments