ASN โบรกเกอร์ปรับแผน..ชูอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม


นับจากเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในหมวดธุรกิจการเงินและถือเป็นบริษัทนายหน้าประกันภัยรายแรกที่ผันตัวเข้าไปสร้างภาพลักษณ์ใหม่ทางธุรกิจออกสู่สายตาผู้ลงทุนแล้ว เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้วที่วิวัฒนาการขับเคลื่อนธุรกิจของ บมจ.เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ (ASN) ยังคงไม่หยุดนิ่ง พร้อมจะมุ่งเน้นผลักดันให้ธุรกิจก้าวเดินไปอย่างมั่นคง ภายใต้สภาวะการแข่งขันของธุรกิจประกันภัยไทยที่ค่อนข้างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

นายธวัชชัย ชีวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ กล่าวให้ความมั่นใจต่อนักลงทุนในกิจกรรมผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมาว่าตลอดช่วงระยะเวลากว่า 10 ปี ธุรกิจของเอเอสเอ็นฯ มีอัตราการเติบโตทุกปี จะเห็นได้ว่ามีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40.75% ฐานะการเงินค่อนข้างดี ไม่มีหนี้ ไม่มีเงินกู้และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำมาก

ช่วงที่ผ่านมา บริษัทมุ่งเน้นลงทุนด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาตลอด เพื่อรองรับธุรกิจประกันภัยในยุคก้าวสู่ทิศทางการตลาดดิจิทัลอีโคโนมี ล่าสุดได้เปิดตัวแพลตฟอร์มประกันภัยออนไลน์ใหม่ OOHOO (อู้หู) หรือ www.oohoo.io ที่บริษัทวางเป้าหมายให้เป็นอินชัวร์เทครายแรกของผู้ประกอบการประกันภัยในไทย ถือเป็นนวัตกรรมที่ตั้งใจมาปรับเปลี่ยนวงการอุตสาหกรรมประกันภัยไทย จากการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้ได้แพลตฟอร์มที่สามารถนำเสนอต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างง่ายๆ โดนใจ ใช้สะดวกในทุกขั้นตอนของการคลิกเข้าไป

ที่สำคัญ เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีการตอบโจทย์ครบเครื่องทุกเรื่องประกันภัย ตั้งแต่เริ่มคลิก ไปจนถึงจบลงตรงที่การชำระค่าเบี้ยประกันได้ทันทีในช่องทางออนไลน์ที่ลูกค้าสามารถเลือกรับบริการและเริ่มความคุ้มครองได้ทันที ไม่ใช่แค่การคลิกเปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันของแต่ละบริษัทประกันภัย ซึ่งเริ่มเปิดตัวมาเมื่อวันที่ 28 ต.ค.และล่าสุดมีพันธมิตรบริษัทประกันภัยในแพลตฟอร์มนี้แล้ว 30 ราย

“OOHOO จะเป็นศูนย์รวมแผนประกันภัยจากหลากหลายบริษัทให้ลูกค้าได้เลือกค้นหาได้อย่างง่ายๆ ไม่ซับซ้อนและสามารถตัดสินใจซื้อ พร้อมรับความคุ้มครองทันทีที่คลิกชำระค่าเบี้ยประกัน โดยไม่มีระบบให้ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ลูกค้าสำหรับให้บริษัทประกันภัยโทร.ไปภายหลัง ระบบทุกอย่างจะเบ็ดเสร็จวันสต็อปเซอร์วิสทั้งหมด”

นอกจากนี้ แผนงานในปี 2560 บริษัทจะเพิ่มแผนประกันภัยการเดินทาง ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันภัยบ้านอยู่อาศัยและประกันชีวิตเข้ามาใน OOHOO นี้ โดยบริษัทเตรียมงบประมาณการตลาดสำหรับช่องทางขายออนไลน์ใหม่นี้ 50 ล้านบาท แต่หลักๆยังเน้นขายประกันผ่านเทเลเซลอยู่ เพราะถือเป็นช่องทางที่บริษัทมีประสบการณ์และความชำนาญสูง

เขาระบุถึงภาพรวมทิศทางการเติบโตของบริษัท ในฐานะเป็นนายหน้าประกันภัย แม้ว่าตลาดประกันภัยรถยนต์ปีนี้จะชะลอตัวลง แต่การประกันภัยในส่วนอื่นๆที่ไม่ใช่รถยนต์ยังมีสัญญาณการเติบโต ถือว่าภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยในไทยยังเป็นธุรกิจดาวรุ่ง มีอัตราการเติบโตค่อนข้างดี เมื่อเทียบกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมบริการอื่นๆ

ส่วนแนวโน้มธุรกิจประกันภัยภาพรวมในปี 2560 คาดจะเติบโตไม่เกิน 5% ขณะที่อัตราการเติบโตของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้มากกว่าภาพรวมทั้งธุรกิจที่ประมาณ 6-8% แม้ว่าก่อนหน้านั้น วางเป้าหมายทั้งปีจะเติบโตที่ 20-25% ก็ตาม เพราะปัจจัยผลกระทบทางเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ภายใต้พัฒนาการหลักๆของ ASN โบรกเกอร์ในระยะต่อไป จะเน้นเพิ่มพนักงานเทเลมาร์เก็ตติ้งเป็น 250 คน จากปัจจุบันมี 200 คน สอดคล้องกับพัฒนาด้านการขยายพันธมิตรธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าใน Q1 ปีนี้ก่อนที่บริษัทจะเข้าเทรดในตลาด mai บริษัทมีบริษัทประกันภัยที่เป็นคู่ค้า 16 ราย แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 28 ราย และยังวางเป้าหมายยอดขายเบี้ยประกันภัยออนไลน์ในช่วง 5 ปีจากนี้ไป จะเพิ่มเป็น 50% ของยอดเบี้ยรวม

บมจ.เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2559 โดย ASN ทำธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย จากการเน้นขายประกันภัยรถยนต์เป็นหลักและมีบริษัทย่อยทำธุรกิจเป็นนายหน้าประกันชีวิต เน้นขายประกันภัยผ่านช่องทางโทรศัพท์ (เทเลมาร์เก็ตติ้ง)

ณ สิ้นปี 2558 บริษัทและบริษัทย่อยมีพนักงานขายประกันที่มีใบอนุญาต 148 คน และ 30 คนตามลำดับ มีคู่ค้าที่เป็นบริษัทประกันวินาศภัย 16 รายและบริษัทประกันชีวิต 2 ราย

ASN มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 65 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 100 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 30 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นสามัญทั้งจำนวนต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) เมื่อวันที่ 27-29 เม.ย.2559 ในราคาหุ้นละ 6 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 180 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 780 ล้านบาท มีบริษัททริปเปิ้ล เอ พลัส แอดไวเซอรี่ เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนนั้น บริษัทจะนำไปใช้พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบฐานข้อมูลและระบบ e-commerce เพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ รวมถึงลงทุนในการขยายจำนวน seat ของพนักงานขายประกันทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในอนาคต ส่วนเงินระดมทุนที่เหลือ จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการเติบโตและเพิ่มศักยภาพการขยายธุรกิจในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของงบการเงินเฉพาะของบริษัทและหลังหักเงินสำรองตามกฎหมายและเงินสะสมอื่นๆตามที่บริษัทกำหนด.

25 views0 comments